Facebook Twitter
gPlus 

มะเดี่ยว ชูพงษ์ ยันไม่เปลี่ยนตัวใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ต้องตกลงกันใหม่



กลายเป็นที่จับตามองหลังจากผู้กำกับชื่อดัง มะเดี่ยว ชูพงษ์ ปรี๊ดแตก โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวฉะผู้จัดการนางเอกดัง หลังจากที่พานางเอกในสังกัดมาฟิตติ้งงาน  โดยพานางเอกสาวกลัวตรงเวลาเป๊ะ ทั้งที่ยังเหลือคิวถ่ายอีก 1 ชุด แถมยังโพสต์ต่ออีกรอบเป็นนัยๆว่าอาจจะมีการเปลี่ยนตัวนางเอกของเรื่องที่คนคาดว่าน่าจะเป็นสาวใบเฟิร์น - พิมพ์ชนก ที่กำลังจะมีผลงานกับทางมะเดี่ยวนั่นเอง ซึ่งล่าสุดมะเดี่ยวก็ออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชนอีกครั้งโดยระบุว่า

ที่เดินทางมาวันนี้ตั้งใจจะมาฉะอะไรหรือเปล่า?
"ดูละครกันเยอะเกินไปหรือเปล่า พี่มางานปกติ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นพี่ต้องบอกก่อนว่าพี่ก็เป็นของพี่แบบนี้อยู่แล้ว เวลาพี่ทำงานพี่ก็จะมีมาตรฐานประมาณหนี่ง แต่ตอนนั้นอาจจะด้วยอารมณ์ เลยทำให้ดูไม่ค่อยสุภาพ แต่ปกติแล้วพี่เป็นคนที่สุภาพนะครับ คือด้วยความที่ก่อนหน้านี้ที่พี่ได้ยินมาเยอะ แต่พี่ก็คอนเฟิร์มกับทุกคนว่าพี่ไหว ส่วนเรื่องที่น้องเต้นไม่ได้ แสดงไม่ได้ อันนี้พี่ต้องบอกก่อนว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของวันฟิตติ้ง เพราะนักแสดงทุกคนต้องใช้เวลาในการฝึก ไม่มีใครเป๊ะได้ทุกคนหรอก ซึ่งอันนี้ตัวพี่และทีมงานก็เข้าใจได้ แต่ระหว่างที่พี่ให้น้องเขาซ้อมเพื่อจะรอถ่าย จะมีคนมาคอยกระซิบตลอดว่าเดี๋ยวเขาจะไปแล้ว จนกระทั่งมันเหลือชุดสุดท้าย ซึ่งพี่ก็นั่งดูอยู่เพราะพี่เป็นโปรดิวเซอร์ แล้วอยู่ๆ น้องเขาก็เดินเข้ามาสวัสดี ตัวพี่ก็รับไหว้ และหลังจากนั้นแป๊บเดียวมีเด็กมาบอกว่าเหลืออีกชุดที่ยังไม่ได้ถ่าย ซึ่งพี่ก็งงว่าขอแค่นี้ก็ไม่ได้เหรอ"

"สำหรับตัวผู้จัดการเขา เอาตรงๆ พี่ก็ยังไม่ได้คุย เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของพี่ที่ต้องคุย บางสิ่งบางอย่างเราต้องรู้จัดการกับปัญหา เราต้องสามารถแก้ปัญหาตรงนั้นได้ แต่สิ่งที่พี่โพสต์พี่ไม่ได้ตั้งใจจะบอกให้เขาฟัง แต่พี่ตั้งใจที่จะบอกให้กับวงการฟังว่าเราเจอสิ่งเหล่านี้อยู่ เราไม่ได้พูดลับหลัง แต่เราอยากพูดให้คนได้ยิน หลายคนอาจจะมองว่าพี่ไม่ควบคุมอารมณ์ คือจะมองแบบนั้นก็ได้นะ ต้องขอโทษทุกคนด้วย และก่อนที่พี่จะโพสต์พี่ก็ได้คุยกับผู้ใหญ่แล้วด้วย ส่วนเขาจะอนุญาตให้โพสต์หรือไม่ อันนี้เขายกให้เป็นสิทธิ์ของเรา "

"จะเปลี่ยนตัวนักแสดงนำไหมนั้น เราก็มีการพูดคุยกันระหว่างตัวพี่ ช่อง ผู้จัด และทุกๆ คนที่เกี่ยวข้อง โดยต่างคิดว่าเราควรให้โอกาสน้อง เพราะน้องอาจจะไม่รับรู้อะไร เราไม่อยากปลดเพราะสิ่งที่ผู้จัดการเขาทำหรือคนอื่นทำ อีกอย่างตัวพี่เองมองว่าอาจจะทำไม่แฟร์กับน้องเขาด้วย เลยถือว่าให้โอกาสน้องเขาดีกว่า ถ้าคุยกันดีๆ ได้ก็คุยกันไป เราก็ได้ทำงานกันต่อ ต่างคนต่างให้โอกาสกันปรับตัว เรายังสามารถมองหน้ากันได้ ร่วมงานกันได้ ยิ้มให้กันได้ แต่ถามว่าเล่นละครใส่กันไหม ไม่รู้สิ เอาเป็นว่าถ้าต้องมีการติดต่อกับผู้จัดการระหว่างการถ่ายทำละคร พี่ก็จะให้ทีมงานติดต่อไป แต่พี่ว่าสุดท้ายมันก็ต้องมีการเคลียร์ว่าจะทำยังไงให้แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย"

"ส่วนเรื่องที่เขาบอกว่าเราเลยเวลาการทำงาน พี่ก็ยอมรับว่าเราเลยจริง เลยมา 15-20 นาที แต่ถ้าข้อดีของดาราคือการมาตรงเวลาและกลับตรงเวลาอย่างเดียวมันไม่พอ คุณจะต้องดูในปริบทด้วยว่าเวลาทำงานถูกใช้ไปกับกิจกรรมอื่นเท่าไหร่กว่าจะได้ถ่าย คือมันดีเทลอื่นๆ อีกเยอะมาก แต่พี่ไม่ขอพูด เพราะสุดท้ายไม่ว่าอะไรยังไงคนที่ได้รับผลดีที่สุดก็คือน้องเอง พี่ไม่ได้จะโปรโมทโปรเจ็กต์ เพราะอยู่เฉยๆ พี่ก็ดังแล้ว แถมละครกว่าจะได้ออนแอร์ตั้งเดือนเมษายน จะให้พี่รีบมาโปรโมทอะไรตอนนี้ ถึงเวลานั้นเขาคงลืมไปหมดแล้ว ให้พี่อยู่บ้านแบบมีความสุขดีกว่า พี่ไม่ชอบมีเรื่องกับใคร"

 

 

กลับขึ้นด้านบน