Facebook Twitter
gPlus 

'โดนัท มนัสนันท์' ตั้งใจถ่ายทอดภาพยนตร์สารคดี “บันทึกทางไกล...ถึงพ่อ” (The Journey) เพื่อน้อมระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙


  เป็นนักแสดงมากความสามารถ และผันตัวเองมาทำงานเบื้องหลัง สำหรับ "โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงวงศ์สกุล" ที่ล่าสุดทุ่มเวลาตั้งใจถ่ายทอดภาพยนตร์สารคดี “บันทึกทางไกล...ถึงพ่อ” (The Journey) เพื่อน้อมระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งใช้เวลานานกว่า1ปี เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆให้คนไทยได้เรียนรู้ พร้อมอัปเดทสุขภาพหลังจากป่วยเป็นโรค SLE


ที่สร้างภาพยนตร์สารคดี “บันทึกทางไกล...ถึงพ่อ” (The Journey) นี้ขึ้นวันที่ 13 ตุลาคมเราก็ตกใจในใจเราก็เหมือนทุกคน เราเลยคิดว่าการที่เราได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับท่าน ได้เห็นสิ่งที่ท่านทำได้ไปในสิ่งที่ท่านเคยไปก็เป็นทางเดียวที่จะเยี่ยวยาการสูญเสียหัวใจของคนไทยทุกคนได้นะคะ โดนัทพอดีต้องไปยุโรปอยู่แล้ว เราเลยตัดสินใจเปลี่ยนการเดินทาง จะบินพรุ่งนี้ เปลี่ยนบินวันนี้ไปโลซานแทนค่ะ แล้วก็เดินทางโลซานไปทั้งหมด 3 ครั้งบินไปดูศึกษาหาข้อมูลก่อนว่าท่านเคยไปที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรบ้าง พยายามรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด แล้วกลับมาทำรีเสิร์ทที่เมืองไทย แล้วกลับไปถ่ายใหม่รอบที่สอง แล้วกลับไปถ่ายใหม่รอบที่สามเอาทีมงานไปทำด้วย กับคุณลีซองดร์ เราได้อ่านหนังสือของท่าน เราได้อ่านครั้งแรกเป็นบันทึกการเดินทางที่สร้างความประทับใจให้เรามาก ที่นี่เราเลยไปคุยกับเขา อยากจะขอเห็นจดหมายฉบับจริง ซึ่งพี่เขาก็เล่าให้ฟังว่าไม่เคยให้ใครมาเห็นก่อน เขาก็ยอมไปมา 3 ครั้งกว่าเขาจะยอมให้ถ่าย ระหว่างทางภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้เล่าเรียงลำดับ เราได้ไทม์ไลน์ท่านเดินทางช่วงไหนมา เราก็มาดูข้อมูลช่วงนั้นมีอะไรบ้าง เราไปฟังบทสัมภาษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชบทสัมภาษณ์ไว้ เรารู้สึกว่าเป็นบทสัมภาษณ์ที่ตอบคำถามทุกการเดินทางของพระองค์ และทุกอย่างที่พระองค์ทำ มันยากเหมือนกันนะ แต่ต้องขอบคุณทีมมาก ทุกคนสนับสนุนโดนัทแบบสุดๆ เราค้นเจออะไรมาเราต้องทำงานแข่งกีบเวลา ทุกสิ่งที่รวบรวมมามีมากกว่าครึ่งที่อันซีนเป็นรูปวีดีโอที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นครั้งแรกที่จะได้ พระราชหัตถเลขาฉบับจริงด้วยค่ะ


"กับคุณลีซองดร์ตอนนี้เหมือนคุณลุงเราไปแล้ว เราไปบ่อยมากที่สวิซ บางที่เขามาเมืองไทยก็จะเจอกัน เราก็แสดงให้เขาเห็นจริงๆอยากจะทำนำเสนอภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ได้ด้านที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนดู กับโดนัทเองเป็นคนที่เดินทางเหมือนกัน เราเชื่อว่าการเดินทางจะทำให้เราเปลี่ยน ทำให้เรามองโลกอีกแบบ ทำให้เราโตขึ้น และที่สำคัญการเดินทางมีความหมายมาก พอเราได้อ่านบันทึกการเดินทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 รู้สึกว่าเป็นการเดินทางของพระองค์สร้างแรงบันดาลใจให้เราเห็น เห็นชวงเวลาต่างๆ เห็นตั้งแต่ท่านพระชนม์อายุ 10 พรรษาเห็นที่ท่านต้องเสด็จกลับสวิซคนเดียวทางเครื่องบินและต้องทรงประพันธ์เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิซเซอร์แลนด์ เราได้ฟังความรู้สึกของท่าน พอปี 50 เสร็จกลับมาประเทศเข้าพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ท่านเริ่มพูดถึงเรื่องท่านชอบถ่ายภาพ ท่านล้างภาพบนเรือ อะไรแบบนี้เป็นเรื่องที่เราไม่ได้ยินมาก่อน แล้วพอการเดินทางครั้งสุดท้ายของท่าน หลังจากปีนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่เคยย้ายไปอยู่ที่ไหนอีกเลย เราพยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้องที่สุด เราก็ขออนุญาตสำนักพระราชเลขา เราก็ได้รับความช่วยเหลือ ช่วยตรวจทาน คำราชาศัพท์ คำพูดทุกอย่าง เราก็พยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้องที่สุด เอกสารที่เราใช้อ้างอิงภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากหนังสือ 3 เล่ม ก็เจ้านายเล็กๆในยุวกษัตริย์ เป็นหนังสือที่มีข้อมูลถูกต้อง ช่วงเวลานั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ทำภาพยนตร์เรื่องนี้ 1 ปีเต็มหนักช่วง 2 เดือนนี้ หนังพึ่งตัดเสร็จเมื่อวาน โดนัทรู้สึกการทำภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ไม่สำคัญว่าโดนัทเป็นคนทำ มันสำคัญว่ามีภาพยนตร์เรื่องนี้นะอยากให้คนไทยได้ไปดูกัน เราได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีที่ช่วยทำให้ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้เกิดขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่สนับสนุนให้ฉายฟรี ทุกคนทำงานหนักมากจริงๆ ทุกวันการทำสารคดีเรื่องนี้เราไม่เคยเจอ ยิ่งค้นยิ่งเจอ เรารู้สึกเป็นบันทึกที่สวยงาม เราทำแล้วมีความสุข แล้วมีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์คนถวายงานให้กับพระองค์ท่าน มีความสุขที่ได้ทำอยากให้ทุกคนมาดู "

"เรื่องสุขภาพก็พยายามพักผ่อนนอนให้เพียงพอ โรคที่โดนัทเป็นต้องทำแบบนี้ ตอนนั้นถ่ายที่สวิชเจอซัมเมอร์เกือบชั่วนึง ก็จะแย่ต้องถ้ากันแดด กางร่ม ใส่เสื้อแขนยาว ทุกคนก็ช่วยกันดูแล เวลาที่ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้มันเหมือนโดนัทยังอยู่ในอดีตอยู่ ยังเดินทางไม่มาปัจจุบัน ก็เป็นการเยี่ยวยาตัวเองในระดับนึวเหมือนกันค่ะ ก็พยายามนอนให้พอ วุ่นแค่ช่วงนี้ เราเป็นโรค SLE มาตั้งแต่ต้นปีที่ตรวจเจอ จนถึงเดือนนี้ช่วงเดือนสองเดือนอาการดีขึ้น ช่วงแรกเลยเนื่องจากเรากินยา เป็นคนชอบแดดมาก แต่ไม่ตากแดด พยายามให้ยาทุกเดือน กินยาตรงเวลา หมอบอกให้นอนเยอะๆก็นอน สมมุติงานดึกก็นับเวลานอนไปให้พอ วีคนี้มันกนักหน่อย ผ่านวีคนี้ไปก็โอเคแล้ว ด้วยความผัวผันงานละคร 2 เรื่อง มีไปรับซ้อนทเราเลยขออนุญาตถอนตัวเรื่องนึง ช่วงนั้นมันโหมหนักมากอเลยต้แงพยายามจัดการเวลานิดนึงเหมืแนกัน หยุดงานไม่ได้หรอก เป็นคนบ้าทำงาน”

CR. -manatsanun_p

กลับขึ้นด้านบน