Facebook Twitter
gPlus 

เมฆ วินัย พร้อมครอบครัวร่วมแจกอาหารให้ประชาชนสนามหลวง

ดารานักแสดงหนุ่มเมฆ วินัย ไกรบุตร พร้อมครอบครัวได้เดินทางมาแจกอาหารที่ยริเวณเต้นท์กองทัพอากาศ  และได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเปิดเผยว่า

"วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาทำกิจกรรม เพราะตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. ผมยังไม่ได้มา เพราะว่ามัวแต่ยุ่งกับลูกๆ ตอนนี่เลยตั้งสติได้ว่า จะมาช่วยแจกของกับกองทัพอากาศ เป็นมะม่วง น้ำปลาหวาน จริงๆ กำลังคิดว่า เรามาแจกมะม่วงน้ำปลาหวาน จะมีใครมาเอามั้ย ปรากฏว่ามีคนเข้าแถวเยอะมาก ก็ดีใจที่เห็ยภาพแบบนี้ ดีใจที่คนไทยรักกัน ดีใจที่คนไทย มีจุดรวมเดียวกัน เรามาเราพาลูกมาด้วย อยากให้ลูกเห็น จริงๆ วันนี้ตั้งใจ จะสอนลูกทั้ง 2 คน ให้ลูกรู้ว่ามาทำความดี มาเพื่ออะไร มากับใคร แล้วทำไมคนไทย

ต้องใส่ชุดดำ และต้องมารวมตัวกันที่นี่หมดเลย ทำไมลูกถึงไม่ได้ดูการ์ตูน เป็นการตอบคำถามลูกไปในตัว เพราะเขาถามตลอด จนต้องซื้อแผ่นซีดีให้ ทำเครื่องเสียงหมดไป 3-4 หมื่นบาท เพราะว่าเขาไม่ได้ดูการ์ตูน เขาจะได้ไม่ต้องถาม ถ้าเขามาที่นี่เขาจะได้เข้าใจ ตอนนี้เขาก็ไม่ถามแล้ว เพราะเขารู้ ให้เขาดูพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ว่านี่แหละคือสิ่งที่ลูกต้องทำแบบนี้ "

 น้อมนำพรพราชดำรัสอะไรมาใช้?

"เยอะมากครับ เอาสิ่งเล็กๆ อธิบายง่ายๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ทำอยู่แล้วนะ อย่างเอายาสีฟัน ผมบีบออกมาประมาณ 1 เซ็น เอาให้ลูกถือไว้ให้เขาแปรง พอแปรงปั๊บ ยาสีฟันมันหล่น และเหลือติดแปรงแค่นิดเดียว ผมก็บอกว่า ลูกครับที่หล่นไปมันสูญหาย มันไม่ได้อะไรเลย ป่าป๊าเลยให้ลูกใส่ยาสีฟันได้แค่นี้ นี่แหละพระองค์บอกว่าให้ประหยัด แม้แต่ยาสีฟัน พระองค์ยังบอกว่า ให้ใส่แค้นี้เลย บีบให้นิดเดียวเพื่อจะใช้งานจริงๆ ที่เหลือหล่นไปไม่มีประโยชน์อะไรเลย มันหล่นอยู่ในอาง เขาก็เข้าใจ พอเขาจะใส่เสื้อสีอื่น ผมก็บอกไม่ได้นะ เพราะพระองค์ท่านสวรรคตแล้ว เขาก็ไม่เข้าใจคำว่าสวรรคต ถามว่าคืออะไร ผมก็บอกลูกว่าพระองค์ท่านไม่อยู่กับเราแล้ว  เราต้องแสดงความเคารพโดยการใส่ชุดดำ เพราะว่าเรารักพระองค์ เรารักในหลวง ทุกวันที่ลูกยืนเค่รพในโรงหนังคือคนนั้ไง ตอนวันที่ 13 ตุลาคม ผมกลับมาจากตีแบต พอทราบข่าวก็นั่งร้องไห้อยู่ ลูกก็ถามว่าป่าป๊าร้องไห้ทำไม เป็นอะไรเหรอ ผมก็ตอบลูกว่า ท่านไม่อยู่แล้ว  ลูกถามว่าเขาเป็นใครเหรอ เราก็อธิบายให้ฟังว่า ท่านเป็นพ่อของป่าป๊า เป็นพ่อของคนไทยทั้งหมด ที่ดูแลเรา ตอนนี้ท่านไม่อยู่แล้ว เราต้องให้ความเคารพ แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะมันเยอะมาก เราเล่าให้เขาฟังไม่หมด ส่วนเรื่องสอนลูก ผมบอกให้เขาใส่ชุดดำทุกวัน เขาก็ใส่ทุกวันนะ พอจะใส่รองเท้าสีฟ้า เขาก็ไม่ใส่ แต่บางทีไม่มีรองเท้าสีดำ เขาก็บอกว่า ใส่สีขาวดีกว่า สีขาวโอเคกว่า พอแม่บ้านที่บ้านจะให้ใส่สีอื่น ลูกก็บอกว่า ไม่ได้ๆ ต้องใส่สีดำ กับสีขาว"

เคยรับเสร็จหรือถวายงานพระองค์ท่านหรือเปล่า?

"จะบอกว่านี่เป็นความน่าเสียดาย อาจจะไม่มีบุญบารมีที่จะรับเสด็จ เพราะผมไม่เคยเข้าเฝ้า หรือรับเสด็จเลย คิดว่าไม่น่าจะมีบุญบารมีที่จะได้เข้าเฝ้ หรือรับเสด็จท่านเลย แต่งานละครเทิดพระเกียรติ ผมโชคดีที่ได้ทำการแสดง และถวายละครพ่อบ่อยมาก อย่างเรื่อง คำอธิฐาน หรือ ช่างหัวมัน หลายเรื่องเลยที่ผมเล่น แต่ตอนนั้นผมก็ภูมิใจ ที่เราเป็นนักแสดงและได้เล่นละครพ่อ เราภูมิใจมาก แต่เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ได้นั่งดูพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านได้เห็นคนแก่ได้ กราบพระบาท ได้คุย ได้จับมือท่าน ผมคิดว่า เราน่าจะเป็นป้าคนนั้น ได้อยู่ใกล้ท่าน ป้าคนนั้นมีบุญ บารมีมาก เลย ได้จับมือ ได้ใกล้ชิดท่านมากเลย

ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว ผมจะบอกว่า พูดตรงๆ นะ อันนี้พูดด้วยใจจริง ผมอยากใช้คำนี้ครับ พอเห็นหน้าพระองค์ท่าน "ทรงพระเจริญ" ผมอยากใช้คำนี้ ผมไม่มีความรู้สึกว่า ท่านจากไป ท่านจากไปแต่กาย แต่ในใจขอวผมคิดว่าพระองค์ท่านอยู่กัลเราตลอด เห็นหน้าพระองค์ท่านเมื่อไหร่ จะพูดว่า "ทรงพระเจริญ" ตลอด อยากใช้คำนี้ แต่ว่าเขาไม่ให้ใช้ ซึ่งในใจของผมลึกๆ อยากจะพูดเสมอ เวลาอยู่กับครอบครัวก็จะพูดคำนี้ หลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านทิ้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นคำสอน เรื่องความพอเพียง การเป็นอยู่ ความประหยัด หรือโครงการต่างๆ เราไปที่ไหน เราเจอทุกวัน เลยอยากจะบอกประชาชนทุกคนว่า ท่านไม่ได้ไปไหน ท่านมองเราอยู่ และยังคงวนเวียนอยู่กับเราตลอดเวลา"

กลับขึ้นด้านบน