ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

เคืองข่าวนั่งเฝ้า "พิตต้า" เจ-เจตริน ยันไม่มีวันสวมเขา "ปิ่น"



อยู่ดีๆ ก็ถูกผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวมาเขย่าเตียงรักที่แข็งแรงของครอบครัว ''วรรธนะสิน'' ให้มีอันต้องสั่นคลอนว่า ''หนุ่มเจ-เจตริน'' เกิดนอกลู่นอกทางไปนั่งเฝ้า ''สาวพิตต้า'' ที่กองถ่ายละครแห่งหนึ่ง ทำเอาเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ที่หลายคนความสนใจ และพูดถึงเป็นอย่างมาก ซึ่งข่าวนี้ก็ทำให้หนุ่ม ''เจ'' เกิดอาการฉุนมากเพราะอยู่ดีๆ ก็โดนแมงเม้าท์สร้างข่าวเท็จมาทำลายความสัมพันธ์ของครอบครัว โดยทั้ง ''เจ-ปิ่น'' ก็ได้ออกมาเปิดใจถึงข่าวครั้งนี้ว่า


เจ : ''คงมีคนอื่นฉุนมากกว่าผมนะ ก็คงเคืองอยู่ดีๆ มาโดนข่าวแบบนี้ ผมอยู่วงการบันเทิงมาขึ้นปีที่ 17 แล้วผมไม่เคยเจอข่าวอะไรที่มันไม่มีความเป็นจริงขนาดนี้ แต่ก็ไม่เป็นไรปัจจุบันต้องยอมรับว่าสื่อต่างๆ แข่งขันกันเยอะมันก็อาจจะมีอะไรเกิดขึ้นมาได้แบบนี้ แต่อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นมันอยู่ที่ความเชื่อมั่นผมมีความสุขที่ปิ่นเขาเชื่อมั่นผม เราเข้าใจกันถ้าบ้านแข็งแรงปลวกก็กินเราไม่ได้


ปิ่น :  ''ถามว่าซีเรียสมั้ย เราก็ซีเรียสนะ เพราะเราเป็นครอบครัวกันแล้ว แต่ว่าเราต้องมีการพูดคุยกัน มีการให้เกีรยติซึ่งกันและกัน คือข่าวใครจะพูดอะไรขึ้นมาก็ได้ ซึ่งปิ่นก็ใจเย็นคุยกับเจว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า ถ้าไม่จริงเราก็เห็นว่าเป็นข่าวๆ หนึ่ง ที่เกิดขึ้นก็ให้มันผ่านไปไม่ต้องใส่ใจอะไรมากมาย แต่ถ้าเกิดเป็นเรื่องจริงเขาก็น่าจะหาหลักฐานอะไรมายืนยันไม่น่าออกมาทำให้ครอบครัวต้องแตกแยกกันเลยมันไม่ดีหรอกก็อยากจะร้องขอนิดนึง แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้เราต้องเอามาคิดจนบ้านแตก''

''เจ'' สุดงงไม่เคยร่วมงานกับ ''พิตต้า'' แต่กลับถูกว่าเป็นกิ๊กกัน
''คือพิตต้าเขาเป็นน้องทางแก๊งปิ่นมากกว่า แต่มาเป็นข่าวแบบนี้ก็ไม่เข้าใจ ซึ่งโดยส่วนตัวผมก็ไม่ได้รู้จักสนิทสนมอะไรก็รู้จักเหมือนน้องในวงการไม่มีการโทร.คุยกัน ละครก็ไม่เคยเล่นด้วยกัน ผมก็ไม่เข้าใจ เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาๆ จะพิสูจ
น์''


ด้าน ''ปิ่น'' บอกว่าหลังจากที่มีข่าวก็ยังไม่ได้พุดคุยกับพิตต้า เพราะรู้ว่ามันไม่เป็นความจริงจึงไม่จำเป็นต้องโทร.ไปเคลียร์ อีกทั้งก่อนมีข่าวก็ยังสนิทสนมกันดี แถมพิตต้ายังเคยไปเยี่ยมตอนท้องน้องเจ้าขุนอีกด้วย

''ไม่ได้คุยค่ะ คือปกติก็ไม่ได้โทร.หากัน เพียงแต่รู้จักกันสนิทกันเป็นรุ่นน้องที่มาแตร์ สมัยตอนท้องเจ้าขุนก็ยังมาเยี่ยมที่บ้านเลยเอาโดนัทมาให้ ก็สนิทกันอยู่ดีๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันก็ไม่เป็นต้องไปหาเรื่องอะไรเขา เพราะยังไม่มีหลักฐานอะไรเลย ปิ่นไม่ใช่ขาวีนไม่ฟังอะไรใครก็ปกติไม่มีปัญหาอะไรกับใคร ซึ่งทางพิตต้าเองก็ไม่ได้โทร.มาปิ่นด้วยซึ่งถ้าไม่มีอะไรจริงๆ ปิ่นคิดว่าเขาก็ไม่จำเป็นต้องโท.มาเพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิดถ้าโทร.มาก็ตลกนะคะ เพราะปกติเราก็ไม่ได้โทร.หากันอยู่แล้ว''

ระดมกำลังสืบหาสุดฤทธิ์  ใครเป็นต้นต่อที่ปล่อยข่าว
''ผมก็พยายามสืบ พยามยามใช้พีอาร์ในสายที่มีพยายามสืบว่ามาจากไหน ผมอยากจะรู้ว่ามันเริ่มได้ยังไง มาจากไหน คือตอนแรกก็ออกข่าวว่าเตียงหัก สักพักเจไปเฝ้านางเอกละคร แล้วสักพักก็ออกมาเป็นพิตต้า ทำไมข่าวไม่ออกมาพร้อมกันที่เดียว ผมก็มีความสงสัยซึ่งจริงก็รู้นิดๆ นะว่าแหล่งข่าวมาจากแถวไหนอาจจะมาจากคนที่ไม่พอใจหรือคนที่พยายามจะดิสเครดิตผมทั้งด้วยแง่ของเรื่องธุรกิจ หรือแง่อื่นก็ต้องเก็บไปคิดกันเอาเอง''


แต่ถึงแม้จะสืบหาตัวคนปล่อยข่าวได้ แต่ทั้งคู่ก็จะไม่เอาเรื่องอะไร เพราะไม่อยากวุ่นวายและอยากให้คนทำได้สำนึกเอง

''ไม่ๆ ไม่เอาเรื่อง ไม่ฟ้องร้องด้วย เพราะว่าการประนีประนอมดีกว่า คือหนังสือที่ลงก็ไม่มีเล่มไหนที่เห็นเป็นกิจลักษณะ ถามว่าเราเช็กไหมทางพีอาร์ของแกรมมี่เขาก็ช่วยเหลือเต็มที่เขาก็ช่วยเหลือเต็มที่ว่าเล่มที่เขียนออกมาเป็นชื่อเลยก็ไม่มี แต่ข่าวมันออกมาตรงว่าที่พิตต้าสัมภาษณ์ไปแล้วว่าไม่ใช่หนู ซึ่งจับมือใครดมไม่ได้แต่ก็ไม่เป็นไร สมานฉันท์ ก็ให้อภัยนะ ถ้าคุณรู้สึกตัวก็โอเค เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรรุนแรง ให้คุณรู้สึกเองดีกว่าไปฟ้องร้องมันก็จะไม่จบวุ่นว่ายเปล่าๆ แล้วเราก็ไม่ใช่เพิ่งเข้าวงการด้วย อยู่มานานแล้ว ก็เอาเถอะ หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว ผมก็ยังอยู่ตรงนี้มีแฟนเพลงให้กำลังใจมีคอนเสิร์ตอยู่ทุกวัน มีงานพิธีกรแฮปปี้แล้วขอทำงานอยู่ตรงนี้แหละครับ อย่าให้ไปไหนเลยไม่ต้องมาช่วยเราสร้างข่าว สร้างกระแส เรารู้ตัวเองดีว่าอยู่ตรงไหน'
'


กับข่าวที่เกิดขึ้นถ้ามองในแง่ดี ''เจ'' รู้สึกว่าทำให้ความรักแข็งแรงขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็อยากจะวอนคนปล่อยข่าวว่าให้หยุดทำแบบนี้เพราะมันเป็นการทำร้ายครอบครัวของคนที่ถูกกล่าวหา

''สิ่งที่เกิดขึ้นผมรู้สึกว่าทำให้รักกันมากขึ้น คือมันยิ่งทำให้เราคุยกัน ยิ่งมองกันมากขึ้น ผมกับปิ่นเราก็อยู่กันแค่นี้ก็ไม่รู้ว่าข่าวแบบนี้ออกมาได้อย่างไร แต่ผมก็อยากจะฝากไปทางสื่อเหมือนกันว่าใครเป็นคนที่เริ่มปล่อยข่าวมันเสียหาย โดยเฉพาะบุคคลที่สาม ที่สี่ มันเสียหายหมดเลย ใครจะปล่อยข่าวก็ตาม เราไม่ได้โกรธแต่เรารู้สึกเสียใจที่เราอยู่ครอบครัวของเราดีๆ ก็มีข่าวแบบนี้ออกมา ก็อยากให้หยุดเถอะครับ ไม่ว่าจะเป็นข่าวผมกับปิ่น หรือใครก็ตามยังไงก็อยากจะให้เป็นจริงหน่อย''

พร้อมกันนี้หนุ่มเจยังบอกอีกว่าตนเองแคร์ความรู้สึกของภรรยามากที่สุด

''แต่เหนืออื่นได้ผมแคร์ความรู้ความภรรยาผม ถ้าเขาโอเคเราก็โอเค เราคุยกันสามีภรรยาต้องคุยกัน บางคู่ทะเลาะกันไม่คุยกันแต่เราคุยกัน ซึ่งผมก็บอกว่าถ้ามีหลักฐานก็เอามา กองถ่ายไหนบอกมาเลย''

อันที่จริงข่าวที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ทะเลาะกัน เพียงแต่รู้สึกไม่ดีที่นำเสนอข่าวที่ไม่มีมูลความจริง โดยส่วนตัวก็อยู่วงการนี้มานานไม่น่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น


สำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ ''พ่อเจ'' และ ''แม่ปิ่น'' ก็ได้เตรียมกิจกรรมสนุกๆ ไว้ให้กับลูกๆ ทั้ง 3 เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัว

''ปีนี้เราคงจะอยู่ที่กรุงเทพฯกันเพราะรถไม่ติด ถ้าไปเที่ยวคนคงเยอะ ซึ่งปีนี้ปิ่นกับเจก็จะพาลูกๆ ไปกราบคุณตา คุณยายไปรดน้ำดำหัวตามประเพณี ซึ่งเราก็ทำเป็นประจำทุกปีอยู่แล้วเป็นการปลูกฝั่งวัฒนธรรมไทยให้กับลูกๆ  จากนั้นลูกๆ ก็คงเล่นสาดน้ำซึ่งเขาชอบมากตั้งกันเป็นแก๊งจิ๊กโก๋หน้าปากซอยใครผ่านไปผ่านมาเปียกแน่ๆ''


จากเหตุการณ์ดังกล่าวถ้ามองในแง่ดีถือซะว่าเป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่ทำให้ความสัมพันธ์ของครอบครัว ''วรรธนะสิน'' เข้มแข็งและแข็งแรงมากขึ้น เชื่อหลังจากผ่านเรื่องนี้ไปเชื่อว่าคงจะไม่มีเรื่องอะไรที่จะมาบั่นทอนความรักที่คนทั้งคู่มีให้กัน


  แหล่งที่มา  :  www.siamdara.com


กลับไป ด้านบน

Thaiza update: