Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

ชาคริต แย้มนาม ออกมาเปิดใจครั้งแรกหลังจากเซ็นใบหย่า

 

 ออกมาเปิดใจครั้งแรกหลังจากเซ็นใบหย่า สำหรับพระเอกไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม ท่ามกลางกระแสข่าวลือต่างๆนาๆ ทั้งเรื่องของมือที่ 3 และการทำร้ายร่างกายกัน โดยทางชาคริตได้ชี้แจงภาพคู่กับสาวคนที่เป็ฯข่าวว่าเป็นเพียงแค่รุ่นน้องที่รู้จัก ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของมือที่ 3 และการทำร้ายร่างกายตามที่เป็นข่าว แต่สาเหตุหลักน่าจะเป็นเรื่องของเวลา การใช้ชีวิต และความรับผิดชอบที่ต่างฝ่ายต่างมีอยู่

“สาเหตุ ด้วยเรื่องงานด้วยเวลาหลายอย่าง ภาระที่ต้องรับผิดชอบ หลายอย่างอาจจะกระตุกกระตักบ้าง เขาอาจจะมีอะไรทำหลายอย่าง คุ๊ณแม่ป่วยต้องรักษาด้วย ก็หนักทั้งคู่ เรื่องหย่าคุยกันเรื่อยๆ ประมาณปีนึงแล้วแหละ เราก็พยายามประคับประครอง แต่ด้วยทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็ทำให้ทุกอย่างยากขึ้น ก็ตกลงคุยกันเป็นเรื่องของเราสองคน เราก็เข้าใจตรงกัน แต่ถามว่ายังรักไหม แน่นอนครับ จากกันด้วยดีครับ ทำธุรกิจด้วยกัน เรื่องปกติ”

 ความรู้วึกของเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกหวิวๆไหม?

“หวิวอยู่แล้วครับ ก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นห่วง มันไม่ใช่เรื่องที่ปุ๊บปั๊บ ไม่ได้หรอกครับ เขาอยู่ในใจเราตลอด ก็ค่อยๆปรับครับ ก็ยังมีคุยกันครับ เฮิร์ทไหม ก็ทั้งคู่แหละครับ มันเป็นเรื่องที่ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น โชคดีที่ทุกอย่างเราเข้าใจ เราทำเต็มที่ของเราแล้ว เราไม่ได้ทิ้งไปโดยที่เราไมได้ทำอะไรเลย เราก็พยายามรักษาทุกอย่างเอาไว้ คงเหมือนเป็นจุดพอร์ชไว้สักพักไหมไม่รู้อนาคตค่อยว่ากัน เขาเองก็ทำงานหนัก ผมเองก็สมองจะแตกอยู่แล้ว”

จะมีโอกาสกลับมาคุยกันอีกรอบไหม?

“ มันไม่ได้เป็นเรื่องของความร้ายแรง ทุกอย่างมันโอเค บางครั้งมันไม่ใช่เรื่องของกระดาษแผ่นหนึ่ง มันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า ผมแฮปปี้ที่เรามีความรักมีความรู้สึกที่บริสุทธิ์ให้กัน ผมว่าตรงนั้นเป็นความรู้สึกที่สำคัญที่สุดครับ ไม่ใช่ว่าอยู่ด้วยกันไม่ได้ แต่ต่างคนต่างทำงาน มันไม่ได้มีชีวิตที่ ไปทางเดียวกัน ผมเองก็ต้องทำอะไรหลายอย่าง บางทีผมก็รู้สึกไม่แฟร์นะที่เขาต้องการเวลา อยากจะไปเที่ยว เพราะผมไปไม่ได้ต้องดูร้าน ทำงาน ถ่ายละคร ต้องหาวันไปดูแม่ บางวันทำงานป่วยก็ไปหาแม่ไม่ได้ ก็เครียดอีก สภาวะผมก็ยุ่งเหยิงมากกับหารแบ่งเวลา แต่สุดท้ายไม่ได้เป็นความรู้สึกที่ทะเลาะกันหรือเกลียดกัน แต่คงเป็นเรื่องของเส้นทางกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิทธิความรับผิดชอบมากกว่า”

มันมีเรื่องข่าวที่บอกว่าทำร้ายร่างกายกันออกมาด้วย?

“จะบ้าหรอ ก็เขียนกันอยู่นั่น น้องเขาก็ตอบ บางครั้งก็เขียนว่าไปกินข้าว ก็งงเหมือนกัน ไปเมื่อไหร่วะเนี่ย ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชีวิตเจอแบบนี้ เดี๋ยวนี้เราอาจจะไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนนะ เราแคร์คนที่เรารู้จักพอ แต่ตอนนี้พอคุณแม่ป่วยเราไม่อยากให้อะไรไปกระทบ บางที่เราเองก็เซนซิทีฟอ่อนแอเหมือนกัน ก็ดีครับมันเป็นการฝึกตัวเองให้เข้มแข็ง มือที่ 3 ไม่มีครับ มันเร็วเกินไป มันไม่มีทางจะมีใครหรอกครับ และไม่คิดด้วย คุณแม่ผมป่วยครับ เส้นเลือดในสมองตีบ ท่านพุดไมได้ครับ ท่านมีความรับร็กับปัจจุบันครับ พูดก็แล้วแต่ละวันเป็นคำสั้นๆครับ ก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ลุ้นกันทุกวัน เรื่องธุรกิจก็ยังมีครับ ยังคุยอยู่ครับ เมื่อเช้าก็คุย คนลุ้นให้กลับมา ก็ยังมีคุยกันอยู่ คิดถึงกัน เจอกันก็กอดกัน”

มีภาพออกมากับสาวคนจับตามอง?

“รุ่นน้องครับ เขามากินข้าวที่ร้าน ผมถ่ายรูปกับคนเยอะมากนะครับ ช่วงนี้ผมหล่อมากเลยครับ กับโบวี่นี่ยิ่งแล้วเลยครับ ขำมาก รุ่นพี่ผมส่งมาให้จากนิวยอร์กเลยครับ ก็ขำๆไปครับ ก็อย่างที่บอกว่าทำอะไรไม่ได้ ก็ให้เวลามันผ่านไปครับ คนที่รู้จักเราเขาจะรู้ว่าเราทำอะไรครับ แต่บางคนที่เขาคอมเม้นท์มาเราก็ไม่รู้จักเขาเนอะ ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน วุ้นเขาไม่ได้ถามอยู่แล้วครับ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าผมเป็นคนยังไง รู้จักนิสัยผมอยู่แล้ว ถ้าเป็นเรื่องอนาคตที่เขาบอกว่าถ้าผมมีใครเป็นสิทธิของผม ผมก็พูดได้เหมือนกันว่าถ้าเขาจะมีใครก็เป็นสิทธิของเขา ผมพูดตามหลักของสถานะ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ผมจะมานั่งไขว่คว้ามานั่งคิด เขาก็เหมือนกันเขาคงจะทำงานคงอยากจะพักผ่อน ผมสองคนก็ไม่ใช่คนที่หมกมุ่นต้องมีแฟนลอดเวลา ขอใช้เวลาสิ่งที่รับผิดชอบตอนนี้ดีกว่า ไม่มีสาวคุยครับ ผมก็เป็นคนมีเพื่อนครับ ”

เรียกว่ายังรอวุ้นเส้นไหม?

“ สำหรับผมเขาไม่เคยหายไปไหนนะ เขาก็ยังอยู่ เขาไม่ได้หนีไปไหนสักหน่อย ผมว่าผมโชคดีนะที่ผมกับเขาได้รู้จักกันได้รักกัน”

 

 

กลับขึ้นด้านบน