Facebook Twitter
gPlus 

ดิว อริสรา เล่านาทีโดนมือดีฉกกระเป๋ากลางสนามบิน



เปิดเผยประสบการณ์หลังถูกมือดีฉกกระเป๋ากลางสนามบิน สำหรับสาวดิว - อริสรา แม้ว่สุดท้ายแล้วจะได้กระเป๋าคืน แต่ก็พบว่าโดนเปิดไปแล้ว และไม่มีทรัพย์สินที่สูญหาย แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่คาดคิดเลยทีเดียว 

     “ก็เป็นอะไรที่ตื่นเต้นค่ะ เพราะว่าไม่คิดว่ามันจะเจออะไรแบบนี้ ก็รู้สึกว่าตำรวจไทยเก่งมากค่ะ จริงๆเหตุการณ์ในวันนั้นมันไม่มีอะไรเลยค่ะ เราเช็คอินแล้ว แล้วก็แวะซื้อสตาร์บัคส์ แล้วก็มีพี่ที่มาด้วยเขาก็เฝ้ากระเป๋าให้เรานั่นแหละ แล้วเขาหันมาบอกดิวว่าพี่สั่งอันนี้นะ พอหันกลับไปคือกระเป๋าไม่มีแล้ว ก็เป็นกระเป๋าใบเล็กค่ะ เป็นกระเป๋าที่ใส่อุปกรณ์สำหรับทำงานโดยเฉพาะแค่นั้นเลย พอหันกลับไปไม่เจอเราก็ตั้งสติได้เลยขอเทปจากสตาร์บัคส์มาก็ได้เทปไว แล้วก็ไปประสานประชาสัมพันธ์ ซึ่งประชาสัมพันธ์ก็อาจจะช้าหน่อย เพราะเขายังช็อกอยู่ว่าต้องทำยังไง ทุกอย่างใช้เวลาประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง แต่พอพี่ตำรวจมา ใช้เวลาแค่ 10 นาที ตามกระเป๋าเจอเลย ซึ่งคนที่เอาไปไม่น่าใช่คนไทยค่ะ”

พอเจอกระเป๋าแล้วได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง?
   “มันไม่มีเวลาดำเนินการอะไร เพราะว่าหนึ่งคือของเราอยู่ครบ แล้วเครื่องบินก็รอเราอยู่ ไฟลท์ดีเลย์เพราะเรา เราก็เลยต้องรีบวิ่งไปเพื่อขึ้นเครื่อง คือมัน Last call แล้ว แล้วจริงๆเราก็ไม่ได้อยากจะเอาเรื่องอะไรอยู่แล้ว ด้วยความที่ดิวว่าเขาอาจจะพูดได้ว่าหยิบกระเป๋าผิดไป หรืออะไรก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคือกระเป๋าดิวถูกเปิด แต่ขอในนั้นมันก็ไม่ได้มีค่าอะไรที่จะต้องหายไป แต่คือตำรวจเขาไปเจอกระเป๋าข้างทางนะคะ ไม่ได้เจอตัว คงจะค้นแล้ว แล้วไม่มีอะไร มีแค่รองเท้าหนึ่งคู่ ชุดหนึ่งชุด ตุ้มหูหนึ่งคู่ ที่หยิบไปเขาก็คงคิดว่ามันจะมีของมีค่าแหละ แต่ดิวไม่อยากพูดแบบนั้นไง เดี๋ยวจะดราม่า แต่เราก็คิดว่าเอาเป็นว่าเรามีชุดใส่ไปทำงานแล้วก็จบแล้ว ถามว่าติดใจอะไรไหม คือมันก็น่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องดูจากทรงแล้ว ก็เลยโอเคเราขึ้นเครื่องไปทำงานของเราดีกว่า”

ต่อไปต้องระวังมากขึ้นไหม?
   “จริง มันทำให้ดิวรู้ว่าช่วงเวลาแค่ 10 นาที มันไม่น่าอันตรธานหายไปได้ไว้ขนาดนี้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก เราก็ต้องระวัง พี่ที่มากับเราก็ต้องระวังเพราะปล่อยอะไรไว้ไม่ได้เลยค่ะ”

หลังจากนั้นตำรวจเขาได้ดำเนินการอะไรต่อไหม?
    “ไม่ได้ตามเลยอะ ตอนนั้นแค่แบบขอกระเป๋า เพราะว่ากลัวว่าเดี๋ยวตกเครื่องแล้วจะไปทำงานไม่ทัน แต่ตอนแรกก็กลัวว่าถ้าไปงานทันแล้วจะใส่ชุดอะไร ห่วงแค่นั้นเลย”



พี่ไผ่เขาก็ดูเดือดแทนเราอยู่เหมือนกัน?
    “เขาก็เดือดค่ะ เขาช่วยประสานโน่นนี่ (เหมือนพี่ไผ่ต่อว่าเรื่องการตามหายกระเป๋า?) เราเป็นคนคิดว่าจะหากระเป๋ายังไง คือเจ้าหน้าที่เขาก็ยังงงไงว่าจะต้องทำยังไง เราก็ไม่รู้ เราเลยต้องโทรหาพี่ไผ่ว่าต้องทำยังไง เขาก็บอกเราเป็นสเต็บๆ ซึ่งมันก็ทำให้ดิวคิดถึงคนอื่นว่าถ้าคนอื่นเขาไม่รู้จะทำยังไง อย่างดิวไปตรงประชาสัมพันธ์ คำตอบแรกที่ได้คือให้ออกไปข้างนอก เพื่อไปแจ้งความ ดิวก็เลยแบบ อ้าว จะทำยังไงดี ต้องออกไปแจ้งความคือตกเครื่องแน่ๆ เราก็เลยบอกเขาว่าลองประสานทางการท่าได้ไหมค่ะ ลองแบบนี้ได้ไหมค่ะ คือเราก็ช่วยๆกัน แต่ว่าเราก้ต้องโทรหาพี่ไผ่ก่อนค่ะ”

 

กลับขึ้นด้านบน