Facebook Twitter
gPlus 

กลายเป็นกระแส! ปาน ธนพร ปัดร้องเพลงแขวะบนเวทียันทำเพื่อการแสดง ดีใจแฟนๆ ชอบ


กลายเป็นกระแสที่หลายคนพูดถึง หลังจากดีว่าสาวปากร้าย ปาน - ธนพร หวนขึ้นเวทีคอนเสิร์ต ใน Stage Fighter กับช็อตเด็ดกรวดน้ำเทไวท์ แปลงเนื้อร้องเพลง คำยินดี ได้สะใจคนดู กับท่อน "ขอให้ความรักไม่มีความสุขใจ ไม่ว่าสิ่งไหนพังให้หมดทุกอย่าง ขอให้ความรักเขาและเธอมีแต่จืดจาง เมื่อเขาเคียงข้างมีแต่ความทุกข์ใจ ขอให้ความฝันและก็ต้องผิดหวัง ให้มีเปลี่ยนผันไม่มีวันสมใจ ขอให้เธอนั้นต้องจากลากันตลอดไป ทำฉันช้ำใจสักเท่าไร ก็ขอให้เธอปวดใจไม่แพ้กัน" เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอล์ แต่ก็มีบางกระแสเม้าท์ว่าทางสาวปานแอบร้องจิกกัดใครหรือเปล่า ล่าสุดในงานบันทึกเทปรายการ จันทร์พันดาว รูปแบบใหม่ จันทร์พันดาว ร้องสู้ฝัน ซีซั่น 1 เจ้าตัวก็ได้ชี้แจงว่า....

"ปีที่แล้วเราได้ขึ้นคอนเสิร์ตกับพี่ครีมแล้วเราก็ไม่ได้ขึ้นอีกเลยเนาะ แล้วก็มาปีนี้ เพิ่งจะมาได้เล่นใหม่ใน Stage Fighter มาได้ขึ้นคอนเสิร์ตกับน้องๆ อย่างเต็มตัวจริงๆ ส่วนที่หลายคนมองว่ากลับมาอย่างสมศักดิ์ศรี (หัวเราะ) ก็เรียกว่า เราแวะมาร้าย เสียงเพลงคำยินดี ที่เราร้องไป จริงๆ มันเป็นเพลงที่ขาวสะอาดมากเลยนะ และน่ารัก แต่ว่าทางทีมงานของเอไทม์ รู้สึกว่าความเป็น DNA ของปาน ธนพร เราต้องปากร้าย ทีมงานก็เลยบอกว่าอยากจะบิดครึ่งเพลงหลัง ให้กลายเป็นอารมณ์อีกฟีลหนึ่ง ซึ่งเราก็ทำไปด้วยความชำนาญอยู่แล้ว เพราะเราเป็นคนอย่างนั้นอยู่แล้ว (หัวเราะ) เราเลยบอกว่าเอาเลยสิพี่ จะทำอะไรก็ได้ เพื่อให้คนดูมีความสุข และมีความสนุกไปกับบทเพลงและเราก็ไม่ได้คิด ว่ามันจะได้ผลขนาดนั้นพอร้องท่อนนั้นออกไป แค่นี้เป็นอะไรกันเหรอ (ยิ้ม)"


อินเนอร์แรงมาก?
" มันเป็นไปตามบทบาท เรามองอย่างนี้นะ ในโมเมนต์ตรงนั้น ถ้าถามว่าตอนเริ่มแรก เรายินดีไหม ตัวละครตัวนั้นมันยินดีอยู่แล้ว แต่พอต้องได้เข้า ไปในสถานการณ์ ที่เรียกว่า มีการจัดงาน และมีการเห็นความรักของอีกคู่หนึ่ง ที่ชัดเจนมากขึ้น มันอาจจะทำให้คนเรากลับใจ ซึ่งมันก็เป็นการสะท้อนใจ ของตัวเราได้เหมือนกันนะ ว่าทุกอย่างไปในความไม่เที่ยง บางทีเราอาจจะไป ด้วยความรู้สึกหนึ่ง แต่อีกใจหนึ่งของเราอาจจะสามารถ แปลเปลี่ยนได้เป็นอีกความรู้สึก ถ้าเรารู้สึกว่ารับกับมันไม่ไหวแล้ว จนกลายเป็นหนึ่งคนที่หยิบเอาสัญชาตญาณที่ดิบร้าย ออกมาใช้เหมือนกัน"

หลายคนคิดถึงปานในโมเม้นต์นั้น?
"นั่นนะสิ ยังไม่ลืมกันอีกเหรอ (หัวเราะ) ก็รู้สึกสนุก และไม่คิดว่า การทำไปแบบสนุกๆอย่างนั้น ทุกคนจะชื่นชอบ เพราะเราทำมาเยอะแล้ว เราก็ไม่เคยคิดว่าทุกคนจะคิดถึงโมเม้นนั้นของเรา ถามว่าเป็นอินเนอร์ส่วนตัวของเราหรือเปล่า อ๋อ ไม่เลย เป็นอินเนอร์ในเพลงล้วนๆ  และทีมงานก็บรีฟมาตอนแรก ไม่ได้มีการเทน้ำบนเวทีด้วยนะ แต่สุดท้าย ทุกคนก็คิดกันว่าไหนๆ ทำแล้ว ก็ลองทำให้มันสุดไปเลย ลองตีความว่า ถ้าเป็นคนหนึ่ง ที่รู้สึกว่ารับไม่ได้กับสถานการณ์ตรงนั้น จะไปตอนแรก ที่คนคนนี้คิดว่าตัวเองรับได้ แต่สุดท้ายเขาก็รับไม่ได้ก็กลายเป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป"


คนโยงแอบแขวะใครหรือเปล่า?
"โห้ย! ดิฉันไม่มีคู่กัดเลย และไม่มีศัตรูในวงการที่ไหนเลย ไม่ได้แขวะใคร แค่รู้สึกว่าเพลงนั้นมันเป็นลักษณะของการเล่นละครเวที คล้ายๆกับละครเวทีเล็กๆด้วยซ้ำ เป็นละครเวที ย่อมๆ ในการตีความแค่ 1 ตัวเองด้วยเวลา 3 นาทีกว่าๆ กระแสมันฮือฮามาก ก็ตกใจเหมือนกัน เพราะเราทำงานเพลงธรรมะมาตั้ง 4 - 5 ปี ไม่เห็นมีใครมาตกใจกับเราเลย พอมากรวดน้ำแค่นี้นิดเดียว เป็นอะไรกับฉัน (หัวเราะ) ก็เป็นเรื่องที่ตลกดี ได้เห็นที่คนแชร์ กันอยู่ และเห็นที่คนบอกส่า สนุกสะใจดี จริงๆ มันอาจจะสะท้อนให้เห็นถึงใจของผู้หญิงยุคนี้เหมือนกันนะ ว่าใจของผู้หญิงยุคนี้เปลี่ยนไป มันเหมือนหมดยุคของการเป็นนางเอกแล้ว มันถึงยุคที่ผู้หญิงอยากแสดง สัญชาตญาณจริงๆความรู้สึกสิ่งที่เราไม่อยากจะบดบังมันอีกแล้ว เหมือนเป็นการที่รู้ว่าตัวเองไม่ดี และเอาชนะความไม่ดีตรงนี้ไม่ได้ แค่ขอให้ได้ปล่อยออกไปเพื่อความสะใจ ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงยุคนี้มีความกล้าคิดกล้าทำ และอยากเป็นตัวของตัวเองกันมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราเชื่อว่าการเป็นตัวของตัวเองมันยังต้องอยู่บนความพอดี แต่ละคน ก็น่าจะรู้ตัวว่า ความพอดีของแต่ละคนอยู่ตรงไหน"

กลับมาคัมแบ็คร้องเพลง ออกซิงเกิ้ล?
"โน (หัวเราะ) คงไม่แล้วล่ะค่ะ แต่ถามว่าถ้าให้ ทำอะไรแบบนี้ทำได้ไหม ทำได้นะ เพราะมันเป็นการเอนเตอร์เทนอย่างหนึ่ง และคนดูไป Happy สนุกสะใจ มันเป็นการมากระตุ้นอะดรีนาลีนบางอย่าง แต่สุดท้ายมันก็จะผ่านไปเพราะมีงานใหม่เข้ามา เพราะว่าจะได้ทำอะไรที่สนุกสนุกมากขึ้นอีกมากกว่า"

มีการพูดถึงลิขสิทธิ์เพลง คนเลยมองว่า เพลงโยงกัน?
"อ๋อ เหรอคะ คงไม่เกี่ยวกันหรอกค่ะ อยู่ที่คนมองแล้วล่ะ แต่สำหรับเราเราไม่เคยมองตรงเรื่องนั้นเลย และเราก็เชื่อว่า ทางเอไทม์ ก็ไม่ได้มองอย่างนั้นเหมือนกันมันเป็นเรื่องของเพลงจริงๆ และอันนี้มันเป็นเรื่องของการตีความของคนล้วนๆ เราถึงบอกว่า ในงาน 1 ชิ้น มันทำให้เห็น การมองในหลายหลายแฉกของแต่ละคน ซึ่งสุดท้ายมันก็กลายเป็นโมเดลของสังคมเท่านั้นเอง แล้วแต่ว่าใครจะมองอย่างไร แต่ถ้าถามว่าการตีความของเอไทม์เป็นยังไงมันเป็นการตีความที่อยู่บนโชว์และบนเพลงล้วนล้วนๆและอยากจะทำให้คนดูเซอร์ไพรส์ เพื่อจะได้ดูว่าในเวอร์ชั่นของปานธนพร เพลงจะออกมาเป็นอย่างไรเพราะ DNA ของปานธนพร มันเป็นคนอย่างนี้ไงเพลงมันดูเลวอ่ะพอทำออกมาคนก็จะต้องคิดว่ามันต้องโกรธใครแน่เลย เปล่าเลย มันเป็นหน้าที่ที่เราก็ทำได้และเป็นแค่การแสดงสนุกๆเท่านั้นเอง"

 

ซึ้งก็เป็น

โพสต์ที่แชร์โดย parnthanaporn (@parnthanaporn) เมื่อ พ.ค. 15, 2017 เวลา 4:05am PDT

 

จัดไปแฝดแฝด

โพสต์ที่แชร์โดย parnthanaporn (@parnthanaporn) เมื่อ พ.ค. 15, 2017 เวลา 4:05am PDT

 

กับสองสาวใสสุดเก่ง นิว จิ๋ว

โพสต์ที่แชร์โดย parnthanaporn (@parnthanaporn) เมื่อ พ.ค. 15, 2017 เวลา 4:04am PDT

 

รักนาง

โพสต์ที่แชร์โดย parnthanaporn (@parnthanaporn) เมื่อ พ.ค. 14, 2017 เวลา 10:10am PDT

 

ขอบคุณและขอบคุณค่ะ🙏😘

โพสต์ที่แชร์โดย parnthanaporn (@parnthanaporn) เมื่อ พ.ค. 14, 2017 เวลา 8:48am PDT

ขอบคุณภาพ - IG@parnthanaporn

กลับขึ้นด้านบน