ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

แตงโม แถลงข่าว กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น




แตงโม ภัทราธิดา ร่ำไห้ขอโทษรับน้อยใจคิดฆ่าตัวตาย เหตุโตโน่ทิ้ง ยังหวังคืนดี ขอบคุณคนให้กำลังใจ บอกไม่เกี่ยวฝ่ายชายพูดโสด แจงเป็นเรื่องสถานะที่คลุมเครือ

ดารานักแสดงสาวแตงโม - ภัทรธิดา พร้อมนายโสภณ พัชรวีรพงษ์ บิดา และ นพ.คมสัน อังคณานุพงศ์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม ประจำโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น  ร่วมกันแถลงข่าวหลังจากที่ดาราสาวทานยานอนหลับเกินขนาดจนต้องถูกหามตัวส่งโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา  

" ก่อนอื่นต้องขอประทานโทษทาง รพ. ที่มีรูปตัวหนูเองหลุดโดยเพื่อนสนิท และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยปกติไม่ว่าจะเป็นเรื่องรักษาในโรงพยายาลไม่สมควรมีภาพออกไปได้ ต้องขอโทษแทนทางเพื่อนสนิทด้วย ตอนเข้ามาก็ไม่ได้รู้สึกตัวแล้ว ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เพิ่งมาทราบเรื่องทีหลัง ก็เลยให้เพื่อนลบรูปออกไป เพราะอาจจะเกิดผลเสียต่อโรงพยาบาล ในเหตุผลของเพื่อน เป็นช่วงที่เขาทนรับสถาพของโมไม่ไหวเหมือนกัน เขาอยากจะให้ได้เห็นในมุมนึงในมุมที่หนูอ่อนแอมาก อยากจะขอโทษตรงนี้ด้วย

ส่วนเรื่องของตัวหนูเอง อย่างที่คุณหมอบอก หนูมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว การที่ได้รับคำพูด หรือเหตุการณ์ในชีวิตช่วงนี้ค่อนข้างหนักมาก ภายนอกเหมือนจะรับไหว แต่ว่าข้างในอ่อนแอมาก และหนูจะไม่ค่อยได้ระบายให้คนฟังมากแม้แต่คุณพ่อ เพราะไม่อยากให้ท่านเครียดไปด้วย มันเป็นวินาทีที่ขาดความยั้งคิด เป็นอารมณ์ชั่ววูบไปบ้าง ณ ตอนนั้น ด้วยความน้อยใจหลายๆเรื่อง ทำให้ขาดสติ และคิดว่าไม่อยากจะอยู่รับกับอะไรหลายๆเรื่อง

จากที่สันนิฐานคำพูดโตโน่ อันนั้นมันเป็นแค่ส่วนเล็กๆเท่านั้น เองค่ะ มันไม่ใช่ตลอดระยะเวลาที่เราห่างกัน ช่วงนั้นมันค่อนข้างคลุมเครืออย่างที่ทุกคนเห็นค่ะ ก่อนหน้านั้นเราเคยให้สัมถาษณ์ไป โตโน่ตัดสินใจออกจากบ้านไป แต่ว่ายังคงมีการติดต่อตลอดเวลา ของทุกอย่างยังเหมือนเดิม หนูต้องอยู่ในที่เดิมๆ ต้องนอนคนเดียว ในที่เคยนอนด้วยกัน เคยคุยด้วย เคยมีกำลังใจ โมก็ติดต่อไปให้กำลังใจกับเขา แต่ว่าในส่วนตัวหนูเอง หนูต้องทนอยู่กับสภาพล้อม อาการของหนู ทำงานหนักไม่ต่างกัน มันค่อนข้างหนักสำหรับชีวิตหนู เพราะหนูก็เป็นคนนึงที่ตกลงตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายคนนึง คนที่ทุ่มเทความรักมากๆ บูชาความรักมากๆ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดความผิดหวัง ตลอดเวลาที่เขาหายไป เขาไม่เคยกลับมาอีกเลย เวลาส่งอะไรไป มีการอ่าน แต่ไม่มีการตอบ เราห่างกันแต่ไม่มีใครพูดหย่าร้างออกมาเลย หนูไม่รู้จะทำยังไง ตัดสินใจยังไง เมื่อคริสเตียนมอบความรักให้ใครแล้ว ถ้าหย่าร้างกัน ผู้หญิงไม่สามารถแต่งงานได้ หนูเป็นคนนึงที่ยึดถือเรื่องนี้ และไม่คิดจะมีใครใหม่ หนูอาจจะผิดเองที่ตั้งความหวังอยากจะกลับมาเป็นครอบครัวกันอีก ทางบ้านหนูเจออะไรหลายๆอย่าง คุณพ่อเพิ่งเสียพี่สาวไป  เรียกว่าที่บ้านหนูมีแต่ปัญหา โดยที่หนูไม่รู้จะหันหน้าไปคุยกับใครได้เหมือนเมื่อก่อน หนูมีเพื่อน มีพระเจ้าที่หนูควรพึ่งพาเขา ควรจะรักตัวเอง ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดี หนูผิดที่ไม่ได้นึกถึงใครเหล่านี้เลย ลืมว่ายังมีคนรักเราอีกมากมาย คนที่เจ็บที่สุดคือพระเจ้า และคุณพ่อหนู.  

หลังจากเกิดเรื่องได้รับการติดต่อจากโตโน่ไหม? (ส่ายหน้าพร้อมร้องไห้) หลังจากนี้ จริงๆหนูยังไม่กล้าพูดอะไร เพราะว่าสภาพจิตใจตอนนี้มันยังสับสนในหลายๆอย่าง ในความเป็นจริง หนูก็ควรจะตัดใจเดินหน้าต่อไป แต่หนูบอกไม่ได้ว่าจะทำได้หรือเปล่า การที่เราเคยเถียงกันก่อนจะแยกหายไปนาน

ครั้งนี้ คุณพ่อเคยบอกโตโน่ว่าขอบคุณเขา มีช่วงนึงที่เขาทำหน้าที่ของเขาสุดความสามารถแล้ว คอยอยู่เคียงข้างเวลาหนูไม่มีใคร ไม่มีตังแม้แต่บาทเดียว ตอนเราคบกันเราก็โดนด่า เราห่างกันเราก็โดนด่า เหมือนหนูเป็นจำเลยของสังคมไปแล้ว

มีครั้งนึงที่เราพยายามจะกลับมาปรับความเจ้าใจกัน หนูยืนยันว่าจะสู้ปัญหาเดินหน้าต่อไปกับเขา ขอโทษเขาในสิ่งที่เคยทำผิดไป หรือสิ่งที่เคยไม่เข้าใจกัน หนูกราบขอโทษแม่น้อย แม่น้อยขอให้หนูเจริญๆ มันก็เหมือนเป็นสัญญาณอย่างนึงที่บอกว่าต้องจากกันแล้วหรือเปล่า และกราบขอโทษที่ตักโตโน่ เขาก็บอกให้หนูเดินตามทางพระเจ้าตามที่ตั้งใจไว้ ทุกครั้งที่เขาใหัข่าวก็ไม่เคยได้ยินคำว่าหย่าจากปากเขา ทุกวันนี้ของเขายังอยู่ที่เดิมทุกชิ้น หนูไม่รู้คำตอบคืออะไร เลิกกันหรือยัง หรือว่ามันคืออะไร หนูสับสน  หนูทำแล้วทุกวิถีทาง ทำแล้วจริงๆ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ชีวิตคู่จะไม่เข้าใจกัน หนูยังรักเขาเหมือนเดิม ทุกวันนี้ก็ยังรัก  

ขอบคุณคนรอบข้างมากเลยค่ะที่เข้าใจแล้วก็ไม่ซ้ำเติม อย่างที่บอกว่าไม่มีใครคิดว่าจะฟื้นขึ้นมาอีก คนรอบข้างต้องพูดอยู่แล้วว่าอย่าทำแบบนี้อีก หนูจะพยายามประคับประคองอาการของหนูไม่ให้อ่อนแอมากเกินไป ถ้าหนูไม่มีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจจากคนที่หนูรักจริงๆ หนูจะไม่ทำแบบนี้ ตามที่หนูเคยให้คำสัญญาไป หนูก็ยังทำมันมาจนถึงวันนี้ หนูเลือกแล้ว ตัดสินใจไปแล้ว หนูจะรักษาสัญญาต่อไป

สำหรับที่ข้อมือก็ทำไปโดยที่ไม่รู้ หลังจากที่ทานยาเข้าไป แต่ขอบคุณพระเจ้าที่ยังช่วยชีวิตหนู  แผลลึกไหม หนูไม่ได้เปิดดูเลย ตอนตอบข้อความเพื่อนในไอจีโมเป็นคนตอบเองค่ะ  

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับตัวหนูต้องยอมรับความจริงทั้งสองด้านทั้งคนที่มาให้กำลังใจ และเหยียบย่ำซ้ำเติม เอฟเฟคมันจะเป็นยังไง อยากให้คิดว่าไม่เกิดกับตัวคงจะไม่รู้ ว่าคนมันอ่อนแอมากๆ แต่พยายามจะเข้มแข็งมันเป็นยังไง

และไม่ว่าจะเป็นคำด่าคำเหยียบย่ำอะไรก็ตามหนูรับไว้ทั้งหมด อย่าไปต่อว่าโตโน่เลย ให้กำลังใจหนูก็ให้พลังใจโน่ด้วย เพราะเขาเป็นคนที่หนูรักมากคนนึงค่ะ ที่ผ่านมาไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจแต่งงาน รู้สึกภูมิใจและดีใจมากที่สุดค่ะ  ไม่งั้นหนูคงไม่มีชื่อเขาอยู่บนเรือนร่างของหนูค่ะ

หากคำตอบต้องเลิกกันก็ต้องรับคำตอบค่ะ ถามว่าอยากจะบอกอะไร ก็หนูพิมบอกเขาคร่าวๆไปแล้วบ้าง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าจะทำอะไรผิดไปก็ขอโทษและขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตหนู ขอเป็นกำลังใจให้เขาต่อไป มันมีเรื่องหลายเรื่องที่หนูรู้แต่ไม่สามารถพูดได้ เพราะมันค่อนข้างขัดแย้งกับภาพที่ออกมา ก็ยังรักและสนับสนุนต่อไป

เรื่องจดทะเบียน ไม่มี เราอยู่กันฉันท์สามีภรรยาค่ะ  ที่เราไม่จดทะเบียนเนื่องจากความยุ่งยากในเรื่องของเอกสารมากกว่าเลยไม่ได้เร่งรีบอะไรค่ะ  เรื่องมือที่สามไม่มีแน่นอน แต่มันเป็นเรื่องความน้อยใจ จริงๆสิ่งที่ทำร้ายจิตใจหนูไม่ใช่คำพูดนั้นเลย แต่มันเป็นเรื่องหลังไมค์มากกว่า"

ด้านนานแพทย์คมสัน อังคณานุพงศ์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม ประจำโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น  เผยว่า

"อาการขณะนี้น้องแตงโมปลอดภัย อาการทางการแพทย์ระดับความรู้สึกตัว ความดัน ชีพจร อยู่ในเกณฑ์ปกติ พ้นขีดอันตราย แต่เนื่องจากน้องโมเองมีเรื่องทางด้านโรคทางจิตใจอยู่แล้ว ปกติได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว อยู่ในการพักฟื้นและได้รับการรักษาอยู่แล้ว  ขณะนี้น้องโมต้องดูแลทางด้านจิตใจเป็นหลัก

วันที่เข้ามาในห้องฉุกเฉินอาการรู้สึกตัวน้อยมาก มาจากไซค์เอฟเฟกของตัวยา เป็นยานอนหลับ ถ้าปริมาณมากเกินไป ความรู้สึกตัวจะน้อยลง ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย  ปริมาณยาเยอะไหมก็ประมาณ 10 เม็ดครับ อยู่ในโดสที่ค่อนข้างมากทีเดียว ประกอบอาการที่เกิดขึ้นคนไข้รู้สึกตัวน้อยมาก ไม่สามารถตอบสนองได้ ยาในกลุ่มอาการนี้ถ้ากดการหายใจ ก็อาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ แผลที่ข้อมือไม่ได้ลึกมากครับ ก็ทำแผลรอยของมีคมตื้นๆครับ

ส่วนในเรื่องของภาพที่หลุดออกไปก่อนหน้านั้นทางพยาบาลมีนโยบายชัดเจนว่าห้ามถ่ายภาพ แต่ในขณะนั้นต้องดูแลคนไข้เป็นหลักจึงไม่ทันได้ระวัง หลังจากนี้ก็ต้องระวังมากขึ้นนะครับ ถ้าเห็นก็คงต้องห้ามและไม่อนุญาติให้ถ่ายทำนะครับ ในห้องฉุกเฉินคือต้องให้ญาติคนสนิทเข้าไปได้ เนื่องจากต้องซักถามเกี่ยวกับข้อมูลเกี่ยวกับตัวคนไข้"

ส่วนทางด้านคุณพ่อของดาราสาวเปิดเผยเพิ่มเติมว่า
"ครอบครัวเราเป็นครอบครัวเล็กๆ มีกันแค่สองคน ทุกคนอาจจะเข้าใจผิดได้ ที่จริงเมื่อคืนโน่โทรมา แต่พ่อไม่รับสาย ไม่ได้โกรธ ครอบครัวเรามีสองคน พอมีคนเข้ามาพ่อก็ต้อนรับ แต่พอเขาออกไป ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว "

ฟากน้องต้องตา ออกมาโพสต์ FB โต้แทนพี่โตโน่ เพราะหลายสื่อหลายคนที่ไปด่าพี่ชาย โดยไม่ลืมหูลืมตาว่าทั้งคู้มีปีญหาอะไรบ้าง ว่า
 “ปวดประสาท มีแต่คนมาถาม ด่ากันสนุกสนาน คือพี่โน่ทำไรผิด คิดว่าพี่โน่อยากให้พี่โมตายเหรอ ไม่มีใครอยากให้ใครตายหรอกเว้ย ถ้าว่าเรื่องพูดว่าโสด ตอนพี่โมประกาศว่าโสดทำไมพี่โน่เงียบ ตั้งแต่เป็นน้องมาเห็นแต่พี่โน่ต้องเปนคนอดทน ทุกครั้งที่มีข่าวไรพี่โน่ก็โดนตลอด ที่ผ่านมาเคยมีข่าวไรออกจากทางพี่โน่บ้างมั้ย ถ้าจะว่าไม่ให้เกียรติฝ่ายหญิง พี่โน่ก็เปนแฟนที่ดีมาตลอดนะ ไม่เห็นเคยทำเรื่องให้ฝ่ายหญิงเสียหาย ตอนคบกันมีร้อยพี่โน่ให้เกินที่ร้อย เลิกกันพี่โมไม่ได้เสียใจคนเดียว พี่โน่ก็เสียใจ คนไปให้กำลังใจพี่โมก็เป็นเรื่องดี แต่มาด่าพี่โน่ทำไม รู้เหรอว่าที่ผ่านมาพี่กุต้องเจออะไรบ้าง เรื่องโรคซึมเศร้าน่ะแม่ต้องตาก็เป็น ช่วงที่โดนข่าวแรง ๆหลาย ๆ เรื่องที่พี่โน่ไม่ได้เป็นคนสร้างแต่ต้องมาโดนไปด้วย แม่ก็ต้องเข้าโรงบาล แล้วครอบครัวเราเคยทำให้เป็นเรื่องมั้ย เคยทำให้ใครต้องไปด่าใครมั้ย ครอบครัวเขาก็ต้องเป็นห่วงลูกเขา ครอบครัวเราก็ต้องเป็นห่วงคนของตัวเองเหมือนกัน #ไม่รู้หรอกว่าเรื่องจริงเป็นไงไม่ได้คุยกับพี่โน่เลยสักคำที่พูดมาทั้งหมดคือความรู้สึกของต้องตาคนเดียวล้วน ๆ ”

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: