Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

ชาคริต ยิ้มธุรกิจรุ่งงานรุม รับเครียดห่วงแม่ป่วย พยายามดูแลตัวเองมากขึ้น!

ชาคริต ยิ้มธุรกิจรุ่งงานรุม รับเครียดห่วงแม่ป่วย พยายามดูแลตัวเองมากขึ้น!

ยังคงต้องคอยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิด หลังจากที่ป่วยด้วยอาการเส้นเลือดในสมองตีบ ความจำเลือน สำหรับหนุ่มชาคริต แย้มนาม ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวออกมาอัพเดทอาการของคุณแม่ ซึ่งยอมรับว่าตนเองก็เครียดเหมือนกัน แต่ก็พยายามไม่คิดมาก เนื่องจากยังมีธุรกิจและงานละคร พิธีกร ที่ยังต้องทำอีกค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

ธุรกิจร้านอาหารของเราเป็นยังไงบ้าง?
"ดีครับ แต่ร้านคริตเช่นตอนนี้ขอย้ายโลเคชั่นนิดหนึ่งเดี๋ยวหาทำเลดีดี ในที่ที่คนจับต้องได้มากขึ้นเพราะเดี๋ยวนี้ค่าครองชีพมันแพง เราเองก็ไม่ได้อยากจะขายอาหารแพง เราอยากให้ทุกคนจับต้องได้ ตอนนี้ก็ขอปิดไปแป๊บนึงแล้วเดี๋ยวหาที่ใหม่ลงตอนนี้ก็มองอยู่หลายที่เหมือนกัน"

ตอนนี้ธุรกิจดีงานในวงการก็เยอะ?
"ครับก็ดีครับถ้าเกิดไม่มีงานก็ฟุ้งซ่าน ผมเป็นคนชอบทำงานและโชคดีที่มีงานทำตลอดก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่พี่พี่เพื่อนเพื่อนทุกคนให้ความไว้วางใจอย่างละครตอนนี้ก็ถ่ายอยู่สองเรื่อง คือมาตุภูมิแห่งหัวใจและคูล่าสองโลก จากนี้ยังไม่เป็นต่อและทำรายการอีกสี่รายการ"

เรามีงานเยอะเยอะมันทำให้ไม่เหงาหรือยังไง?
"มันก็ทำให้เราไม่เครียดนะครับ เค้ายังช่วงสัปดาห์ก่อนคุณแม่ของผมก็กลับไปที่โรงพยาบาลอีกแล้วผมก็เครียด เพราะตัวเค้าเองมีความต่อต้านหลายอย่างเราก็ต้องเข้าใจเขาแต่ชีวิตมันต้องเดินต่อไปครับ"

อาการรอบนี้หนักแค่ไหน?
"คือสุขภาพเขาโอเคหมดแต่ตอนนี้พอสมองเค้าพัฒนามากขึ้นเขาก็เหมือนกลับไปสู่จิตใต้สำนึกอีก ที่เขาไม่อยากเป็นแบบนี้แหละที่เขาเคยบอกว่าถ้าให้เป็นแบบนี้ให้ตายเลยดีกว่า เ พราะคุณแม่ ไม่เคยกลัวอะไรเลยสิ่งนี้คงเป็นสิ่งเดียวที่เขากลัวที่จะเป็นมากที่สุด ทุกครั้งที่สมองเขาคิดได้เยอะมันก็จะดิ่งกลับไป ที่จิตใต้สำนึกตรงนี้ซึ่งมันก็ลำบาก แต่เราก็ต้องทำใจและทำให้ดีที่สุดในส่วนของเรา แต่การจะเดินไปข้างหน้าต่อไหมมันอยู่ที่ตัวเขาแต่ทุกคนก็คอยเป็นกำลังใจให้เขาอยู่ตลอด เราอยากให้เขาสู้อีกหน่อยที่กลับมาถึงจุดนี้ได้นั่นหมายถึงมันสามารถหายได้ เขาเองก็เหมือนท้อไม่กินข้าว ไม่กินยาเหมือนจะตรอมใจแล้วก็ไปซะยังงั้น เราก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นแต่เราก็ต้องคอยลุ้น มีอะไรให้ลุ้นทุกวันแต่ตอนนี้คุณแม่เพิ่งกลับมาพักที่บ้านได้ หลังจากไปพักที่โรงบาลเป็นอาทิตย์ ร่างกายของเค้าตอนนี้มันกลับมาดีทั้งหมดแต่มันติดอยู่ที่ตัวเขาเองซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุดและเขาเป็นคนที่เวลาตัดสินใจแล้วเด็ดขาด เวลาคิดจะทำอะไรเราก็ทำซึ่งเป็นสิ่งที่เรายังรับไม่ได้ มันยังมีเวลาอีกเยอะเรายังไม่เห็นความจำเป็นว่าเขาต้องไปตอนนี้"

มีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาคิดสั้นไหม?
"ไม่หรอกครับแต่อย่างที่บอกว่ามันอยู่ในจิตใต้สำนึก ของเขาอยู่แล้วเพราะที่บ้านก็เป็นกันเพราะเป็นโรคกรรมพันธุ์"

เวลาเราเครียดเราหากำลังใจยังไง?
"ก็ต้องทำงานแหละครับ. นี่ก็ปวดก้านประสาทมาหลายวันแล้ว แต่เราก็ตรวจสุขภาพเช็คร่างกาย ปกติแต่ยังไม่ได้มีการวินิจฉัยเฉพาะอะไรขนาดนั้นเพราะตอนนี้ยังไม่อยากรู้อะไร ถามว่าผมกลัวจะเป็นเหมือนแม่ไหมผมไม่กลัวหรอครับถ้าเป็นมันก็คงเป็นวิบากกรรม"

ตอนนี้ต้องมีคนดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดเลยใช่ไหม ?
"ก็มีคนดูแลครับ เพราะเราเองก็ทำงานเยอะการจะเอาตัวเราไปอยู่กับเขาตลอดเวลาเลยมันก็เป็นไปไม่ได้ เราก็พยายามไปหาเขาแต่เขาก็มีพยาบาลที่คอยดูแลอยู่แล้ว เรียกว่าเป็นอาการที่คนรอบข้างก็ต้องระวังตัวเองไปด้วย เพราะมันค่อนข้างเซนซิทีฟ ทุกก้าวเดินของเขามันต้องระมัดระวังตลอด เราก็เครียดนะเพราะมันวางตัวยาก บางวันเราคิดว่าจะทำงานเสร็จไวจะรีบกลับไปหาเขาแต่ก็ดันเสร็จช้าก็โทษตัวเอง แต่เราก็ต้องมาบอกตัวเองว่าบางวันเราก็ต้องพักบ้าง เพราะบางครั้งร่างกายเรามันก็โอเวอร์โหลดไปแล้วทำให้เราน็อค มันก็ยากที่จะต้องยอมรับว่าเราก็ต้องทำให้ดีที่สุด เมื่อมีเวลาให้เขาเราก็ให้เขา เมื่อถึงเวลาทำงานแล้วก็ต้องทำงานถ้าเราไม่ทำก็ไม่มีใครดูแล ต้องทำให้ดีที่สุด"

เวลาเหนื่อยเหนื่อยอยากมีคนดูแลไหม?
"ตอนนี้ไม่ได้คิดนะครับเพราะผมอยู่กับเพื่อนก็โอเค เราก็ทำงานทุกวันไม่ได้มีใครเข้ามาพูดคุยอะไรมากมาย"

ยังได้พูดคุยกับวุ้นเส้นอยู่หรือเปล่าเขาได้ถามไถ่อาการคุณแม่บ้างไหม?
" ไม่มีครับไม่ได้ถามแล้วก็ไม่ได้คุยครับ"

กลับขึ้นด้านบน