Facebook Twitter
gPlus 

ชาคริต โวงานรุมยังไม่อยากโฟกัสเรื่องรัก โล่งแม่อาการดีขึ้น


  ขึ้นแท่นเป็นผู้จัดเต็มตัวในภาพยนตร์เรื่อง"คิดถึงทุกปี Memories of New Years" สำหรับ หนุ่ม "ชาคริต แย้มนาม" โดยงานนี้เลยถ่อโอกาสอัปเดทผลงานที่มีข่าวว่าคิวแน่นจนแทบจะ7วัน ไม่รู้ว่าจะมีเวลาดูแลเรื่องหัวใจตัวเองบ้างหรือเปล่า

ตอนนี้มีผลงานอะไรบ้าง?
  "ตอนนี้ก็มีงานแสดงอยู่เรื่อยๆ มีเรื่องเดือนประดับดาวของคุณมนัสนันท์นะครับ เธอละเอียดมากตัด 2 ปี(หัวเราะ) ก็ใกล้แล้วครับ แล้วก็จะปิดกล้องเรื่องคู่ซี้ผีมือปราบ แล้วก็ใกล้จะปิดเรื่องมาตุภูมิหัวใจ ก็พอก่อน แล้วยังมีรายการอีก 3 รายการ"

ชีวิตช่วงนี้ เรียกว่าลุยงานอย่างเดียวเลย?
    "ครับ ก็ลุยงานอย่างเดียว ว่างอ่ะ(หัวเราะ) แต่ก็ยังมีเวลาให้ดูแลคุณแม่ ให้เราได้นอนได้พักผ่อนอยู่ เห็นแก่ตัวน้อยลง คือเรื่องสังสรรค์เจอเพื่อนๆ ก็โตๆกันแล้วเนอะ ไว้เดือนสองเดือนค่อยมาเจอกันก็ได้ ตัดบางอย่างออกไป แล้วก็ทำหน้าที่ที่เราคงรจะต้องทำให้ดีที่สุด"

เรียกว่าพักเบรคปาร์ตี้ แต่ยังไม่ได้เลิกเด็ดขาด?
  "ผมไม่ได้เรียกว่าปาร์ตี้ คือหมายถึงว่าเจอ หรือนั่งคุยตามร้านอาหารมากกว่า ผมเลิกปาร์ตี้ตั้งแต่อายุ 21แล้ว ก็เป็นตาแก่นั่งอยู่ร้านตัวเอง กินข้าวไปคุยไปกับเพื่อน แต่เดี๋ยวนี้ทุกคนก็ยุ่งแหละ ด้วยวัยด้วยความรับผิดชอบหลายอย่าง"


แล้วตอนนี้มีคนพิเศษมั้ย?
  "ก็เรื่อยๆ ผ่านไปก่อน(หัวเราะ) ไม่ได้โฟกัสเรื่องนี้ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดก่อน ถ้าเกิดมีอะไรดีๆ ก็จะรีบบอก คือผมว่าเราทุกคน พอถึงเวลามันก็ต้องมีเข้ามาบ้าง ปฏิเสธไม่ได้หรอก ยังไม่ได้ห่มผ้าเหลืองตลอดชีวิต มันยังคงต้องมีเข้ามา แต่ก็อย่างที่บอก ถ้าเราเจอใครคบกับใคร เราก็อยากให้เรียบง่าย ไม่อยากฉูดฉาดมาก คือผมก็ชอบอะไรเรียบง่าย อยู่กันเงียบๆสบายๆของเราดีกว่า"

หรือว่ายังไม่พร้อมเปิดตัว?
"ไม่รู้ ไม่หรอกก็ว่ากันไป เดี๋ยวค่อยว่ากัน"

พูดอย่างนี้แสดงว่ามีแล้ว?
"เอาหน่า อย่ามายุ่งกับผมเลย(หัวเราะ)"


อัพเดตเรื่องคุณแม่นิดนึง?
"ตอนนี้ก็ดีขึ้น หลังจากที่ช่วงเดือนมีนา-เมษา ที่หนักมากๆ ตอนนี้ดีแล้วครับ เหมือนเขาได้เตือนสติตัวเอง เริ่มที่จะไม่ต่อต้านการรักษา มีแต่งอนพยาบาล เหมือนรู้ว่าจะไปหาหมอ ก็ตื่นมาตาขวาง ด้วยความที่ขี้รำคาญ แล้วก็อายุเยอะด้วย ก็อารมณ์ขึ้นๆลงๆ คือสุขภาพไม่ถอยหลังก็โอเค"

ตอนนี้ยังมีอะไรที่เป็นห่วงบ้าง?
"อยากให้เขาได้ใช้ชีวิตหลังจากนี้ แฮปปี้กับตรงนี้ ความหวังของเราก็ต้องอธิษฐานทุกวันให้แม่พัฒนาขึ้น ให้หายขาดถ้าเป็นไปได้ แต่บางครั้งก็ไม่สามารถหรอกได้ ถ้าคุณแม่ได้เท่านี้ ด้วยวาระของเขากลับมาได้แค่นี้ เราก็ต้องยอมรับมัน แล้วก็ทำให้ดีที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด เราก็อยากให้แม่ยอมรับกับตรงนี้ด้วย ไม่อยากให้เขาท้อ ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าชีวิตหมดค่า  ต้องขอบคุณคุณหมอ พยาบาลที่ดูแลอยู่ที่บ้าน ดูแลเหมือนเป็นแม่ตัวเขาเองเลย ผมโชคดีมากที่ได้พยาบาลที่ดี แล้วก็ผู้ช่วยของเรา ที่ดูแลมาตลอด จนทุกวันนี้ดูแลบัญชีที่บริษัท และดูแลคุณแม่ด้วย ต้องบอกว่าผมโชคดีที่มีคนที่บ้านที่ดีมากๆ ไม่งั้นผมคงสติแตกเหมือนกัน"

กลับขึ้นด้านบน