Facebook Twitter
gPlus 

นศ.สาวศรีปทุมแจ้งจับ"ต้อย แอคเนอร์" อ้างถูกลวนลาม



นางวรรณวิไล รามช่อพฤกษ์ อายุ 51 ปี อาชีพค้าที่ดินและทำธุรกิจส่วนตัวได้พาบุตรสาว คือ น.ส.เพชรคัมภรณ์ รามช่อพฤกษ์ อายุ 22 ปี นศ.ชั้นปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม อดีตสาวพริตตี้ เข้าแจ้งความ สน.สุทธิสาร ให้ดำเนินคดีกับ นายเกรียงศักดิ์ เอกสกุลชัย หรือ ต้อย แอ๊คเนอร์ เจ้าของนิตยสารมายาแชนแนล และหนังสือเกี่ยวกับข่าวบันเทิงหลายเล่ม ข้อหากระทำอนาจาร ลวนลามพยายามปลุกปล้ำโอบกอด และหอมแก้ม น.ส.เพชรคัมภรณ์ ทั้งที่เป็นนักศึกษาฝึกงาน เหตุเกิดที่คอนโดเลิศอุบล ย่านลาดพร้าว โดยน.ส.เพชรคัมภรณ์ ถูกล่อลวงจากเพื่อนนักศึกษาสาวในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ร่วมกับคนขับรถของนายเกรียงศักดิ์ ซึ่งทั้งสองคนมีลักษณะเหมือนนกต่อ

น.ส.เพชรคัมภรณ์ บอกว่าตนเป็นนักศึกษาฝึกงานของบริษัท มายาแชนแนล วันที่ 12 ม.ค. เป็นวันแรกที่ตนเริ่มฝึกงาน จากนั้นพี่ต้อยก็พาไปทำงานด้วย ในวันนั้นไปทำงานหลายที่โดยมีเพื่อนชื่อส้มไปด้วย กระทั่ง 14 ม.ค. ตนกับพี่ต้อยพร้อมทีมงานไปดูงานที่ มหาวิทยาลัยหอการค้า หลังดูงานเสร็จในช่วงเย็น พี่ต้อยก็ชวนไปกินข้าว ที่ร้านเบียร์หิมะ ถ.ประชาชื่น เมื่อกินข้าวเสร็จพี่ต้อยก็ชวนดื่มเบียร์ แต่ปฏิเสธไป แล้วชวนคุยเรื่องงานกันว่าพรุ่งนี้จะต้องไปไหนบ้าง สักพักพี่ต้อยก็บอกให้หนูมานั่งตักแล้วโอบข้างหลังถ่ายรูป หนูก็รู้สึกแปลก พี่ต้อยยังบอกว่าหนูหน้าตาดี จะให้เป็นเลขาส่วนตัว และจะให้ทำงานฝ่ายทีวี วันนั้นอยู่ที่ร้านถึง 4 ทุ่ม หนูจึงขอตัวกลับ พี่ต้อยเลยบอกว่าพรุ่งนี้ให้มาแต่เช้าไม่ต้องเอารถมา ให้ไปเจอกันที่คอนโด อยู่ลาดพร้าวซ.8 ตอน 9 โมงเช้า พอถึงเช้าวันที่ 15 ม.ค. หนูก็เดินทางไปที่คอนโดตามนัดหมาย เมื่อไปถึงก็พบคนขับรถของพี่ต้อยยืนรออยู่ คนขับรถบอกว่าให้ขึ้นไปรอข้างบนก่อนทีมงานยังมาไม่ครบ หนูก็แปลกใจ แต่ไม่คิดอะไรมากเพราะคนขับรถบอกว่ามีเพื่อนชื่อส้มอยู่ด้วย จากนั้นคนขับรถก็พาขึ้นลิฟท์ไปชั้นที่ 8 เมื่อเข้าไปในห้องพี่ต้อยซึ่งเป็นห้องสูท พี่ต้อยชวนมานั่งที่เก้าอี้โซฟา ซึ่งเขานั่งดูเคเบิลทีวีอยู่

ขณะตนอยู่ในห้องพี่ต้อยก็ชวนคุย แต่จะชวนคุยในทำนองว่าตนรู้จักพวกสาวไซด์ไลน์หรือเปล่า ตนฟังแล้วดูท่าไม่ดีจึงตัดบทบอกพี่ต้อยไปว่าหิวข้าว ขอตัวไปกินข้าวกับส้มก่อน พี่ต้อยก็บอกโอเค ระหว่างนั้นส้มบอกว่าแสบตา ขอเข้าไปล้างในห้องน้ำเดี๋ยวจะตามออกไป ช่วงที่ตนก้มลงใส่ร้องเท้าแบบหุ้มข้อ พี่ต้อยทำทีเข้ามาเหมือนจะปล้ำ มาโอบกอดด้านข้าง ตนจึงผลักตัวพี่ต้อยออกไป แล้วร้องให้เพื่อนช่วย แต่พอเพื่อนออกมาพี่ต้อยก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และวันนั้นตนก็ไปทำงานกับพี่ต้อยทั้งวันด้วยความอึดอัด ตลอดทางตนก็พยายามบอกกับเพื่อนว่าทนไม่ไหวขอเปลี่ยนที่ฝึกงาน ส่วนเพื่อนบอกว่าเปลี่ยนไม่ได้ให้ทนเอาหน่อย

วันนั้นหลังทำงานเสร็จในช่วงเย็น พี่ต้อยบอกว่าจะพาไปกินข้าวและซื้อเสื้อผ้าที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ตนรู้สึกอึดอัดมา จึงโทรศัพท์หาแม่ และแม่ก็บอกให้ตนกลับบ้าน เมื่อกลับถึงบ้านตนก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง และวันนี้(18 ม.ค.) แม่จึงพามาแจ้งความเพราะเกรงจะมีเรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก และตนขอยืนยันว่าที่ออกมาแจ้งความเรื่องนี้ไม่ได้อยากดัง อยากให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่างกับผู้หญิงคนอื่นว่า ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ไม่ต้องกลัวและไม่ต้องยอม สำหรับการแจ้งความเอาผิดดังกล่าวจะไม่มีการยอมความใดๆอย่างแน่นอน ตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่ตอนนี้ก็รู้สึกกลัวว่าจะถูกฝ่ายพี่ต้อยข่มขู่ จึงต้องการให้ตำรวจไปดูแลที่บ้าน หลังเกิดเรื่องเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ม.ค.พี่ต้อยรวมทั้งเพื่อนชื่อส้มก็โทรศัพท์มาหาตน แต่ตนไม่รับโทรศัพท์

หลังสอบปากคำผู้เสียหายเสร็จสิ้นแล้วก็จะเรียกพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำทั้งหมด และอันดับแรกจะเรียกเพื่อนที่ชื่อส้มมาสอบปากคำก่อน จากนั้นก็จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำต่อไป ซึ่งคดีนี้ไม่มีความซับซ้อนอะไรมาก และเป็นคดีกระทำอนาจารผู้อื่นมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี เป็นคดีที่สามารถยอมความกันได้ หากผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธก็ไม่มีผลต่อรูปคดี ถ้าหากผู้เสียหายมีหลักฐานชัดเจน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการสอบปากคำทุกปากภายใน 7 วัน หากพยานหลักฐานเพียงพอก็จะเรียกนายเกรียงศักดิ์มารับทราบข้อกล่าวหา ถ้าเกิดนายเกรียงศักดิ์ไม่มาก็จะออกหมายเรียก และถ้าเรียกถึง 3 ครั้งแล้วยังไม่เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ ก็จะออกหมายจับต่อไป สำหรับเรื่องนี้เจ้าหน้าที่จะทำคดีอย่างตรงไปตรงมาให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
กลับขึ้นด้านบน