Facebook Twitter
gPlus 

ก้อย รัชวิน น้ำตาคลอ ตูนวิ่ง10วันได้63 ล้านปลื้มเห็นน้ำใจคนไทย



  ด้านแฟนสาวอย่างก้อย - รัชวิน ที่เป็นอีกหนึ่งคนที่คอยอยู่เคียงข้างและร่วมวิ่งกับตูน บอดี้สแลม ในโครงการ #ก้าวคนละก้าว มาโดยตลอด อีกทั้งยังคอยแชร์เรื่องราวความปรพทับใจของคนไทยตลอดเส้นทางของการวิ่งกว่า 400 กิโมเมตรใน 10 วัน โดยก้อยเองได้เปิดใจกับสื่อมวลชนด้วยน้ำตาคลอว่า

      “ดีใจแทนเขาค่ะ แล้วก็ดีใจแทนคนไทยทุกคนที่มองเห็นถึงความสำคัญของโครงการ และก็มองเห็นสิ่งที่พี่ตูนทำ จนทำให้ตลอด 10 วันที่ผ่านมา เราได้เห็นว่าระหว่างทางมันมีมิตรภาพที่ดีๆ เกิดขึ้น มีกำลังใจดีๆ มีเสียงเชียร์ มีน้ำใจจากคนไทยที่มอบให้มาตลอดไม่ขาดสาย ต้องขอบคุณคนไทยทุกๆ คนมากนะคะ เรียกว่ามีส่วนร่วมทำทุกอย่างเลยก็ว่าได้ค่ะ คือตัวก้อยเองเราก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แล้วพี่ตูนก็เป็นแรงบันดาลใจสำหรับการออกกำลังกายของก้อยที่ทำให้ก้อยออกมาวิ่ง เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วที่เราได้เริ่มวิ่งด้วยกัน แต่ว่าตัวพี่ตูนเขาไปไกลถึงขั้นไตรกีฬา มาราธอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดก็คือวิ่ง 400 กิโล ซึ่งก้อยก็ตามไม่ทันจริงๆ ค่ะ ก็เลยขอวิ่งเท่าที่เราทำได้ แล้วก็ทำอย่างอื่นที่เรียกว่าช่วยซัปพอร์ตให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ไม่ว่าจะเป็นการเดินถือกล่องรับบริจาค การไลฟ์เฟซบุ๊กต่างๆ เพื่อช่วยให้มันกระจายข่าวได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ”
 
       “ ตอนเขาเจ็บระหว่างวิ่งเราก็ตกใจค่ะ คือตลอดการวิ่งที่ผ่านมาถามเขาว่าเหนื่อยมั้ย เขาก็จะไม่ค่อยบอกว่าเหนื่อยเท่าไหร่ จะบอกว่าไหวๆ ได้อยู่ๆ แต่ว่าช่วงหลังจากวันที่ 7 - 8 เขาเริ่มมีอาการบาดเจ็บและอย่างที่ทุกคนทราบกัน มันมีอุบัติเหตุเล็กน้อย ทำให้เขาเสียหลักล้มนิดหนึ่งแต่ว่าไม่ได้เป็นอะไรมากนะคะ ไม่ได้เจ็บหรือข้อเท้าแพลงอะไร แต่เราคนที่นั่งอยู่มองเห็นจากการไลฟ์อยู่ มันใจหายค่ะ ใจหายมาก คือเราเห็นภาพเขาล้มลงไปบนพื้นแล้วก็นิ่งไป 5 วิ แล้วลุกขึ้นมาต่อ ตอนนั่นรีบวิ่งลงจากรถลงมาดูอาการ ก็โอเคเห็นว่าเขาเดินต่อได้ แล้วก็มีคุณหมอมาช่วยเอาสเปรย์ฉีดกล้ามเนื้อมาช่วยบรรเทาอาการเจ็บ แล้วก็โอเคผ่านไปได้ในก้าวนั้นค่ะ แต่คือตอนนั้นมันตกใจ คือถ้าคนที่มาอยู่แบบก้อยทุกๆ วัน เราเห็นภาพเขาแบบวิ่งมุ่งมั่น เห็นความตั้งใจของเขาในทุกๆ วัน แล้วอยู่ๆ มาวันหนึ่งเขาล้มลงไป เราก็นิ่งดูดายไม่ได้ เราก็รู้สึกว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง เราไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าเราก็จะวิ่งไปดู เราก็อยากช่วยเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ ตอนนั้นคืออินเตอร์เน็ตสัญญาณขาด ทางบอดี้สแลมแบรนด์ก็ไม่ได้ไลฟ์ ตัวมือถือก้อยแบตก็เหลือ 4 เปอร์เซ็นต์ เราก็แบบจะทำยังไงดี เราอยากให้บรรยากาศมันสดๆ อยากให้ทุกคนได้ร่วมรับรู้และได้แชร์เรื่องราวในตอนนั้น ”
 
       “ เขาก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เขาก็รู้สึกว่าคือทุกคนไม่ว่าจะเป็นตัวพี่ตูนเองหรือว่าตัวก้อยหรือทีมงานไม่อยากให้มีเหตุการณ์ที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ระหว่างในการทำงานครั้งนี้ แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เราวิ่งบนท้องถนน มันจะมีเรื่องของปัญหาการจราจรที่เราเป็นห่วงมาก แล้วก็เราแก้ไขปรับเปลี่ยนทุกๆ วันที่เราวิ่ง มีหน่วยงานต่างๆ มาช่วยกัน ทำให้การวิ่งมันกระชับรัดกุมมากขึ้น อำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อไม่ให้ไปรบกวนการวิ่ง หรือว่าแม้แต่ช่วงตอนวิ่งตอนกลางคืน ก็เป็นห่วงเพระว่าทั้งตัวนักวิ่งเอง และตัวคนที่มาถ่ายรูปเอง สุดท้ายแล้วมันเป็นเรื่องความปลอดภัยล้วนๆ ค่ะ เราก็ห่วงคนที่มาถ่ายรูปด้วยว่าเขาจะล้ม หรือจะเป็นอะไรมั้ย หรือตัวนักวิ่งเองจะเสียหลักจะบาดเจ็บอะไรมั้ย ก็เลยค่อนข้างที่จะเป็นห่วงค่ะ ในช่วงระหว่างทางที่ผ่านมา”
 
พอเห็นยอดบริจาค เห็นน้ำใจคนไทยแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง หายเหนื่อยเลยไหม?

       “มันหายเหนื่อย จริงๆ แล้วทุกๆ วันค่ะมันมีเรื่องให้ก้อยหายเหนื่อยตลอดเวลา คือระหว่างทางเราเจอเรื่องดีๆ เจอความทรงจำที่น่าประทับใจ เจอเด็กน้อยที่นำเงินมามอบให้ เจอคนเฒ่าคนแก่ที่เขาเอาเงินมามอบให้เรา หรือแม้กระทั่งมีครั้งหนึ่งก้อยเจอคนป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ เขาเดินกำเงิน 100 บาทมามอบให้เรา เราเห็นแล้วก็รู้สึกแบบมันทำให้เห็นว่าจิตสำนึกของคนไทยจริงๆ แล้วทุกคนมีความเสียสละและความเป็นผู้ให้อยู่ในตัว แต่ในวันนี้เราได้ออกมาจุดประกายการเป็นผู้ให้ของทุกๆ คนในทุกๆ เพศทุกๆ วัย ในทุกที่จริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนรวยที่มีเงินมากมาย เป็นใครก็ได้ที่พร้อมจะให้เรา แล้ววันนี้มันแสดงให้เห็นว่าเงินเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ 5 - 10 บาท มันรวมกันเป็น 63 ล้าน มันยิ่งใหญ่แค่ไหน”
 
 10 วันที่ผ่านมาเราเคียงข้างและให้กำลังใจพี่ตูนอย่างไรบ้าง?

       “ใช้ร่างกายมาหนักหน่วงมากค่ะ ก็สิ่งที่ก้อยทำได้ดีที่สุดคงเป็นกำลังใจสำคัญ เพราะว่าเราเองก็ไม่ได้มีความสามารถดัดร่างกาย หรือกายภาพบำบัด คงต้องให้คุณหมอดูแล และให้เขาช่วยรักษาพี่ตูน ตลอดเวลาเราก็คอยเป็นแรงซัปพอร์ตที่ดี และช่วยเขาทุกอย่างเท่าที่เขาอยากจะให้เราทำ คือสุดท้ายแล้ว ณ จุดเริ่มต้นของเป้าหมายมันอาจจะมาจากตัวพี่ตูน อาจจะมาจากรพ. แต่ว่าพอก้อยมาอยู่ตรงนี้แล้ว มันเหมือนเขาเป็นคนทำให้เป้าหมายของทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน แล้วเขาก็อยากจะทำทุกอย่างด้วยความสุขความเต็มใจ โดนที่เราไม่ได้คิดว่าสิ่งนี้เราต้องทำเพื่อพี่ตูน เราทำเพื่อทุกคน ทำเพื่อรพ.บางสะพาน แล้วก็อยากจะให้ทุกๆ คนที่มาให้กำลังใจ มาเชียร์เราเขาได้รับความสุขเท่าที่เราจะมอบให้ได้ คือวันๆ ที่เราอยู่ตรงจุดนัดพบและถือกล่องรับบริจาค แล้วมีคนมาถ่ายรูป คือมันเป็น 10 วันแห่งการให้จริงๆ ค่ะ”
 
       “ไม่ได้คิดว่าเป็นการพิสูจน์อะไรค่ะ รู้สึกว่าตลอดที่คบกันมาเราก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะไปทำอะไร เขารักในสิ่งไหนก้อยก็รักด้วย ซัปพอร์ตด้วย แล้วก็อยากจะเห็นเขาทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้สำเร็จ ถึงวันนี้เราคงไม่ต้องมาพิสูจน์อะไร เราทำให้เห็นดีกว่า ไม่ต้องบอกอะไรดีกว่าค่ะ ก็ขอบคุณทุกคนที่มองเห็นโครงการก้าวเล็กๆ ก้าวนี้นะคะ จากก้าวเล็กๆ ที่เริ่มต้นกันมา 10 วัน มันกลายเป็นก้าวที่ใหญ่ขึ้น เพราะว่าทุกคนออกมาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมบริจาคเองหรือการแชร์ผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ การเป็นพี่ๆ น้องๆ ที่ออกมาให้กำลังใจ มาส่งเสียงเชียร์ก็ขอบคุณทุกแรงกายแรงใจ ทุกเงินบริจาคที่ร่วมมาให้เราในวันนี้และก็ขอให้การให้ในครั้งนี้จุดประกายว่าทุกคนสามารถเป็นผู้ให้ได้ ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม เริ่มจากคนใกล้ชิดคนใกล้ตัวของคุณเอง และอยากให้มองเห็นถึงรพ.อื่นที่มีความขาดแคลนเช่นเดียวกันค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณนะคะ”

กลับขึ้นด้านบน