Facebook Twitter
gPlus 

บี้ สุกฤษฏิ์ ขอพักเรื่องหัวใจ ใช้ชีวิตพอเพียงลดงานอยู่กับครอบครัว


ห่างหายหน้าไปจากหน้าจอและงานเพลงพีกใหญ่ สำหรับหนุ่ม บี้-สุกฤษฏิ์ วิเศษแก้ว ล่าสุดในงานแถลงข่าว ปรากฎการณ์ONE สนั่นจอ เจ้าตัวก็อัปเดทเรื่องผลงาน พร้อมแจงหลังเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะลดงานลงเพราะมีเงินใช้พอแล้ว รวมถึงเรื่องความรักที่พักมานานด้วย
   

งานเพลงหายหน้าหายตาไป?
   “ก็กำลังค่อยๆ ทำอยู่ คิดว่าไม่น่าจะนาน จะได้ออกมาให้ฟังก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยมีละครเรื่อง พรหมไม่ได้ลิขิต งานเพลงที่หายไปก็คือค่อยทำอยู่จ้ะ จะเป็นแนวไหนเดี๋ยวรอติดตามแล้วกัน แต่คาดว่าน่าจะเป็นเพลงเร็ว เพลงสนุกนะ ก็น่าจะเต้นเดี๋ยวดูอารมณ์ก่อน อารมณ์ดีเดี๋ยวเต้น อารมณ์ไม่ดีเดี๋ยวปล่อยไว้เฉยๆ เราต้องดูว่าเทรนการเต้นอะไรกำลังมา แล้วเหมาะสมกับเราหรือเปล่า ถ้าเหมาะสมแล้วประยุกต์กับเราได้เดี๋ยวจัดให้ ตอนนี้เราก็เดินสายร้องเพลงไปเรื่อยๆ ประกอบกับทำงานเพลงไปด้วย”

กี่เปอร์เซ็นแล้วเพลงที่ทำอยู่?
   “เพลงตอนนี้ทำได้ประมาณ 60-70 % แล้ว แต่ติดที่แก้เยอะมากเลย กว่าจะลงตัวค่อนข้างใช้เวลา แต่โครงหลักทั้งหมดได้หมดแล้ว ถามว่าเราเข้าไปมีส่วนร่วมทำอะไรบ้าง เหมือนเดิมครับ ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งสุดท้าย ทุกๆ อย่างของเพลง คิดว่าจะปล่อยเป็นซิงเกิลเดียวก่อน ถ้าทำเพลงต่อๆ มาได้ทันอาจจะค่อยๆ ปล่อยเรื่อยๆ มันอยู่ที่ระยะเวลาว่าเราทำแต่ละเพลงห่างกัน หรือติดกันมากขนาดไหน”

ช่วงนี้เพลงค่อนข้างขายยาก หนักใจไหม?
   “เพลงค่อนข้างหนักใจ เลยว่าจะทำครีมขายสักหน่อย ล้อเล่นๆ แต่เราทำด้วยใจรักอะเนอะ ตราบใดที่เรายังมีใจรักในงานเพลงอยู่ เราก็สามารถทำได้เรื่อยๆ ถ้าเจ้านายยังจะลงทุนกับเราอยู่(หัวเราะ) เราก็หวังยอดดาวน์โหลด ลงทุนไปตั้งเยอะ ก็หวังยอดดาวน์โหลด หวังยอดวิว หวังให้คนชอบ ความเป็นบี้-สุกฤษฏิ์ เอาทิ้งไปเลย แต่เพลงที่ปล่อยออกมาเราก็คาดหวัง อยากให้กระแสตอบรับดี อยากให้มันเปรี้ยง ถ้าเกิดไม่คาดหวังก็ไม่รู้จะปล่อยมาทำไม ปล่อยไปเฉยๆ ลอยทะเลปล่อยไปทำไม ไม่มีประโยชน์”

ก่อนหน้านี้บอกว่าเบางานลงเพราะมีเงินพอใช้แล้ว?
   “ที่เบางานลงไม่ได้หมายความว่ามีเงินเยอะ เรามีเท่านี้แหละเราพอเพียง เราพอที่จะใช้แล้ว โดยปกติเราไม่ค่อยได้ใช้จ่ายอะไรเยอะแยะมากมาย เสื้อผ้าก็ธรรมดาๆ บ้าน รถ เราก็ธรรมดาๆ มันพอเพียงแล้ว ฉะนั้นเราทำงานที่เรารักเราชอบแล้ว ก็แบ่งเวลาให้กับชีวิตส่วนตัว กับครอบครัวดีกว่า ถามว่าอยากมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้นมั้ย อยากมีเวลาให้กับคนรอบข้างมากขึ้น เพราะครอบครัว หรือเพื่อน หรือใครก็ตามที่เราสนิท เวลาที่เราทำงาน 7 วันต่ออาทิตย์ เราไม่มีโอกาสที่จะไปเที่ยวกับเขา เพราะเราทำแต่งาน เรามาคิดได้ว่างานกับเวลาส่วนตัวมันต้องสัมพันธ์กันซิ มันไม่ใช่จะไปเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ถูกมั้ย ก็เลือกแบบนี่แหละ งานครึ่งนึง ชีวิตครึ่งนึง”

แล้วมีคนมาเคียงข้างหรือยัง ?
   “คนเคียงข้างยังไม่มี เคยมีมาเยอะแล้ว หยุดก่อนแล้วกัน ถามว่าหยุดยาวไปมั้ย ยาวอะไรล่ะ เพิ่งปีนิดๆ เอง ก็หาให้ผมสิ อยากได้แบบไหนก็ได้ ที่พี่ๆ นักข่าวชอบผมก็พอใจ ต้องพักนานแค่ไหนถึงจะพร้อมก็ตอบไม่ได้หรอก ก็แล้วแต่หัวใจคนเรา บางคน 1 วัน 2 วัน 1 อาทิตย์ 1 เดือน 1 ปี แล้วแต่ ถ้าพี่ๆ หาให้ก็เอา ตอนนี้จริงๆ ไม่ได้อยากมีหรอก ก็เฉยๆ แบ่งเวลาชีวิตเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวก่อน”

ที่ผ่านมาพักเรื่องหัวใจพอหรือยัง?
   “ก็คิดว่าคงน่าจะพอแล้ว อายุตอนนี้ก็ 32 ปีแล้ว โชกโชนความรักมาจริงๆ ก็ค่อนข้างเยอะ แต่ไม่ค่อยได้เล่าให้ใครฟังเฉยๆ (หัวเราะ) คนที่เข้ามาก็มีบ้าง เราผู้ชายก็จะมีเซ้นส์ เพราะเราก็เคยทำเซ้นส์แบบนั้นกับคนอื่นมาก่อน หมายถึงเราไปจีบเขานะ พอเราเจอเซ้นส์แบบนั้นคืนบ้าง แต่เรายังรู้สึกอยากใช้ชีวิต แบ่งเวลาในเรื่องของงานกับชีวิตส่วนตัวตรงนี้ให้มันคุ้มค่าก่อน อันเรื่องนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากันครับ”



เพื่อนๆ มีครอบครัวไปหมดแล้วหรือยัง?
   “เพื่อนๆ เวลาไปปาร์ตี้ลูกมันก็วิ่งเต็มโต๊ะเลย แม่เราก็อยากอุ้มหลาน ก็เลยพาแม่ไปบ้านเพื่อน อุ้มลูกเพื่อนไปก่อน ถามว่าคุณแม่มีหาคู่ให้บ้างมั้ย แม่จะไม่ค่อยยุ่งเรื่องส่วนตัวครับ เพราะแม่ไม่ใช่นักข่าว เย้าเล่นๆ ณ เวลานี้ยังไม่อยากมีลูก เราชอบเด็ก รักเด็ก ชอบเล่นกับเด็ก แต่ยังไม่พร้อมจะเลี้ยงดูเด็ก”

เราก็อายุมากขึ้นเรื่อยๆ แพลนแต่งงานจะเลื่อนไปขนาดไหน?
   “อายุ 32 ปีก็ไม่ได้ถือว่าเยอะนะ แพลนแต่งงานยังไม่มี ยังหาตัวตน ตัวบุคคลคนนั้นไม่ได้เลย ก็ไม่รู้จะกำหนดแพลนแต่งงานไปทำไม ถามว่าอายุเยอะกลัวจะมีลูกยากมั้ย อยากที่บอกเรานักเด็ก ชอบเด็ก แต่เรายังไม่พร้อมจะเลี้ยงเด็ก ก็เลยยังไม่ได้นึกถึงเรื่องเด็ก ก็เลี้ยงลูกเพื่อนไปก่อน”

น้องๆ ในค่ายก็เยอะไม่มีปิ๊งใครบ้างเหรอ?
   “ก็แอบมองอยู่เหมือนกัน แต่ก็นึกขึ้นได้ เดี๋ยวๆ พักหัวใจไว้ก่อน ขอมองเฉยๆ ก่อน”

กลับขึ้นด้านบน