Facebook Twitter
gPlus 

ตั๊ก น้ำตาคลอดซึ้ง เจ้าสัว คอยเคียงข้าง ไม่หวังของแทนใจครบรอบ 5 ปี

ตั๊ก น้ำตาคลอดซึ้ง เจ้าสัว คอยเคียงข้าง ไม่หวังของแทนใจครบรอบ 5 ปี

ใกล้จะครบรอบแต่งงาน 5 ปีแล้วสำหรับการใช้ชีวิตคู่ของตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล และเจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล โดยล่าสุดในงานรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง "SAD BEAUTY เพื่อนฉัน...ฝันสลาย" ที่สร้างจากแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง และผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับหญิง ตั๊ก - บงกช ซึ่งตั้งใจอยากจะถ่ายทอดเรื่องราวความรักระหว่างเพื่อน และถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่สร้างเพื่อเพื่อนรักของตั๊กที่ได้จากไป ซึ่งทางตั๊ก - บงกช และคุณบุญชัย ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน พร้อมกับเปยถึงชีวิตคู่ที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากว่า 5 ปีแล้ว

คุณบุญชัย : "จริงๆตั๊กเขากำกับมาหลายเรื่องนะครับ หนังสั้น หนังยาว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขากำกับและสร้างตามใจตัวเอง ผมก็อยากจะเห็นเขาได้แสดงออกถึงฝีมือของตัวเอง อันนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากเห็น ก็ภูมิใจครับ เสียดายที่ข้าวหอมมาดูไม่ได้ เพราะยังเด็กไป ผมคุยกับตั๊กตลอด ผมเป็นคนไม่รู้เรื่องการสร้างหนัง แต่ผมดูหนังมาเยอะวันละเรื่อง ได้มีโอกาสไปสัมผัสที่กองถ่าย ทำให้เรามีความรู้สึกว่าเขนถ่ายกันครึ่งคืนเพื่อเอาฉากจอดรถ เพราะฉะนั้นเราจะสื่อสารกับคนดูหนังบ้านเราอย่างไร เราดูหนังฮอลลีวูด บอลลีวูดก็ตีมาแล้ว หนังเกาหลีก็มาแล้ว หนังไทยเราก็มีไม่มาก อยากให้ช่วยช่วยให้กำลังใจ โดยเฉพาะผู้กำกับหญิงบ้านเรามีน้อย ก็อยากเห็นคนมาดูว่าหนังไทยพัฒนาไปถึงไหนบ้าง”

ส่วนตัวคุณบุญชัยให้กำลังใจตั๊กอย่างไรบ้างเวลาเจอเรื่องราวมากมาย?
ตั๊ก : "ไม่ได้ให้กำลังใจเลย ปลุกแบบว่าตื่น ไปถ่ายหนังได้แล้ว ไปกำกับได้แล้ว มีแต่เข็ญให้ไกค่ะ คือเราเป็นสามี ภรรยากัน ก็จะไม่ค่อยเรียกเขาว่านายทุน จะดูไม่ค่อยดี จริงๆก็เหมือนเราวอกกับพี่เขาว่าอยากทำเรื่องนี้ และจะทำออกมาให้ได้ดีที่สุดจะพยายามให้ได้กำไร พี่เขาก็อยากให้เรามีอาชีพที่เราอยากจะทำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตามใจเราหมดค่ะ หนังก็อย่าอาร์เต้นะ อย่าอินดี้เกินไปนะ พี่เขาจะเตือนตลอดไม่ว่าเราจะทำอะไร เหตุผลที่ไม่ได้ตามใจก็มีการสอน ฝึกเราอยากให้เราโต เป็นแม่ที่เข้มแข็ง เป็นแม่ที่ดี เป็นที่พึ่งของลูกได้"

คุณบุญชัย : "เป็นที่พึ่งของลูกได้ เพราะวันนึงที่ผมไม่อยู่ เขาได้ทำในสิ่งที่เขาชอบด้วย ไม่ได้ทำในสิ่งที่ถูกบังคับให้ทำ และผมเชื่อว่าเขาสามารถทำได้ดี เขาเป็นคนที่มีความอ่อนไหวต่อการทำอะไรก็ตาม บางครั้งก็อ่อนไหวบ้าง"

ตั๊ก : "น้องข้าวหอมบางทีที่เขาเห็นเราในทีวี เขาก็จะถามว่าคุณแม่เป็นดาราหรอ ตั๊กก็จะบอกว่าไม่ใช่ แม่เป็นนักแสดง เขาก็จะบอกว่าหรอ แล้วทำไมคุณแม่ต้องไปอยู่ในทีวีด้วย ก็เลยบอกว่า แม่เคยเป็นดารามาก่อน เคยเป็นนักแสดง เคยเล่นหนังมาก่อน ตอนนี้เขายังไม่ได้ถามถึงขั้นลึกมาก เหมือนแค่รู้ว่าเราเป็นดาราค่ะ ตอนนี้เขาอาจจะเน้นการ์ตูนมากกว่า"
คุณบุญชัย "ผมเป็นคนไม่แพลนให้เขาครับลูกเกิดจากเรา แต่ไม่ได้เป็นของเรา เราให้การศึกษาเขา ส่งเสริมให้เขามีความรู้ ให้มีความสามารถ มีความขยันหมั่นเพียร ที่เหลือเป็นเรื่องของเขา เขาจะถ่ายรูป บวชพระ ไปเป็นทหาร ก็แล้วแต่เขา เราได้หมด ขอแต่เป็นคนดีเท่านั้นเอง"

เพิ่งจะครบรอบวันหมั้น และใกล้ครบรอบแต่งงาน 5 ปีแล้ว?
ตั๊ก : "ก็รักเขาด้วยใจจริงๆค่ะ ต้องดูเบื้องหลังตอนตั๊กกำกับหนังเรื่องนี้ตั๊กอ้วน 90 กิโล คือช่วงนั้นเป็นช่วงที่ตั๊กรู้สึกว่าเราไม่สนแล้ว เพราะช่วงนั้นแม่ก็ป่วยด้วย ไม่ได้สนใจว่าสามีจะรู้สึกยังไง ตั๊กเครียดมาก ก็เดินไปเดินมาในบ้านนั่นแหละ น้ำหนัก 90 โล แต่พี่เขาก็อยู่กับเราตลอด และพูดกับเราคำนึงว่าเอาหน่าปีนี้กับปีที่แล้วมันไม่ดีเลย เครียดก็ยังดีกว่าไม่กิน กินได้ก็ยังดีกว่าไม่กิน เราฟังแล้วเรารู้สึกว่าน่ารักดี เขาไม่ว่าเรา และเขาเข้าใจเรา ตั๊กเลยเริ่มกลับมาดูแลตัวเอง และคิดเลยว่าเราคงต้องดูแลตัวเอง กลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม ตั๊กพยายามดูแลตัวเอง เพราะคุณพ่อ คุณแม่ตั๊กมีเชื้อเบาหวาน ถ้าเราปล่อยเนื้อปล่อยตัวมากๆ และเราชอบทานขนม คือตอนนี้ตรวจอาจจะไม่เจอ แต่ในอนาคตข้างหน้าเราไม่รู้ เราก็ต้องดูแลตัวเอง เพราะลูกเราก็ยังเล็ก"

จะครบรอบ 5 ปีแล้วมีอะไรพิเศษไหม?
คุณบุญชัย : "ทุกวันเป็นวันพิเศษ เราต้องทำให้มันพิเศษ ไม่รู้พรุ่งนี้มีไหม เพราะผมผ่านชีวิตที่คุณพ่อ คุณแม่ คุณอา คุณลุงเซอร์ไพรส์แล้วก็ไป อย่างแม่เล็กวันที่ท่านจะไปก็วันเกิดตั๊ก ก็ดูท่านปกตินะจะไปฟอกไต เรากำลังจะกินอาหารฉลองวันเกิดยังไม่ได้กินเลยสั่งมาแล้ว มันเลยเป็นบทเรียนว่าถ้าวันนี้อยู่กับคนที่เรารัก อยู่กับครอบครัวเรา เราก็ควรจะเทคแคร์เขา ไม่ใช่รอครบรอบ วันวาเลนไทน์จริงๆแพ้ทุกวันครับ "

ตั๊ก : "ไม่ได้หวังอะไรเลยค่ะ ทุกวันที่เขาทำ ทำหน้าที่สามีและพ่อดีที่สุด (น้ำตาคลอ) คือเขาทั้งเป็นลูกเขยก็เป็นหน้าที่ที่น่ารักมาก ดูแลแม่ นิมนต์พระจากวัดมาให้แม่ใส่บาตร คือแม่เป็นอัมพาต ก็จับมือแม่ใส่บาตร ทำร่วมกัน เห็นแล้วรู้สึกดีค่ะ "

จากปีแรกจนครบ 5 ปียังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง?
ตั๊ก : "ก็มีความรู้สึกที่ลึกซึ้งมากกว่าเดิม คนก็พูดกันว่าเรารักกันด้วยอะไร เรามีความผูกพันกันด้วยอะไร ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม แต่เราตื่นมาเราเป็นอะไร เรารู้ว่าเราเป็นใคร เรารู้ว่าเรารู้สึกยังไงก็พอค่ะ ของขวัญแทนใจไม่จำเป็นเลยค่ะ ตั๊กบอกเลยว่าถ้าผ่านจุดที่ตั๊กอ้วน 90โล และทนตั๊กได้ตอนตั๊กสติแตกตอนที่แม่ตั๊กป่วยมากๆ คือพี่เขาผ่านมากแล้ว ไม่ต้องหาอะไรมาให้ตั๊กหรอกค่ะ"

กลับขึ้นด้านบน