ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

ปู ไม่ขอดราม่าเสียบ แทน พลอย เฌอมาลย์ ในละครบางกอกนฤมิต

หลังจากหมดสัญญากับทางช่อง 7 ก็หันมาร้วมงานประเดิมละครเรื่องแรกกับทางช่องวัน สำหรับสาวปู - ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนเบิร์ก โดยในงานบวงสรวงละครบางกอกนฤมิต สาวปูได้เปิดใจพร้อมเคลียร์ปมดราม่าหลังถูกมองว่ามาเสียบละครแทนพลอย - เฌอมาลย์

ทำไมถึงตัดสินใจมารับละครเรื่องบางกอกนฤมิตกับทางช่องวัน?
     “จริงๆได้มีการพูดคุยกัน แล้วก็เป็นเรื่องแรกในรอบ 3 ปี เอาจริงๆนะได้คิวตรงพอดี คิวถ่ายทำของปูน่าจะถ่ายทำ 45 คิวทั้งหมด แล้วก็มีการบินไปๆมาๆอยู่ที่นู่น 2 สัปดาห์กลับมาถ่ายที่ประเทศไทยอีก 2 น่าจะปิดกล้องได้ภายใน 4 - 5 เดือน จริงๆดีใจที่ได้รับละครที่บทประพันธ์ดีเป็นครั้งแรกที่ได้เล่นละครที่ คุณพงศกร เป็นคนประพันธ์ เรื่องนี้บทบาทของมาลัยวรรณคือจริงๆปูถือว่าอยู่ในวัยที่จะมารับบทแบบนี้มานานแล้ว ได้เล่นเป็นตัวละครที่ร้าย แต่ในเวลาเดียวกันก็มีที่มาที่ไป และปูมารับบทบาทที่จะทำให้ปูรู้สึกว่าต้องพยายามมากและปูก็อยากให้มันออกมาดี แต่ว่าปูโชคดีค่ะ ปูดีใจ"

ทำการบ้านกับเรื่องนี้ขนาดไหน?
    “ที่บินกลับไปนิวยอร์กครั้งนี้ปูไปเรียนการแสดงintensive มีเรียนทุกวัน ก็ดีนะคะ”

ทำไมถึงเลือกเรียนการแสดงที่โน่น?
    “ที่ประเทศไทยก็เรียนค่ะ ตอนช่องวันติดต่อมาสิ่งแรกที่ปูขอก็คือปูขอให้มีครู Voice และก็มีครูการแสดงประกบทุกฉาก จะไม่เดินเข้าฉากโดยที่ไม่มีครูการแสดงซึ่งใช้ทั้งสองอย่างเลยใช้ครูที่ประเทศไทยและครูที่นิวยอร์กด้วย”

เป็นการเพิ่มความมั่นใจหรืออะไร?
    “เพราะว่าเราโตมากับละครและเรามีทุกวันนี้เพราะละคร แต่สิ่งเดียวที่ปูรู้สึกว่าผูกขาด คือปูไม่เคยมองว่ามันเป็นศิลปะแต่มองว่ามันคืองาน อีกอย่างเราก็เริ่มอยู่ในวัยที่อย่างที่บอกทำไมถึงกลับมารับก็เพราะว่าคิวมันไม่ได้เยอะมากที่ปูจะรู้สึกเครียดจนวางตารางงานไม่ได้ พอคิวมันลงตัวมันสั้นมันเป็นโอกาสที่ปูได้มารับละครที่พออ่านบทรู้สึกว่าอ่านแล้วชอบก็เลยลองดูอีกครั้งหนึ่ง”

ก่อนหน้านี้มีคนบอกว่าวางพลอยเอาไว้แล้วเรามาเสียบแทนเรารู้เรื่องนี้มาก่อนไหม?
     “ทราบตอนที่ข่าวออก แต่จริงๆมันไม่มีคำว่าเสียบแทนเพราะว่าการทำงานอาชีพนี้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าเขาจะเล่นหรือไม่เล่น มีการเปลี่ยนแปลง เลยบอกว่าสมมุติถ้าปูไม่ได้รับงานนี้และมีคนอื่นมารับแทนปูมันไม่ได้มันไม่เรียกว่าเสียบ แต่มันเรียกว่าเขาอาจจะมีโอกาสที่เขาชอบมากกว่าหรือเหมาะกับตัวเขามากกว่า อันนี้มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา”

ไม่ได้มองว่าเรามาแทนใครใช่ไหม?

    “ไม่มีทางปูรักพี่พลอยมากเลย บอกเลยเขาเป็นหนึ่งในเพื่อนของปูเลย แล้ววิธีที่ะพูดก็ต้องระวังนิดหนึ่ง ปูเข้าใจว่าบางครั้งคนจะมองว่าคนเรามาแทนมันเป็นประเด็นดราม่าได้ แต่มันไม่มีคำว่าแทน เพราะในทุกบทบาท เขาก็มีตัวเลือกหลายคนหรือว่าคนนี้คิวไม่ตรงเขาก็ต้องหาคนอื่นมาเล่น”

แสดงว่าคิวของปูแน่นเหมือนกัน?
    “แน่นค่ะ ยอมรับว่าแน่นมาก เพราะว่าเดี๋ยวถ่ายอีก 3 วันก็ต้องบินไปกลับอเมริกา 8 วันแล้วเดี๋ยวก็ต้องกลับมาประเทศไทยอยู่ที่นี่อีก 10 วันต้องบินกลับไปใหม่ บินไปๆมาๆค่ะ"

แล้วถ้ามีคิวแทรกขึ้นมาล่ะ?
     “ไม่เป็นไรคุยกันได้ ปูไปรยานะพี่เงินก็ต้องใช้ คือมันไม่ได้เยอะขนาดนั้นคือคนมันจะมองว่าทำไมคนเราต้องสตริกเรื่องคิวล่วงหน้า เพราะจะได้ไม่ต้องมีข่าวออกมาทีหลังว่าเราไม่ได้สื่อสารกับกองละครตั้งแต่ต้น ว่าอันนี้คือชีวิตของเรา วิถีชีวิตของเราเป็นแบบนี้ การที่เราจะร่วมงานกันมันก็เหมือนกับเรามาเป็นครอบครัวกันมันก็ต้องมีการพูดคุยกันตรงๆตั้งแต่ต้นว่าปูมีลิมิต ตรงไหนโอเคกับอะไร แล้วพอคุยกับปูลงตัวปุ๊บพอเขาขออะไรเพิ่มแล้วก็ต้องให้ เพราะมันก็คือผลงานของเรา เราไม่ซีเรียสพี่”

ต้องเคาะสนิมไหมเพราะห่างจากละครไปถึง 3 ปี?
    “ปูรู้สึกว่าปูเกร็งเหมือนกันนะ ไม่ใช่ไม่เกร็ง อย่างที่บอกมันอาจจะเป็นหนึ่งในสองเรื่องสุดท้ายที่ผู้รับแล้วเลยบอกว่าที่กลับมาเคาะคืออยากจะเล่นให้มันเต็มที่ถ้ามันทำให้คนชื่นชมและติดตาม แค่นี้ปูก็ภาคภูมิใจแล้ว เพราะปูก็มีโปรเจกต์อื่นๆ ที่ใฝ่ฝันอยากทำต่อ นอกเหนือจากละคร”

แสดงว่าจะรีไทร์จากละครไปทำอย่างอื่น?
    “คืออย่างที่บอกงานที่เมืองนอกปูหนักและการที่ผู้รับละครที่นี่ทำให้ปูรับงานที่เมืองนอกไม่ได้ เลยบอกว่าปูห่างหายจากการเล่นละครไปนานเลยอย่ากลับมารับละครเรื่องที่คิวลงตัว ใน 6 เดือนแรกแต่ว่าหลังจาก 6 เดือนแรกผ่านไป ปูก็จะกลับไปรับงานที่ต่างประเทศค่ะ กลับไปแคสหนังทำงานที่นู้นเหมือนเดิม”

เป็นปีสุดท้ายที่จะได้เห็นปูในงานละครหรือเปล่า?
    “เรื่องนี้ก่อนว่าชอบไหมถ้าชอบ แล้วคนชอบจริงๆอย่างที่บอกเรามีตารางงานเมืองนอกว่า ถ้าถึงจุดหนึ่งถ้ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราก็จะกลับมารับ แต่ถ้ามันไม่ใช่ก็ขอไปทำตามความฝันต่อไป”

เวลารับงานที่เมืองไทยเอเจนซี่ที่นู่นมีส่วนในการตัดสินใจไหม?
     “คือที่ต้องบินไปมาเพราะเราก็ยังมีสัญญางานกับเอเจนซี่ที่ต่างประเทศอยู่ ถ้าปูไม่อยู่กับงานที่โน่น เขาจะสามารถบอกได้ว่าถ้าไม่สะดวกทำงานที่ต่างประเทศก็ไม่ต้องทำ ทำงานที่นี่ก็ได้ ก็เลยต้องบินไปบินมาแบบนี้ แต่ว่าเราชอบเราไม่มีปัญหา เรารู้สึกว่าทุกครั้งที่มีงานเรารู้สึกว่าเราโชคดี อย่างที่บอกปูไปรยาเมื่อ 6 ปีที่แล้วโฆษณาตัวหนึ่งปูยังไม่มีเลย เราเคยอยู่ในจุดที่มันไม่ใช่จุดนี้ เลยบอกว่าตราบใดที่มีงาน ตราบใดที่บินไหว ตราบใดที่เขายังอยากได้เราอยู่แล้วก็ทำทำไปเถอะ อย่าคิดอะไรเยอะ”

ตอนนนี้งานที่นู่นเยอะขนาดไหน?
     “ในระดับหนึ่งไม่เยอะมากแต่ประเด็นคือการแข่งขันมันสูง อย่างที่บอกเราก็เพิ่งเริ่มเรียนการแสดงแต่ว่าเราชอบนะจริงๆ เรามีความสุข ได้ลดทิฐิในหลายๆเรื่อง การสู้เพื่ออาชีพตัวเอง ในเชิงศิลปะ แต่ไม่ได้สู้เพื่อให้ได้โฆษณา มันเป็นความรู้สึกที่ต่างกันนะ ที่นี่ปูเล่นปูอยากได้กระแสมันเป็นจิตใต้สำนึกของเราที่อยากได้กระแสถึงได้เล่น แต่ที่ต่างประเทศเราไม่ได้เป็นปู ไปรยา ปูเป็นใครก็ไม่รู้แล้วมันสู้ด้วยความสามารถจริงๆ เราก็รู้ว่าในด้านนางแบบเราได้ แต่ว่าในด้านการแสดงเราจะไปสู้คนที่เขาเรียนมาเป็น 10 ปีมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ว่ามันเป็นบทเรียนที่มีค่ามาก เลยบอกว่าไม่อยากจะแลกกับอะไรเลย การที่ปูไปเริ่มศูนย์ที่โน่นมันทำให้ปูรู้สึกว่าปูเป็นคนโชคดีมาก”

คาดหวังกับผลงานเรื่องนี้อย่างไรบ้าง?
     “คาดหวังมากค่ะ คาดหวังมากๆจริงๆ ไม่ได้คาดหวังกระแสนะ แต่คาดหวังเรื่องเดียวว่าเป็นเรื่องที่คนจะบอกว่าปูเล่นแล้วเขาชอบ ขอสักเรื่องหนึ่งตั้งแต่เด็กจนโตขอเรื่องนี้แหละ ที่คนบอกว่าเราเล่นแล้วติดชอบ ขอแค่นี้เลย”

เรียกว่ามันเป็นปมของปูในเรื่องการแสดง?
     “ปูว่ามันไม่เชิงปม ปูเซ็นกับสังกัดบ้านเกิดตอนปูอายุ 13 ตอนนั้นปูเรียนรู้ภาษาไทยกับกองถ่าย เรียนรู้การแสดงกับกองถ่าย และมีทุกวันนี้ก็เพราะกองถ่าย แต่เด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้ใฝ่ฝันจะเป็นนักแสดงมาเล่นละครยังไงมันก็ไม่ได้เล่นดีอยู่แล้วเพราะนั่นไม่ใช่ความฝันของเขา แต่พอปูโตขึ้นนี่แหละคือความฝันของปู ปูรู้แล้วว่านี่คือสิ่งที่ปูชอบ ปูรู้ว่านี่คือสิ่งที่ปูต้องการให้คนเห็นความสามารถของปูในด้านนี้ ก็เลยขอเรื่องนี้เป็นเรื่องเดิมพันว่าจะพยายามทำให้เห็นว่าปู ไปรยาทำอะไรแล้วไม่ถอย”

ที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้ตั้งใจไม่สุดกับงาน?
     “ไม่ใช่ว่าไม่ตั้งใจไม่สุดแต่เด็กที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยตั้งแต่อายุ 14 จนอายุ 28 แล้ว ชีวิตอยู่กับกองถ่ายจริงๆ ที่ปูห่างหายไป 3 ปีเพราะปูรู้สึกว่าต้องรีเซ็ทใหม่ถามใจตัวเองว่าชอบเป็นนักแสดงหรือเปล่า แล้วเมื่อไหร่ที่ชอบกลับมาเล่นแล้วครั้งนี้หลังจากเรียนการแสดง หลังจากไปสู้ที่เมืองนอก ปูก็คุยกับคุณแมท(แมทธิว บราก) คุยกันค่อนข้างลึกซึ้งว่าในชีวิตปูอะไรทำให้ปูเครียดมาโดยตลอด เขาก็เลยบอกว่าอยากให้ปูกลับมารับเรื่องนี้ ถ้าจะเป็นเรื่องหนึ่งในเรื่องสุดท้ายหรือสองเรื่องสุดท้าย ขอให้ปูตั้งใจเล่นให้ดีที่สุดและปูจะได้มองกลับไปคำว่านักแสดงยังใช้กับปู ไปรยาได้อยู่เราไม่ใช่แค่เป็นดารา”

ได้คุยกับผู้จัดผู้กำกับว่ายังไงเพราะเป็นละครความหวังของปู?
     “คุยค่ะ ตอนที่เขาส่งบทมามีช่วยกันแก้ ปูอ่านกันมาหลายรอบ ปูชอบนิยายเรื่องนี้มาก บท มาลัยวรรณ ปูชอบตัวละครตัวนี้เขาร้ายนะ ปูเคยเป็นเหมือนเขา คนที่ไม่เข้าใจ พยายามเท่าไหร่ทำไมไม่ได้ทำไมคนที่สวยกว่า ดีกว่าเขาได้ ทำไมฉันต้องสู้ ทำไมฉันต้องพยายาม ทำไมโอกาสฉันไม่มาสักทีแล้วเมื่อมันมาแล้ว ทำไมมันหายไปได้ทันที การกระทำของเขาในหลายเรื่องมันเป็นสิ่งที่ปูผ่านมาในชีวิตมา 4-5 ปี พอเรามีความเข้าใจว่าคนมีทั้งคนดีและไม่ดี แล้วเจตนาของเขาทำไมดีหรือไม่ดีมันทำให้ปูอยากเล่นเรื่องนี้มาก ไหนจะทำเสน่ห์โน่นนี่ เราเข้าใจนาง”

เสียดายไหมที่เราให้คำตอบกับตัวเองช้าไปหน่อยในเรื่องของการแสดงว่าเราชอบการแสดงจริงๆ?
     “ไม่เคยเสียดายเพราะมันพูดยาก เวลาตอนเด็กๆทั้งเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยดูแลครอบครัวไปด้วยส่งตัวเองเรียนด้วย ความรับผิดชอบมันสูงเลยบอกว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับคิดช้าหรอก คนที่ไม่ได้อยู่ในจุดๆปูไม่เข้าใจหรอกว่าการเป็นนักแสดงหรือการเป็นดารามันมาพร้อมกับสิ่งที่เสียสละไปเยอะมากรวมถึงวัยเด็กเลยถึงบอกว่ามันพูดยาก บ้านเกิดปูดูแลและประคองปูจนปูมีทุกวันนี้เลยบอกว่าปูขอบคุณนะที่ปูคิดได้วันนี้เพราะว่าบ้านเกิดปู”

มารับละครเรื่องนี้ทำให้อยู่เมืองไทยยาว?
    “ก็ไปๆมาๆค่ะ”

ถ้าไม่ได้ตามที่เราคาดหวังจะไปอยู่เมืองนอกไหม?
     “ไม่ๆ เราจะมาโทษประเทศไทยเพราะว่าเราเล่นไม่เก่งมันใช่เรื่องมั้ย ถ้าเล่นไม่ดีก็คือความผิดตัวเองสิคะ นี่ก็คือบ้านเกิดหนู ที่อยากกลับมาเล่นคือคุยกับแมทและแมทบอกว่าสุดท้ายอาชีพเธอเป็นอะไร เป็นนักแสดงงั้นก็เธอก็ควรทำให้อาชีพนี้ภาคภูมิใจก็กลับมาเล่น ปูอยากทำให้เขาภูมิใจอยากทำให้ตัวเองภูมิใจ”

เมื่อวานได้เข้าฉากไปแล้วเป็นยังไงบ้าง?
     “ดีค่ะ เป็นครั้งแรกที่ร้าย ร้ายเหลือเกิน ชอบประทับใจ มีความสุข”

แสดงว่า 6 เดือนหลังเราก็จะไปแคสติ้งหนังที่ตั้งใจไว้มากขึ้น?
     “ก็คือล่าสุด รับหนังมาเดือน 5 แต่รับไม่ได้เพราะตัดสินใจได้ละครเรื่องนี้อีก แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่ปู คิดแล้วว่าปูเลือกละคร เพราะปูมั่นใจ ว่าอย่างน้อยที่นี่ก็คือพื้นฐานของปูสร้างฐานให้แข็งก่อนแล้วค่อยไปสู้ต่อที่นู่น ถ้าเราห่างหายไปจากจอทีวีมากเกินไป คิดว่าแค่กระแสงานเมืองนอกปู มันเอาไม่อยู่ ยังไงก็ต้องกลับมารับงานที่นี่ คิดเรื่องนี้มาเยอะค่ะ ไม่กลัวคนลืมหน้าค่ะ แต่กลัวคนจะมองว่าไม่หลากหลาย (หนังที่ปฏิเสธไปเป็นระดับฮอลลีวูดเลยไหม?)เป็นหนังระดับกลางค่ะ”

ก่อนหน้านี้มีนักแสดงช่อง 7 ที่หลังจากหมดสัญญาแล้วก็ถูกแท็กภาพสตอเบอรี่ หนึ่งในนั้นมีชื่อเราด้วยรู้สึกยังไงบ้าง?
     “ไม่เป็นไรค่ะ ชีวิตมันสั้นนะคะ เอาง่ายๆปูผ่านขาวผ่านเรื่องราวอะไรมาเยอะมากในชีวิต เราผ่านในจุดที่คนด่ามาแล้วคนชอบก็แล้วมันคือสัจธรรม เราอย่าลืมว่า ในวันหนึ่งเราอาจจะเป็นคนที่ทุกคนรักแต่ว่าในวันหนึ่งเราก็เป็นคนที่ทุกคนไม่ชอบมันอยู่ที่การกระทำและนิสัยของเรา แต่ว่ามันก็ต้องอยู่ที่เราเราต้องคิดดีทำดีเราไม่สามารถทําให้ทุกคนมารักเราได้ แต่เราเชื่อนะว่าทุกคนมีเหตุผลของเขา ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะไม่ชอบปู มีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็นมันก็คือสิทธิ์ของเขา แต่ว่าเราก็มีสิทธิ์ที่จะมีความเมตตากับเขามีสิทธิ์ที่จะเข้าใจเขา อันนั้นคือสิ่งที่เราต้องอย่าลืมว่าเราคือบุคคลของประชาชน อาชีพนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพราะสังคม เราจงอย่าว่าเขาถ้าเขามีความคิดเห็นเกี่ยวกับชีวิตของเรา เราจงรับและปรับปรุงตัวเราเอง”

ตอนนี้มีเรื่องดราม่าอะไรมาสะกิดเราได้รึเปล่า?
      “ชีวิตนี้หรอเราเจอมาเยอะแล้วนะ อย่างที่บอกชีวิตของเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ถ้ามันโรยด้วยกลีบกุหลาบจริงๆเราคงไม่ต้องมาเป็นแบบนี้ เราชิวมากค่ะไม่เป็นไร”

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: