ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

พิ้งกี้ สาวิกา ขอเดินหน้า ไม่ขอตอบหลัง ไฮโซเพชร แจงปมเลิก


ออกมาเปิดใจอีกครั้ง สำหรับนางเอกหน้าคม พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช หลังอดีตสามีไฮโซเพชร - อิทธิ ชวลิตธำรง ได้ออกมาชี้แจงปมเตียงหัก ที่ทำหลายคนแอบสงสัยว่าอาจจะจบกันไม่สวยเท่าไหร่ โดยล่าสุดงานแถลงข่าว โครงการ PEA  แฮปปี้รัน ตึก LED สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่สาว พิ้งกี้ เดินทางมาร่วมงาน เจ้าตัวก็เผยว่าไม่ค้างคาใจอะไร และขอเดินหน้าใช้ชีวิตต่อ พร้อมยืนยันไม่เกี่ยวกับคุณแม่ หรือปัญหาเรื่องเงินแต่อย่างใด

เราได้เห็นข่าวพี่เพชรออกมาตอบโต้บ้างหรือยัง?
  “เห็นสิคะ ก็ได้เห็น มันรู้สึกยังไงหรอคะ มันรู้สึกยังไงมากไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นความรู้สึกที่เราเป็นคนอื่นซึ่งกันและกันไปแล้ว เราก็ไม่สามารถจะรู้สึกอะไรไปได้มากกว่านั้น นอกจากว่าสิ่งที่ต่างๆที่มันเป็นทัศนคติมันมองไม่เหมือนกัน ทีนี้ก็จะบอกว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นสามีเรา ณ ปัจจุบันนี้เราก็ไม่อยากจะพูดอะไรไปทำให้ใครเสียหายเพราะฉะนั้นเราเลยไม่มีความรู้สึกอะไรเลยที่จะพูดถึงเขา ในทางไม่ดี”

เห็นครั้งแรกเราตกใจไหมเพราะว่ามันก็ค่อนข้างรุนแรงเหมือนกัน?
   “ตกใจค่ะ ตอนนี้เราก็พูดมากไม่ได้และก็ไม่อยากจะตอบอะไรมาก เพราะว่าเราเป็นคนอื่นไปแล้ว”

มันดูเหมือนพาดพิงไปถึงคนอื่นด้วยทั้งครอบครัวเราและคนดูแลเรา?
   “ก็จริงๆการพาดพิงกี้ว่ามันคือทัศนคติค่ะ ซึ่งตอนนี้เราก็มองไปถึงจุดที่เราจะเดินไปข้างหน้าแล้ว อะไรที่เป็นสิ่งในที่เรามีความรู้สึกที่ดีให้กัน เราก็คิดถึงจุดที่ดี มีความรู้สึก เคยดูแลกันยังไง เคยมีความรู้สึกดีๆยังไง เราก็เก็บตรงนั้นไว้ แล้วก็สิ่งที่ไม่ดีก็คงจะไม่คิด แล้วก็ปล่อยไป”

ที่เขาออกมาพูดแบบนี้เราเสียใจไหม?
   “ ก็เสียใจค่ะ”

มีเรื่องไหนที่เราอยากจะชี้แจง?
  “ถ้าจะชี้แจงหนูว่าคงไม่จบค่ะวันนี้(ยิ้ม)หนูคงไม่มีอะไรชี้แจงค่ะ เพราะหนูรู้สึกว่าปัจจุบันนี้หนูทำได้แค่เดินหน้าเท่านั้นเองทั้งกี้และพี่เขาก็เดินหน้า แล้วก็ไม่มีอะไรที่กี้จะต้องพูดออกมาเพราะว่ากี้ไม่อยากทำให้คนที่เคยเป็นสามีเราเสียหายแล้ว”

กังวลไหมข่าวที่ออกมาจะส่งผลกระทบต่อเราและครอบครัวให้เสียหาย?
 “ ของหนู หนูเป็นดารายังไงหนูก็เจอข่าวนู่นข่าวนี่ความเสียหายมันมีอยู่ตลอดค่ะ แต่ว่ากลับกันคือทางพี่เขาเป็นระดับนักธุรกิจกี้พูดในสิ่งที่ไม่ดีไม่ได้ กี้รู้สึกว่ามันค่อนข้างเซนซิทีฟมากๆค่ะแล้วเราก็รู้สึกมองแต่ในมุมที่ดีเท่านั้นเอง”

เราได้โทรไปหาเขาหลังจากที่เขาให้ข่าวไหม?
  “ ไม่ได้โทรค่ะ คือมันไปข้าวหน้าไกลแล้วค่ะ เอาเป็นว่ากี้โตแล้ว เรารู้ว่าอะไรควรไม่ควร การที่เราจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่อยู่ที่อารมณ์หรือว่าอะไร เราต้องคิดถี่ถ้วนแล้ว เราคงไม่คิดอะไรด้วยอารมณ์ สิ่งที่กี้และพี่เขาตัดสินใจ มันเป็นอะไรที่โตแล้ว ไม่ใช่เด็กค่ะ  ”

เราได้คุยกับคุณแม่ไหมเพราะว่าบางประโยคก็พาดพิงถึงคุณแม่?
  “คุยค่ะ เพราะว่าก็อยู่กันสองคนอยู่แล้วทุกคนก็จะรู้อยู่แล้วว่าเราโตมาก็อยู่แต่กับคุณแม่ และแม่เป็นผู้จัดการเราอยู่แล้ว ก็คุยกันแล้ว รู้สึกว่าเรามองในสิ่งที่ดีแล้ว ตอนนี้เรามองในสิ่งที่เคยทำอะไรกันมาแล้วดีต่อกันแค่นั้นเอง ไม่เป็นไร เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่”



คุณแม่เราว่ายังไงบ้างกับข่าว?
  “แม่ก็เป็นผู้ใหญ่นะคะ แล้วก็สิ่งที่เขาทำเนี่ย เขาไม่ได้ทำอะไรนอกจากตัวกี้นี่แหละ ตัวกี้เองเป็นคนตัดสินใจ แม่ไม่ได้เข้ามามีส่วนในการตัดสินใจจะทำอะไรอย่างหนึ่ง เช่นรับงาน แม่คงไม่สามารถบังคับกี้ได้ ตัวกี้เองเป็นนักแสดงมาตั้งแต่เด็ก และการรับงาน เป็นสิ่งที่งานเลือกเรา เราทำหน้าที่ของเรา ไม่มีใครสามารถบังคับชีวิตกี้ได้ค่ะ”

เหมือนเราสัญญากับพี่เพชรว่าถ้าแต่งงานจะไม่ทำงานวงการ แล้วเราก็เหมือนผิดสัญญาตรงนั้น?
  “ค่ะ จริงๆแล้วการที่กี้เลือกแต่งงานมันเป็นการตัดสินใจระดับหนึ่งแล้วแหละ ว่าเราคิดยังไง ณ ตอนนั้น แต่ปัจจุบันไม่มีใครหรอก ถามเลยร้อยทั้งร้อยไม่มีใครอยากเลิก ไม่มีใครอยากแต่งงานแล้วล้มเหลว ทุกคนอยากประสบความสำเร็จ แต่ว่าวันนึงไม่ประสบความสำเร็จ เราก็ต้องยอมรับ มันมีเหตุผลมากมายที่ไม่จำเป็นมาเล่าให้ทุกคนฟัง มันเป็นเหตุผลของคนสองคน คนสองคนอาจจะมีอะไรที่อาจจะไม่เข้ากัน ไม่ตรงกัน เป็นเรื่องธรรมดา ปัจจุบันกี้มองว่ามันไม่มีอะไรเลย บางคร้งในอนาคตมันอาจจะมีอะไรที่ดี เราสองคนอาจจะมองสิ่งที่ดีก็ได้ ผ่านไปสักปีสองปี”

สิ่งที่เขาออกมาพูดส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเงินที่เข้ามาเกี่ยวข้อง?
  “ เรื่องเงินก็เป็นสิ่งที่เราได้ยินมาจากข่าวหลายๆข่าว ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวซึ่งอันนั้นไม่ได้เป็นความจริงนะคะ ที่มีแบบว่าให้เงินเดือนในเท่านี้ มันไม่ใช่ แต่กี้ก็เข้าใจเขาที่เขาบอก ตามที่เขาบอกว่ามันไม่ใช่เท่านั้น ซึ่งแม่สาวิกาก็ไม่เคยให้ข่าวใครอยู่แล้ว ก็ไม่รู้ ทีนี้ก็เลยบอกว่าเราตอบทุกข่าวไม่ได้จริงๆเพราะว่ามันเยอะมาก จนเราไม่สามารถชี้แจ้งอันนี้ อันนั้น เพราะฉะนั้นตอนนี้พูดได้แค่ทุกอย่างตัดสินใจด้วยตัวเรา เงินไม่ได้เป็นปัจจัยสำหรับกี้ เพราะว่ากี้ทำงานตั้งแต่เด็ก”


เราอยากพูดอะไรบ้างไหม ที่ออกมาตอบโต้มาจบ?
"ไม่พูดนะคะ เรามองในจุดที่ดี พี่เขาเคยดีกับเราแค่ไหน มีบุญคุณที่เขาดุแลเรา ในการที่เขาเป็นสามี หลังจากนี้ต่อไปก็อยากจะให้เขาเจอคนที่เหมาะสมกับเขาและดีกับเขาค่ะ"


มีอะไรที่เราค้างคาใจไหมในสิ่งที่เขาออกมาพูด?
  “ไม่ดีค่ะ เพราะว่าตอนนี้เดินหน้ามาก(ยิ้ม) ไม่มองไปข้างหลัง เดินหน้าอย่างเดียวค่ะ”

เราสามารถเจอหน้าพี่เขาได้ไหม?
  “ เจอได้สิคะ เรื่องหนังหนุไม่ได้เล่นแล้วค่ะ หนูออกมาแล้ว แต่พี่เขาคงทำอยู่ค่ะ หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรเลยค่ะ”

ทุกวันนี้ยังเหนื่อยไหมกับข่าวที่เกิดขึ้น?
  “ ไม่เหนื่อยค่ะ แฮปปี้ค่ะ แฮปปี้ตรงที่ข่าวมันผ่านไปแล้วก็ผ่านไป มันไม่มีทางที่จะกลับมาถามอีกหลายๆรอบ เพราะว่าทุกคนก็ต้องเดินหน้าใช่ไหมค่ะ ปัจจุบันกี้คงไม่ไปคิดถึงเรื่องอดีตค่ะ”

บทเรียนความรักครั้งนี้ให้อะไรกับเราบ้าง?
  “กี้ว่าก็ทุกอย่างค่ะ ความรัก ชีวิต การทำงานทุกอย่างมีบทเรียนในสิ่งที่เราทำทุกอย่าง ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะล้มเหลว มันคือการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นจะบอกทุกคนว่า ทุกคนไม่ได้ล้มเหลวนะคะ มันคือการเรียนรู้เท่านั้นเอง ชีวิตอีกยาวไกล เราต้องเจออะไรอีกเยอะ 30ก็เป็นจุดเริ่มจะเป็นผู้ใหญ่ตอนปลายแล้ว  จะต้องตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ทำงานออกมาให้ดีที่สุดค่ะ”

ตอนนี้ก็แสดงว่าเราเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวงการบันเทิง?
  “เหมือนกับว่าเราไปพักผ่อนมา แล้วกลับมาใหม่อะไรอย่างงี้ค่ะ”

ลุยงานในวงการ?
"มีค่ะ ที่เปิดเผยได้ก็มีเรื่องหนึ่ง แต่อีกสองเรื่องก็รอให้เขาบอกค่ะ"

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: