Facebook Twitter
gPlus 

พลอย พลอยพรรณ ขอโทษ ปีเตอร์ หากคิดว่าดิสเครดิต ยันไม่กีดกันหากเจอลูก



ยังเคลียร์กันไม่ลงตัว และดูเหมือนว่าจะพูดกันคนละประเด็นมาตลอด สำหรับสาวพลอย - พลอยพรรณ และอดีตสามี ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ที่ก่อนหน้านี้ทางปีเตอร์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าคำพูดของพลอยเหมือนเป็นการดิสเครดิตของตน โดยล่าสุดในงานจูเนียร์รันเวย์ ณ ลาน Q Space Mc ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ที่สาวพลอยควงลูกชายมาร่วมงาน เจ้าตัวก็ได้ออกมาเคลียร์เรื่องดังกล่าวพร้อมกับขอโทษฝ่ายชายหากทำให้เข้าใจผิด

จะฉายแววในวงการไหม?
"ก็ต้องลองดูค่ะ แต่ว่าก็แล้วแต่เขา แพนเตอร์หน้าหล่อก็จริง แต่คนชอบไอตัวเล็กมากกว่า ก็มีสิทธิ์ค่ะ ใครอยากทำอะไรก็ทำ แต่ไม่บังคับเลยค่ะ ตอนนี้เป็นช่วงที่แบบเราช่วยกันหาเงิน เพราะตัวพลอยเองไม่ใช่ดารา ก็ให้ลูกเป็นคนช่วยแม่ทำมาหากินหน่อย ก็ถ้าเผื่อใครสนใจจะให้แพนเตอร์ พูม่าไปเล่นละครหรือทำงานในวงการก็ทาบทามเข้ามาเลยค่ะ เราสนใจเรารับทุกงานค่ะ รายได้ของน้องก็อยู่กับแม่เนี่ยแหละค่ะ เพราะแม่ก็ต้องเอามาจ่ายค่าใช้จ่ายของน้องเหมือนกัน เรื่องการทำงาน พี่เตอร์เขาทราบอยู่แล้วว่าทุกบาททุกสตางค์ที่เราตรงนี้เรานำมาใช้จ่ายในส่วนของลูก เพื่ออนาคตของลูกทั้งนั้น ลูกอยู่กับเราเราก็ต้องตัดสินใจอะไรที่ดีสำหรับลูกอยู่แล้วค่ะ"

เรื่องเงินที่พ่อเขาต้องส่งให้ลงตัวหรือยัง?
"อันนี้ไม่บอก ไม่พูดแล้วนะ เคยพูดไปแล้วทีหนึ่งก็ยืนยันคำเดิมค่ะ แต่ก็ถือว่าเรื่องนี้ผ่านไปค่ะ เอาเป็นว่าเราก็พูดมนส่วนของเรา ไม่ได้พูดในส่วนของเขา แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรที่เป็นส่วนของสัญญา "

เขาออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเหมือนเราดิสเครดิตเขา?
"อยากเรียกว่าเป็นการดิสเครดิตเลย เราก็ทำอะไรตามที่เราพูด ตามที่เราทำทุกวันนี้"

กลัวสังคมงงไหม เพราะต่างคนต่างออกมาพูดคนละเรื่อง?
"คือเอาจริงๆพลอยก็ไม่ทราบว่าเขาให้สัมภาษณ์เรื่องไหนมา เราโดนสัมภาษณ์เราก็ตอบตามที่ถาม ถ้าจะบอกว่าเป็นการดิสเครดิต คือถ้าพี่เขามีการงาน มีชีวิตที่ดี มันเป็นเรื่องที่ดี ลูกจะได้ดูพ่อเป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิตได้ เราก็ไม่กีดกันอยู่แล้ว คือถ้าเกิดวันหนึ่งลูกไปเจอพ่อนอนอยู่ใต้สะพานลอย พลอยไม่อยากให้มันทีภาพอย่างนั้นเกิดขึ้น อย่าเอาไปเขียนเป็นหัวข้อข่าวนะข้อร้องนะกราบ เดี๋ยวยิ่งโดนจู่โจมว่าดิสเครดิตพวกเก่า อันนี้คือไม่อยากให้เห็นว่าพ่อหรือแม่เราเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอก"

เรางงไหมว่าทำไมปีเตอร์ถึงออกมาพูดแบบนั้น ?
"เอาจริงๆพลอยไม่ค่อยสนใจเรื่องชื่อเสียงอะไรเท่าไหร่ เราไม่ใช่คนในวงการ จริงๆ ใครถามอะไรมาเราตอบแบบนั้น คือถ้าพี่เขาบอกว่าเราดิสเครดิตเราก็ขอโทษด้วยแล้วกัน พี่เขาอยู่มาเป็น10ปี เราอยู่มาแป๊บเดียวโดยไม่มีใครไกด์ไลน์ รับงานเองทุกอย่างโดยไม่มีผู้จัดการส่วนตัว เวลาพลอยทำอะไรก็ทำตามสามัญสำนึกของความเป็นคน ของคนที่เป็นแม่ "

อย่างที่บอกว่าเขาไม่ช่วยดูลูก เขาก็บอกว่าเวลาพลอยบินไม่ได้ส่งตารางบินให้เขา เขาเลยไม่รู้?
"คือเรื่องพวกนี้พลอยไม่เคยปิดกั้น การส่งตารางบินมันไม่จำเป็น อันนั้นมันคือชีวิตพลอย แต่ลูกคือลูกอยู่บ้าน ลูกอยู่กับพี่เลี้ยง ซึ่งเขาก็มีคอนแทค มีเบอร์โทรศัพท์กัน คือมันเป็นอะไรที่พลอดเปิดอยู่แล้ว เขาจะเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ เรื่องตารางมันค่อนข้างจะอยาก ตัวพลอยเองก็จัดตารางชีวิตตัวเองยากแล้ว มันเป็นสแตนบาย แล้วก็โดนเรียกไปบิน พลอยก็ไม่รู้อนาคตตัวเอง พลอยรู้สึกว่าไม่อยากมานั่งอัปเดตตารางชีวิตตัวเองให้พี่เขาฟัง ถ้าเขาสะดวกแบบไหนให้เขาทำแบบที่เขาสะดวกใจเลยดีกว่า"

เขาบอกว่าที่เขาหายไปเพราะไปทำงานเพื่อลูก?
"ก็ไม่ทราบเหมือนกันจริงๆ เขาทำอะไรก็ตามที่เห็นตามเพราะพลอยไม่ได้ติดต่อกับเขาเลย (แล้วเราเชื่อในสิ่งที่เขาพูดไหม?) ไม่ได้ไม่เชื่อ เราก็มองว่าเขาคงขยันจริงๆ แต่เราก็ใช้ชีวิตในส่วนของเราดีกว่า ถึงแม้จะเชื่อไม่เชื่อมันไม่ได้กระทบอะไรกับพลอยเลย"


ที่เขาไปหาลูกล่าสุดคือเมื่อไหร่?
"ช่วงนี้ดีค่ะ เขาเริ่มที่จะกลับมาหาลูก คิดถึงลูกจริงจัง เริ่มนัดเวลาที่มันแน่นอน พลอยก็ไปส่งลูกให้เขา แล้วก็ไปรับลูกกลับมา ก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ดีกับเด็กที่ได้เจอหน้าพ่อเป็นประจำ แพนเตอร์ก็กลับมาเล่าว่านอนแล้วตื่นขึ้นมาอยู่บนตัวป๊าเลย ป๊าสอนพับเครื่องบิน คือเขาเริ่มซึมซับกับสิ่งที่อยู่กับพ่อเขา แล้วก็มาเล่าให้เราฟัง พ่อเป็นฮีโร่ของแพนเตอร์ ไม่ว่าจะอะไรก็ตามพี่เตอร์คือฮีโร่ ไม่ว่าที่ผ่านมาจะดีหรือไม่ดียังไง มันไม่เคยเป็นเอฟเฟ็คตรงนั้น"

กลัวน้องจะขาดไหม ?
"พลอยมองว่า ตราบใดที่เราจัดหาในสิ่งที่ลูกต้องการต้องใช้ทุกอย่างครบ คือพ่อไม่ได้ตายจากไป ยังมาเจออยู่ มันยังดีกว่าบางคนที่พ่อจากไปเลยไม่ได้กลับมา พลอยว่าอันนี้คนเรายังแก้ตัว ยังปรับตัวกันได้ก็โอเคอยู่ค่ะ"

ทุกวันนี้ปัญหาที่มันค้างคาใจของเรากับปีเตอร์มันผ่านไปแล้วใช่ไหม?
"มันไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ แต่มันป่วยการที่จะเอามาพูดถึงมากกว่า อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป"

เริ่มคุยกันมากขึ้นหรือยัง?
"คุยส่งสติ๊กเกอร์พอค่ะ พูดมากไม่ค่อยดีค่ะ ปากไม่ดีกันทั้งคู่ คุยอะไรกันเท่าที่จำเป็นดีกว่าค่ะ อย่างที่บอกว่าอารมณ์เราต้องอีกประมาณสักอายุ 60-70 แล้วค่อยมานั่งคุยกันได้ ตอนนั้นคงโตแล้ว(หัวเราะ) คือมันเป็นปัญหาระหว่างพลอยกับเขามากกว่าค่ะ มันไม่ใช่ปัญหาของลูก ตอนนี้พลอยไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับเขาแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้พักเอาไว้เลย อยู่เบื้องหลังที่ไกลมากๆ ตอนนี้เป็นส่วนของลูกที่อยู่กับพ่อแม่มากกว่า เราก็พยายามเชื่อมให้มันดีเหมาะสมกับลูกมากที่สุด"

ลูกเคยถามไหมว่าพ่อไปไหน แม่ไปไหนทำไมไม่อยู่ด้วยกัน ?
"เคยถามตั้งแต่เด็กแล้ว เราก็บอกตลอดว่าคุณพ่อไปทำงาน เราบอกด้านนี้ตลอดค่ะ ก็เป็นด้านที่คุณพ่อเขาก็ไปทำตามที่บอกจริงๆเวลาตอบมันจะได้ตรงกัน "

เขาถามไหมว่าทำไมไม่อยู่บ้านเดียวกัน?
"ไม่นะคะที่บ้านคนอยู่เยอะค่ะ มีพี่เลี้ยงอีก 2 คนบ้านมันก็ดูแน่นๆแล้วค่ะ เราอธิบายไปแล้วต่อหน้าพี่เตอร์เลย ว่าพ่อกับแม่ตอนนี้ไม่ได้รักกัน ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันนะ แต่พ่อกับแม่รักลูกมากแค่นี้คือสิ่งที่มันจำเป็นและสำคัญกับตัวลูกไม่ต้องมองว่าทำไมไม่อยู่ด้วยกัน คือตราบใดที่เราไม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูกพลอยเชื่อว่ามันไม่ได้สร้างความเจ็บช้ำอะไรให้ลูกค่ะ"

กลับขึ้นด้านบน