Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 

เอสเธอร์ วอนเลิกดราม่า เคน ภูภูมิ นั่งตักแม่ ลั่น ไม่ต้องเดือดร้อนแทนหนู !

เป็นฝ่ายออกมาชี้แจงจากปากบ้าง สำหรับเอสเธอร์ - สุปรีย์ลีลา ที่ก่อนหน้านี้โดนแจกสตรอว์เบอร์รี่เป็นไร้ในอินสตราแกรม หลังจากที่ออแกไนซ์ออกมาชี้แจง เหตุผลของการไม่ได้ร่วมงานอีเว้นท์มี่มีหนุ่มฌอห์ณ จินดาโชติ ซึ่งสาวเอสเธอรฺได้เปิดเผยว่า ....


เรื่องเบี้ยวงานมันเป็มายังไง?

       "เริ่มแรกทางออแกนไนท์เซอร์ติดต่องานมา หลังจากนั้นก็โทรมาแคลเซิลกับคุณแม่ เราก็แคลเซิลไม่เป็นไร เราเข้าใจ แต่ว่าพอสุดท้ายด้วยภาพข่าวที่มันออกมา เหมือนกับว่าเราเบี้ยวงานไม่ไปตามงาน กลายเป็นเราเสียหายเราไม่ได้เบี้ยวงาน เราไม่ได้แคลเซิลแค่นี้เอง ถ้าแบบนี้ก็กลายเป็นเราไม่มีความรับผิดชอบในการทำงาน สาเหตุก็ตามที่ออแกนไนท์เซอร์ชี้แจ้งเลย หนูต้องขอขอบคุณมากๆ คือด้วยการที่เราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ด้วยข่าวค่อนข้างจะแรงและคนตัดสินไปแล้ว ทำให้หลังจากวันงานปุ๊บทางออแกนไนท์เซอร์ก็คุยกับคุณแม่ว่าจะออกมาขอโทษด้วยตัวเอง เขาก็ออกมาชี้แจ้งที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เราต้องขอขอบคุณ ณ จุดๆ นี้ เราไม่ได้แคลเซิลงาน แต่ออแกนไนท์เป็นคนแคลเซิลงาน ส่วนเหตุผล็ตามที่ออแกนไนท์เซอร์บอกเลย ตามเหตุผลที่เขาเขียนขึ้นไป เขาคุยกับคุณแม่"

แม่ได้บอกไหมว่าสาเหตุที่แคลเซิลงานมาจากฌอห์นไม่ขอร่วมงาน?

     
"ไม่ได้บอกนะ แค่บอกว่าแคลเซิล หลังจากนั้นหนูก็รู้จากออแกนไนท์เซอร์ ตัวเราไม่ได้คิดอะไรเลย คอนเฟิร์มทุกอย่างแล้ว ในใบรายชื่อก็มีชื่อหนูด้วย พอออกมา หนูก็งง เสียความรู้สึกนิดหนึ่งมันก็ต้องมีบ้าง พอทราบเหตุผลแล้ว ไม่เป็นไร ถือว่าไม่เป็นไร ณ ตอนนั้นเราก็งง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต"

ก่อนหน้านี้เคยได้คุยกับฌอห์นไหม?

     
"ไม่ได้คุยนานมาก ตอนถ่ายละครเงาอโศกก็ถ่ายปกติ คุยกันแค่ครั้งสุดท้ายคือละครออนแอร์วันแรกพี่เขาทักไลน์มาบอกว่า เป็นยังไงบ้างได้ดูละครไหม เราก็ตอบตามปกติว่าดู พี่ดูเปล่า แค่นั้น หลังจากนั้นเราก็ไม่คุยกันอีกเลย กับเหตุการณ์ที่เกิดเราเครียดมากเลย เรารู้สึกแย่ รู้สึกเสียใจ เรายังไม่ได้ออกมาพูดคนก็เลือกตัดสินจากภาพข่าวแล้ว มันไม่ได้กระทบต่อตัวหนูคนเดียว มันกระทบต่ออีกหลายๆ คน ช่างหน้าช่างผม เสื้อผ้า พี่ๆ ที่จะมาดูแลเราคอนเฟิร์มไว้แล้วก็ต้องยกเลิกกระทันหันมากๆ กลายเป็นเราต้องรู้สึกเกรงใจที่เขาจะเสียสิทธิ์ในการไปรับงานอื่นด้วย มันกระทบหลายฝ่ายมากๆ"

ทางออแกไนซ์ได้เข้ามาขอโทษคุณแม่เราด้วย?


     "ใช่ขอโทษกับคุณแม่โดยตรงซึ่งน่ารักมาก อันนี้ต้องขอบคุณมากๆ เพราะจริงๆ ออแกไนซ์ไม่จำเป็นต้องออกมาด้วยตัวเอง มาขอโทษช่วยชี้แจง"



หลายคนมองว่าพอออแกไนซ์ออกมา ทำให้สถานการณ์มันคุกรุ่น ทำให้เกิดการเลือกทีมฌอห์ณกับเอสเธอร์?

     
"อย่าเลือกทีมกันเลย แค่มีคนมาชี้แจงว่าเราไม่ได้แคนเซิลงาน หรือเราไม่ได้เป็นคนเบี้ยวงานแค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด ด้วยอาชีพเราคืออาชีพนักแสดง เราก็ไม่อยากดิสเครดิตอาชีพของตัวเอง เพราะเราต้องทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว ถ้าผลลับที่ออกมามันกลายเป็นแบบนี้ เราก็เสียหายต่อหน้าที่การงานเราด้วย"

มีคนที่ไม่เชื่อเขาก็แจกสตอเบอรี่ให้เรา?

     
"หนูเก็บได้เกือบจะพันไร่แล้ว(หัวเราะ) ยอมรับว่าตอนนั้นเครียดมากๆ ทำตัวไม่ถูกเลย ตอนนั้นไม่เข้าโซเชียลเลยไม่อยากจะรับฟังข่าวอะไร ด้วยโซเชียลเป็นอะไรที่ค่อนข้างไวมาก คนเราเลือกตัดสินก็แล้วแต่เขาคิด เขาจะพิมพ์อะไรก็แค่กดพิมพ์ไม่กี่คำ โดยที่เราไม่เห็นหน้าเห็นตา ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เขาก็เลือกว่าจะพูดทำให้เราเสียหายขนาดไหนได้ สงสารแม่หนู เขาแก่แล้วนะคะ อายุ 50ปีแล้ว ถามว่าจะมีไปคุยกับพี่ฌอห์ณ ส่วนตัวหนูไม่โทรไปเคลียร์ค่ะ เพราะด้วยงานเราดิวแค่กับออแกไนซ์ไม่ได้เกี่ยวกับตัวพี่ฌอห์ณเลย ไม่จำเป็นต้องโทรไป"

เราอยากถามเหตุผลว่าฌอห์ณให้เหตุผลแบบนั้นจริงหรือไม่?

     
"ถ้าขนาดนี้ก็ไม่อยากจะถามเหตุผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว สำหรับเรื่องที่ทางออแกไนซ์บอกว่าฌอห์ณมาสายด้วย หนูว่าออแกไนซ์เป็นคนทำงาน ณ ตอนนั้นไม่เกี่ยวก้บเราหนูไม่รู้ แต่อยากจะบอกว่ากับทางออแกไนซ์เราไม่รู้จัก เหรียญมีสองด้านอยู่ที่คนเลือกจะมองว่าอะไรเป็นอะไร ความจริงก็แล้วแต่พวกคุณไปตัดสินเองแล้วกันว่ามันเป็นอย่างไร กับออแกไนซ์เราไม่สนิทกันพี่เคนก็เพิ่งไปกับหนู เพราะวันนั้นเราไปโบถส์กัน"

ถามถึงเรื่องพี่เอกกี้ เขาก็ออกมาโพสต์ปกป้องฌอห์ณเหมือนกัน?

     
"อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ หนูไม่ได้เจอพี่เอกกี้ และวันนั้นหนูก็ไม่ได้ไปทำงาน เลยไม่รู้ในส่วนของตรงนั้นเลย" แบบนี้จะร่วมงานกับพี่เอกกี้ และพี่ฌอห์ณได้อีกไหม?


     "สำหรับตัวหนูอย่างที่บอกตอนแรกไม่มีปัญหาค่ะ แต่ถ้าตอนนี้เรื่องเกิดขึ้นแบบนี้แล้วคงไม่มีใครกล้าจ้างมารวมกันแล้วแหละค่ะ"

เห็นบอกว่าจะมีละครคู่กันอีก?


     "อันนี้ต้องชี้แจงเลยนะคะว่าไม่มีเลยค่ะ ผู้ใหญ่ก็ไม่มีติดต่อมา ด้วยปีนี้หนูแพลนไว้หมดแล้ว ละครที่จะถ่ายก็มีแพลนไว้แล้ว ซึ่งอันนี้หนูก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะละครคู่กันไม่มี ผลงานคู่กันก็ไม่มี"

ถามถึงเรื่องที่ เคน ภูภูมิ ถ่ายรูปนั่งตักคุณแม่เรา ทำให้เกิดกระแสดราม่ามากกว่าเริ่องที่เราเจออีก?

     
"หนูว่าคนมันเสียแล้ว คนจะว่าอะไรเราเขาก็ไปขุดเรื่องมาว่าได้อยู่แล้ว แต่อยากจะบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเดือดร้อนแทนหนู (หัวเราะ) เอาจริงๆ แล้วภาพมันน่ารักมากเลยนะคะ พี่เขานั่งตักแม่ ไม่ได้ไปนั่งตักสาวที่ไหน และด้วยที่คุณแม่เรารักพี่เขาเหมือนลูกชาย แต่หนูว่าคนมันจะเกลียดเขาก็หาเรื่องมาด่าได้อยู่แล้ว แต่ถ้ามองในทางกลับกันคือแม่หนูแก่แล้ว เขาก็มองหนูว่ายังเป็นเด็กในสายตาตลอด และหนูว่ามันเป็นการแสดงความรักกัน ไม่ได้ไปทำอะไรที่กระทบต่อคนอื่น ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย"

ได้อ่านคอมเม้นท์บ้างไหม เพราะก็ค่อนข้างแรงเหมือนกัน?


     "ไม่ได้อ่านค่ะ ไม่พร้อมที่จะอ่าน ส่วนตัวคุณแม่เองช่วงนั้นก็ไม่เข้าโซเชียลเลยค่ะ แต่ก็ไม่ได้ลบรูปออกนะคะ จริงๆ ถ้าตอนที่มันไม่มีปัญหาคนยังเข้ามาชมรูปนี้เลยว่าน่ารักมากเลย แต่พอมีปัญหาคนก็มาด่า"

สภาพจิตใจคุณแม่เป็นยังไงบ้าง?

     
"ตอนนี้ก็ดีขึ้นนิดนึงแล้วค่ะ แต่ก็เป็นห่วงเพราะท่านก็อายุเยอะแล้ว ไม่อยากให้มีอะไรเครียด พอเครียดแล้วเดี๋ยวสุขภาพก็จะตามไปด้วย"

พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้จะทำให้คุณแม่ไม่กล้าถ่ายรูปแนบชิดกับพี่เคนเลยไหม?

    
 "ไม่รู้ค่ะถ้ามันจะถึง ณ ตอนนั้น แต่หนูว่าอย่างที่บอกหนูไม่ได้ทำอะไรให้ใครเสียหายหรือน่าเกลียดเลย"

เรารู้สึกผิดแค่ไหนที่เป็นส่วนทำให้คุณแม่โดนขุดเรื่องดราม่าไปด้วย?

     
"คนเป็นลูกก็รู้สึกผิดนะคะ ด้วยอาชีพการงานเราเราก็เข้าใจ แต่ถ้าคิดในแง่กลับกันว่าหากคุณมาโดนบ้าง ร้อยทั้งร้อยมันก็ต้องมีเสียความรู้สึก และเครียดอยู่แล้ว"

คิดที่จะฟ้องคนที่เข้ามาด่าเราและแม่ไหม?

     
"แต่ละคำก็แรงเหมือนกันค่ะ แต่จะใช้กฎหมายฟ้องไหม อย่าเลยดีกว่าค่ะ มันหลายคนมาก ฟ้องไม่ทันอ่ะ ขอเลือกที่จะไม่เสพเลยดีกว่า เราหาความสุขจากคนรอบตัวดีกว่า คนภายนอกบางทีไม่ได้รู้จักกันเลย คลิกเข้าไปดูตั้งไพรเวท รูปก็ไม่มี คือเหมือนเขาสร้างไอจีมาเพื่อด่า เราเลยอย่าทำให้มันยุ่งยากเลย แค่นี้ใช้ชีวิตก็ยุ่งยากแล้ว"

เคยคิดที่จะตั้งไพรเวทไอจีตัวเองไหม?


     "ไม่เคยเลยค่ะ"

จากนี้เราก็จะลงภาพคู่พี่เคนปกติใช่ไหม?

     
"ปกติเลยค่ะ ลงรูปปกติ"

พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ทำให้เรารักกันมากขึ้นเลยไหม?


     "พี่เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีมากๆ ในวันที่หนูย่ำแย่มากๆ ค่ะ เพราะเหมือนเขาเป็นคนเดียวที่เรายึดมั่นได้ ด้วยอาชีพการงานที่เขามีประสบการณ์มากกว่าเรา เขาเข้ามาทำงานก่อนเรา ทำก็ให้คำแนะนำที่ดีค่ะ"

ทำให้จับมือกันแน่นขึ้นไหม?

     
"แน่นค่ะ"

วันวาเลนไทน์เห็นเคนบอกจะมีเซอร์ไพรส์ให้ด้วย คืออะไร?

     
"อ๋อ ได้ดอกไม้ค่ะ หนูให้สแคปบุ๊คที่เป็นเหมือนสมุดภาพค่ะ คือเราถ่ายรูปเก็บๆ มา แล้วเอามารวมเป็นสมุดภาพเท่านั้นเอง"

ดูเป็นวันวาเลนไทน์สามคนเลย มีเคน เรา และแม่?

     
"ให้แม่มาถ่ายรูปคู่ให้ (หัวเราะ) หนูว่ามันอบอุ่นดีค่ะ อย่างถ่ายรูปบางทีหนูก็เกรงใจที่จะให้คนอื่นมาถ่ายให้ บางทีเขาไม่รู้มุม ไม่สามารถสั่งได้ว่าเขยิบไปหน่อยนะ มุมนี้นะ แต่คือกับแม่เขารู้มุมเราไง ยิงภาพกระหน่ำเลย"

เขินไหมเวลาทีแม่อยู่ด้วย แล้วเรามานั่งจับมือกัน?

     
"ไม่เขินเลยค่ะ เป็นปกติทุกอย่างเลย ถ้าใครได้รู้จักคุณแม่จริงๆ ท่านจะเหมือนวัยรุ่น เป็นเหมือนเพื่อน ไม่เหมือนเป็นแม่ลูก เราคุยกันได้ทุกเรื่อง แม่จะเข้าใจวัยรุ่นมากๆ ค่ะ"

แสดงว่าเคนก็ชนะใจแม่ ผ่านฉลุยเลย?

     เรียกว่าเราคุยกันและคลิกกันมากกว่าค่ะ คือชิวๆ ทั้งคู่ สบายๆ ทั้งคู่ค่ะ"

งานเคนอยู่ข้างๆ เสร็จแล้วมีนัดไปไหนกันต่อไหม?

     
"กินข้าวแล้วก็กลับบ้านค่ะ พี่เขามีงานตรงนี้พอดีเลยรอกลับพร้อมกัน"

หวานขนาดนี้จะมีรับงานคู่กันไหม?


     "ยังก่อนดีกว่าค่ะ จริงๆ มีติดต่อมาเรื่อยๆ แต่รู้สึกว่ายังไม่พร้อมค่ะ"

กลับขึ้นด้านบน