Facebook Twitter
gPlus 

มิว นิษฐา น้ำตาคลอ พร้อมพัฒนาตนเองในทุกด้าน ตามรอยพ่อ

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2559 นางเอกสาวหน้าหวาน มิว – นิษฐา จิรยั่งยืน ได้ร่วมชมและพูดถึงการดำเนินชีวิตโดยยึดหลัก “ตามรอยพ่อ” ในนิทรรศการ “พระบารมีปกเกล้า เหล่าปวงประชา” โดยมี ปุ๊ก – สมาพร รังษีกุลพิพัฒน์ ทำหน้าพิธีกรภายในงาน พร้อมฟังเพลงพระราชนิพนธ์สุดไพเราะ ที่ขับร้องโดยนักร้องเสียงนุ่ม โอปอ ประพุทธ์ พิมพามา และในวันนี้ (วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2559) เป็นคิวของพระเอกหนุ่มสุดฮอต ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวแนวคิดและการดำเนินชีวิตตามรอยพ่อ โดยมีพิธีกรจากรายการแจ๋ว ปอ ปุณยวีร์ สุขกุลวรเศรษฐ์, ดาว – อภิสรา เกิดชูชื่น, ปุ๊ก – สมาพร รังษีกุลพิพัฒน์ และ น้ำฝน – พัชรินทร์ ศรีวสุภิรมณ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ ชั้น G  อาคารมาลีนนท์ 2 สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

มิว นิษฐา เผยพร้อมน้ำตาคลอว่า “พระองค์ท่านทรงพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ พร้อมกับการพัฒนาประเทศไปด้วย พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถหลายด้าน ทั้งด้านดนตรี ด้านการทำงาน และด้านกีฬา ส่วนการพัฒนาประเทศพระองค์ก็ไปตามพื้นที่ต่างๆที่ทุรกันดาร ไปเพื่อพัฒนาพื้นที่ตรงนั้นและบุคลากรที่อยู่ตรงนั้นให้เขามีความรู้มีชีวิตที่ดีขึ้นและรู้จักความพอเพียง มิวว่าสิ่งเหล่านี้ที่พระองค์ทรงทำเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งมิวก็นำตรงนี้มาใช้ มิวอยากจะพัฒนาตัวเองในทุกๆด้านของชีวิต ไม่ว่าจะด้านการทำงาน ด้านจิตใจ อยากจะไปช่วยเหลือคนอื่นที่เราสามารถช่วยเขาได้ให้มีชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ สำหรับนิทรรศการ “พระบารมีปกเกล้า เหล่าปวงประชา” ที่ทางช่อง 3 ได้จัดขึ้น มิวเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เด็ก ผู้ใหญ่ หรือทำงานอะไรก็แล้วแต่ พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัชต่างๆของพระองค์ท่าน จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกๆอาชีพ ทุกๆคน ซึ่งภายในนิทรรศการก็จะแบ่งเป็นโซนต่างๆให้ชมค่ะ ทั้งโซนที่แสดงถึงความผูกพันของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีต่อพระบรมราชชนก พระบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า  โซนที่ได้รวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ ที่หลายๆคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน โซนหลักคำสอนของพ่อ ทั้งพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสต่างๆ  และ Mapping Studio ห้องที่จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนร่วมถ่ายรูป โดยใช้เทคนิค Projection Mapping เป็น Background ประกอบด้วยชื่อ – นามสกุลของท่าน มิวขอเชิญชวนทุกท่านให้มาร่วมน้อมรำลึกมาร่วมชมนิทรรศการในครั้งนี้กันนะคะ”

ด้าน ณเดชน์ เผยด้วยความภูมิใจว่า “ผมเกิดในปี 2534 ครับ และถัดมาไม่นานพระองค์ก็ได้มีโครงการเศรษฐกิจพอเพียง จึงทำให้ผมได้รู้จักพระองค์ท่าน พอเราโตขึ้นมาก็ยิ่งรู้จักพระองค์ท่านมากขึ้น รู้ในเรื่องของพระราชกรณียกิจต่างๆที่พระองค์ท่านทรงเสด็จไปทรงงานในหลายๆพื้นที่ ผ่านทางข่าวในพระราชสำนัก ซึ่งภาพที่เห็นคือพระองค์ท่านทรงงานอยู่ตลอด ทำให้ผมได้เห็นถึงความเหนื่อยที่พระองค์ท่านได้ทรงดูแลประเทศไทย สั่งสอนคนไทยในสังคมให้เป็นคนดีและก็รักประเทศไทย ถ้าถามผมว่าภูมิใจแค่ไหนที่ได้เกิดในรัชกาลที่ 9 ผมคงหาคำตอบมาไม่ได้ครับ เพราะมันเป็นความรู้สึกที่เราโชคดีมากๆที่ได้เกิดมาในแผ่นดินของประเทศไทย โชคดีมากที่ได้เกิดมาอยู่ในช่วงรัชกาลที่ 9 ผมจะน้อมนำในเรื่องของพระราชกรณียกิจต่างๆ นำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชีวิต นำไปบอกต่อแก่สังคม นำไปใช้เวลาที่เรามีครอบครัว นำพระราชดำรัสต่างๆของพระองค์มาใช้ โดยเฉพาะเรื่องของความพอเพียงครับ การมีอยู่ มีกิน รู้จักพอดี แล้วก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดในการใช้จ่าย และที่สำคัญคือหน้าที่ของความเป็นลูก ต้องรู้จักกตัญญูต่อพ่อแม่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กทุกคนควรจะทำครับ นิทรรศการ “พระบารมีปกเกล้า เหล่าปวงประชา” เป็นอีกหนึ่งนิทรรศการที่ผมอยากเชิญชวน ไม่ว่าจะเป็นน้องๆเยาวชน คุณพ่อ คุณแม่ ได้มาชมกัน เพราะงานในครั้งนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เป็นนิทรรศการที่อยากให้ทุกคนได้ทราบถึงพระราชกรณียกิจ พระมหากรุณาธิคุณ รวมไปถึงพระบรมฉายาลักษณ์ในอิริยาบถต่างๆอยากจะให้ทุกคนมาน้อมนำเอาสิ่งเหล่านี้เก็บไว้ในดวงใจของเราตลอดไปครับ”

 

กลับขึ้นด้านบน