ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

ชาย แฮ็ค ปัดเหตุทะเลาะ อู ภาณุ ไม่เกี่ยวแย่งผู้ชาย



          ฮือฮา! นักปั้นคนดัง ชายแฮ็คส์ พงษ์ชยุตม์ ทวีศรีธนโชค เปิดศึกเกาเหลากับน้องสุดเลิฟ อู ภาณุ สุวรรณโณ ซะแล้ว!! ล่าสุด " พี่ชายแฮ็คส์ " ออกโรงเคลียร์เหตุทะเลาะไม่เกี่ยวเรื่องแย่งผู้ชายอย่างที่ถูกเม้าท์!! แต่เป็นเพราะพระเอกหนุ่มชอบพูดแซวและล้อเลียนไม่เลิก จนเกิดความรำคาญและยอมรับว่าน้อยใจที่น้องเคยรักไม่ให้เกียรติตนต่อหน้าคนอื่น ลั่น! ไม่เคยคิดอยากเป็นผู้จัดการดาราตั้งแต่แรกแล้ว เพราะไม่อยากมีปัญหากับดาราคนไหนทั้งสิ้น วอนพระเอก-นางเอกดัง อย่าทำตัวมีปัญหากับผจก. และควรให้เกียรติซึ่งกันและกันมากกว่านี้ !!

          เรื่องของเรื่องคือมีกระแสเม้าท์หนาหูว่า นักปั้นรุ่นเก๋า ชายแฮ็คส์ ไม่กินเส้นกับพระเอกน้องรัก อู ภาณุ ซะแล้ว เหตุเพราะถูกอีกฝ่ายล้อเลียนเรื่องการแต่งตัวไม่เลิก แถมประกาศใส่ไมค์ต่อหน้าคนเยอะแยะอีกต่างหาก เป็นเหตุให้เกิดความอับอายและเสียหน้า ตามมาด้วยกระแสเม้าท์หึ่งว่า สาเหตุแท้จริงที่ทำให้ทั้งคู่เปิดศึกเกาเหลากันเพราะเรื่องแย่งผู้ชายกัน งานนี้เดือดร้อนนักปั้นชื่อดังต้องรีบเคลียร์ข่าวเป็นการด่วนจี๋ พร้อมคอนเฟิร์มอดีตน้องรัก อู ภาณุ แมนทั้งแท่ง ปัดเหตุทะเลาะไม่เกี่ยวบุคคลที่สามแน่นอนพันเปอร์เซ็น !!!

          มีข่าวทะเลาะกับ อู ภาณุ ?
"ถามว่ามีปัญหากันมั้ย คนทำงานด้วยกันมันมีปัญหาอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างหนึ่งโดยจริงๆ ตัวน้องเขาเองกับเราทัศนะคติมันก็ไม่ตรงกัน มันไม่ได้จูนกันมาตั้งแต่ต้น แต่เคยเป็นพี่เป็นน้อง ในฐานะที่เป็นพี่เป็นน้องเจอกันก็คือรักใคร่กันดี เคยร่วมงาน ซึ่งตอนนั้นเราเป็นโปรดิวเซอร์หนังแล้วอูมาเล่นเป็นพระเอก ก็มันมีแต่เรื่องราวดีๆ แต่พอมาไม่นานเราก็ได้มีโอกาสมาดูแลงานให้น้องด้วย แต่มีหลายๆ จุดที่เราคุยกันไม่เคลียร์ กระแสข่าวคงมาจากงานสมาคมฯ ในเรื่องการแต่งตัวของเรา สไตล์เรา แล้วเขาก็ไปพูดไปแซวต่อหน้าคนเยอะๆ ซึ่งเราคิดว่าเฮ้ย แซวครั้งสองครั้งก็พอแล้ว แซวเยอะๆ มันรู้สึกว่าเพื่ออะไร ชั้นต้องกลายเป็นตัวตลกเหรอ ชั้นเป็นพี่เธอนะ แต่เราก็รู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไร มันหลายอย่าง แล้วก็ด้วยเรื่องของคิว พอตอนหลังอาจจะด้วยความที่เราไม่ได้เป็นผู้จัดการมืออาชีพหรือเปล่า เพราะเราก็เคยบอกว่าถ้าอยากเป็นผู้จัดการดาราก็คงเป็นมานานแล้วแหละ"

          "มันก็มีข้อผิดพลาดในส่วนของเราด้วย แล้วพอเขามาแบบนี้ก็เลยไม่อยากคุย น้องเขาก็พยายามบอกว่าถ้าไม่ปรับปรุงตัว ไม่แก้ไขให้มันดี หรือแม้กระทั่งในบางจุดที่เป็นข่าวอย่างที่รู้กันว่า อาประยูร เขาเคยโทรมาหาเราเรื่องคิวน้องหรือ ณ ตรงนั้น ซึ่งเราก็รู้สึกว่าเฮ้ยผู้ใหญ่โทรมา เราไม่ได้หมายความว่าน้องทำงานไม่ดี น้องเป็นคนตั้งใจทำงาน แต่บางครั้งมุมมองหรืออะไรแบบเนี๊ยะ คือเรารู้สึกว่าถ้าทำงานด้วยกันไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ก็เป็นพี่เป็นน้องที่รักกันดีกว่า แต่ถามว่ายังคุยกันมั้ยก็คุย เพราะคิวมันจะผ่านทางเราอยู่แล้วไง"

          "ในความรู้สึกเราคือไม่เป็นผู้จัดการเขาเรารู้สึกสนิทมากกว่า แต่พอเป็นผจก.เขาเรารู้สึกว่าห่างเหินนะ เพราะจะได้คุยก็เฉพาะตอนงาน ตอนเราเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องมันแฮปปี้กว่าไง จริงๆ ข่าวมีมานานแล้ว แล้วน้องก็พยายามปรับตัวดีขึ้น พยายามเข้าหาเรามากขึ้น คือพี่ไม่รู้นะว่าการเป็นผจก.ดาราเขาทำตัวกันยังไง แต่พี่รู้สึกว่าการเป็นผจก.ส่วนตัวไม่จำเป็นต้องเดินเข้าหาดาราหรือต้องยอมดาราทุกเรื่อง ดาราต้องยอมชั้นบ้าง เพราะชั้นเป็นผจก.เธอนะ

          แต่มุมมองในบ้านเราชอบมองว่าผจก.ดาราต้องเชื่อดาราหรือเปล่า??
เพราะชั้นจ่ายเงินให้เธอ อะไรอย่างนี้ แต่พี่บอกว่าชั้นดูแลเธอไม่ใช่เพราะเงินของเธอ แต่เพราะความเป็นพี่น้องเพราะความสนิทสนมที่เราเคยมีให้กันไง"

          มีกระแสเม้าท์หึ่งว่าเขม่นกันเพราะเรื่องแย่งผู้ชาย?
"อืม...เรื่องนั้นพี่ว่ามันคงไม่ใช่ประเด็น แล้วอีกอย่างถ้าใครได้สนิทกับอูโดยตัวพี่จริงๆ หลายคนอาจจะมองอูไปในอีกมุมนึง อีกสีนึงก็มี อีกภาพนึงก็มี แต่พอเราได้รู้จักน้องๆ เป็นเด็กผู้ชายคนนึงที่โอเค หลายๆ คนดูเป็นผู้ชายมากๆ ก็ไม่ใช่ผู้ชาย ฉะนั้นพี่ว่าอย่าเพิ่งตัดสินใจเขาด้วยบุคลิก เพราะพี่เคยตัดสินคนด้วยบุคลิกก็ทำให้เราผิดมาหลายคนแล้ว ดูนิสัยใจคอดีกว่า ผู้ชายบางคนแต่งตัวยิ่งกว่าเกย์อีกก็คือผู้ชาย บางคนไว้หนวดไว้เคราก็กะเทยดีๆ นี่เอง

          เม้าท์กันว่า "พี่ชาย" โกรธมากด้วย?
โกรธ แต่เรื่องบุคคลที่สามน่ะไม่มี ไม่เกี่ยว แต่ถ้าเรื่องพูดแซวน่ะโกรธ ถึงขนาดน้ำตาไหลเดินขึ้นรถเลย แล้วก็ไม่ถ่ายรูป...

          เป็นอารมณ์น้อยใจหรือเปล่า?
อืม ชอบเอาเราไปเปรียบเทียบกับ...แต่ละคนที่เอ่ยมาคือเราแบบว่า... คือครั้งสองครั้งไม่เท่าไหร่ แต่มันหลายๆๆๆครั้ง คนเรามีหัวจิตหัวใจน่ะ"

          "พี่ก็คุยกันนะว่า...งั้น..อูหาใครดูแลอูก่อนแล้วกัน ดูกว่าเรามาทะเลาะกัน ก็ต่างคนก็ต่างเงียบ เปลี่ยนเป็นเรื่องอื่น เราก็บอกว่าถ้ายูไม่เปลี่ยนในส่วนนึง แล้วคนที่ทำงานอยู่กับเราก็จะรู้ว่าเราเป็นึคนนิสัยยังไง เขาเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง จริงๆ มันเป็นเรื่องที่บอบบางมาก นี่ไงที่ผจก.กับดาราที่เขาทะเลาะกันเพราะมันไม่มีความเกรงใจ อยากฝากว่าการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในฐานะพระเอกดังหรือนางเอกดังหรือผจก. ทุกคนมีหัวจิตหัวใจ ทุกคนทำงานเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต ไม่ใช่เป็นขี้ข้าหรือสั่งให้ทำอะไรก็ทำ หรือมาล้อเล่นล้อเลียน เป็นที่ตลกโปกฮาหรือให้เราเป็นอับอายขายหน้ายังไงก็ทำ...มันไม่ใช่"

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: