Facebook Twitter
gPlus 

น้ำตาล พิจักขณา ไม่หวั่นกระแสเมจิกสกิน กระทบธุรกิจ พร้อมให้ตรวจสอบ

ถูกจับตามองเพราะเป็นอีกหนึ่งคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารเสริมร่วมกับเพื่อนๆ สำหรับสาวน้ำตาล - พิจักขณา ซึ่งล่าสุดสาวน้ำตาลได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของตนที่ยืนยันว่าทำทุกอย่างถูกต้อง และยินดีให้ตรวจสอบ

กับเรื่องที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อเราอย่างไรบ้าง?
    “คือผลกระทบที่มาถึงเราโดยตรงจังๆเลยตอนนี้ยังไม่มีค่ะ เพราะตาลว่าอาจจะเป็นในแง่ดีมากกว่า ที่มีกระแสข่าวแบบนี้ออกมา ทำให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราก็ภูมิใจนำเสนอมากว่าของเราปลอดภัยจริงๆ สามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็น อย. หรือสารต้องห้ามต่างๆ เพราะว่านอกจาก อย. แล้ว เราก็ยังมีส่งตรวจในแลปที่ได้มาตรฐานสากลที่สามารถเชื่อถือได้ค่ะ”

ตอนนี้ดาราจะโดนเรื่องเกี่ยวกับการโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับสรรพคุณของสินค้าตัวเองเยอะ?
    “ก็ตาลได้ติดตามข่าวมาอยู่บ้างอยู่แล้วค่ะ แต่ก็อย่างที่ข่าวออกไป รวมถึงหลายๆแบรนด์ที่โดน ก็ในโลกโซเชียล ค่อนข้างจะควบคุมยากในแง่ของคำพูดต่างๆ บางทีอาจจะไม่ได้มาจากในตัวของแบรนด์หรือว่าในของตัวแทน แต่ว่ามากจากปากต่อปาก มันก็สุ่มเสี่ยง”

แสดงว่าเราก็รู้สึกว่ามันเป็นการดิสเครดิต ?
    “ที่จริงแล้วตาลว่าไม่ค่ะ ต่างคนต่างตั้งใจสร้างแบรนด์ของตัวเองมากกว่า แล้วตาลก็เชื่อว่าทุกคนเองก็อยากจะให้สินค้า รวมถึงในตัวแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ออกมาปลอดภัยสู่ผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งตัวตาลเองที่บอกว่าติดตามข่าวจากแบรนด์อื่นๆบ้าง เราก็ติดตามแค่ข่าวแค่นั้น แต่ว่าในส่วนของตัวแบรนด์ เราก็โฟกัสในส่วนของแบรนด์ S 360’ ของเรา ว่าเราจะทำให้ผู้บริโภคเชื่อมันในตัวผลิตภัณฑ์ของเราได้ยังไง ซึ่งทางตาลเอง รวมถึงทีมงานเราก็มีการโพสต์ภาพเอกสารบางอย่างที่สามารถเผยแพร่ได้ ว่าของเราปลอดภัยจริงๆ แล้วก็ได้มาตรฐาน”

ตอนนี้ยังไม่มีการเรียกพบหรือตรวจสอบจากทางเจ้าหน้าที่ใช่ไหม?
    “ถึงตัวตาลยังไม่มีค่ะ รวมถึงตัวแบรนด์เองก็ยังไม่มีค่ะ  อย่างที่บอกว่า ถ้าคนที่ติดตามตาล รวมถึงติดตามแบรนด์มาก็จะเห็นว่ากว่าเราจะเปิดผลิตภัณฑ์ S 360’ ขึ้นมา เราใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานเป็นปีเหมือนกัน ในการทดลองสูตรต่างๆ เพื่อที่จะให้ผลิตภัณฑ์ของเราปลอดภัยได้มาตรฐานจริงๆ เพราะว่าพอกินเข้าไปแล้วมันมีผลต่อร่างกายผู้บริโภค เราก็เล็งเห็นถึงความสำคัญตรงนี้ รวมถึงตัวตาลเองก็เคยกินในส่วนของอาหารเสริมต่างๆ เราก็เอามาลบข้อดีข้อเสีย จนตอนนี้ได้ผลดีต่อตัวเรา แล้วเราก็จริงใจจริงๆ ที่เราจะเอาผลิตภัณฑ์ตัวนี้ให้กับผู้บริโภคทุกคน”

ยอดผลิตภัณฑ์เราไม่ตกเลยใช่ไหม?
    “ตาลว่าที่จริงแล้วหลายๆแบรนด์ตาลก็ว่าน่าจะได้รับผลกระทบตรงนี้ แต่มันเป็นเรื่องดีนะคะตาลว่า ที่มันเป็นกระแสในเรื่องของอาหารเสริม มันทำให้หลายๆคนก่อนที่จะซื้ออะไรมาบริโภค มีการเช็ค อย. มากขึ้น เช็คส่วนผสมสารต้องห้ามมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อดีเหมือนกัน ตาลว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องใช้ระยะเวลาค่ะ มันสำคัญมากๆ แล้วตาลก็เชื่อว่าแบรนด์ที่ทำเพื่อผู้บริโภคจริงๆ ที่ใส่ใจจริงๆ แล้วก็ตั้งใจทำแบบมีคุณภาพจริงๆ ก็จะสามารถผ่านตรงนี้ไปได้”

เราได้คุยกับปรางบ้างไหม ว่าพอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราต้องตั้งรับอย่างไรบ้าง?
    “คือคุยอยู่แล้วค่ะ ตัวตาลเองแล้วก็ปราง รวมถึงหุ้นส่วน เรามีการประชุมกันทุกเดือนอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ตรงนี้ขึ้นมา เราก็ประชุมกันว่าผลิตภัณฑ์ของเรา เรามองในระยะยาวทแบบยั่งยืน เราไม่ได้คิดที่จะเกาะกระแสหรือว่าทำเพื่อที่จะกอบโกยผลประโยชน์กับผู้บริโภคซึ่งเรามองในแง่ของระยะยาว แล้วก็เราไม่ได้หยุดแค่อาหารเสริมตัว S 360’ ตัวนี้ เรายังมีผลิตภัณฑ์ตัวอื่นอีกที่เรากำลังคิด ก็อย่างที่บอกว่าเราประชุมกันคุยกันอยู่แล้ว แล้วตาลกับปรางเองก็มองว่ามันก็เป็นแง่ดี”

เราสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าอย่างไรบ้าง?
    “ตาลมองว่า เราเล็งเห็นปัญหานี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ตาลกับปรางก็คุยกันมาตั้งแรกอยู่แล้วว่าขนาดตัวเราเองกินอาหารเสริมก็มีทั้งเห็นผล ไม่เห็นผล เราถึงข้อดีและข้อเสีย การที่มาทำอาหารเสริมตรงนี้มันก็มีเหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่เราจะยืนยันให้ผู้บริโภคเห็นได้ก็คือตาลเองก็ทำรายการ ซึ่งรายการตรงนี้ตาลเรียนภาพยนตร์มา ก็เลยอยากจะมีรายการเป็นของตัวเอง ก็เลยแบบว่างั้นเราเอาผลิตภัณฑ์ของเรามาร่วมกับรายการไหม ทำให้ผู้บริโภคเห็นว่าเรากินจริงๆ ใช้จริงๆ มันไม่มีอะไรที่เป็นอันตราย เราก็ยังใช้ชีวิตกันปกติทั่วไป”

ตอนนี้เหมือนเรากำลังพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสให้คนรู้จักแบรนด์เรามากขึ้น?
    “ค่ะ ที่จริงรายการนี้ตาลทำควบคู่กับแบรนด์มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เพื่อที่จะแสดงถึงความจริงใจให้ทุกคนเห็นว่าตัวตาลเอง ไม่ได้อยู่ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ว่าคนที่อยู่ๆคิดจะมาฉวยโอกาสกับผู้บริโภค เราตั้งใจที่จะทำแบรนด์ของเราออกมาให้ดีที่สุด เรามองในแง่ของระยะยาว ดังนั้นไม่ได้กอบโกยระยะสั้นๆ ซึ่งเราเองก็ไม่ได้แบบเปิดตัวยิ่งใหญ่เพื่อที่จะกอบโกยอะไร ค่อยๆทำเล็กๆของเราไปเรื่อยๆ ซึ่งเรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของเรามั่นใจ”

เราก็รับรีวิวอย่างอื่นไม่ได้เลยใช่ไหม?
     “คือที่จริงแล้ว ตาลว่านักแสดงหลายๆคนก่อนที่จะรีวิวอะไร ก็ต้องมีการศึกษามาอย่างดีอยู่แล้ว แล้วเรายิ่งเห็นข่าวแบบนี้มันก็ทำตัวนักแสดงเอง รวมถึงทุกๆคนที่จะรีวิวอะไรก็แล้วแต่ ระวังตัวเองมากยิ่งขึ้น มีการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น เพราะว่าบางทีเราเชื่อกระแสไม่ได้แล้วค่ะ”

เห็นคลิปที่ไปเที่ยวกับไผ่ดูหวาน?
    “เขาเป็นคนชอบตัดต่ออะไรแบบนี้ เหมือนเป็นรุ่นพี่เรียนภาพยนตร์”

เขาตั้งใจตัดต่อทำเซอร์ไพรส์หรือเปล่า?
     “ไม่ค่ะ แต่เขาตั้งใจมาก จนบางทีเราหงุดหงิด อยากไปเที่ยวที่ต่อไปแล้ว เขาก็ยังถ่ายอยู่ ก็ดีนะคะ เขาได้ค้นพบในสิ่งที่เขาชอบ และทำออกมาดี จนขนาดเราที่เรียนมายังยอม”

เราชอบไหมที่เขาชอบตัดต่อภาพแบบนี้?
    “ชอบค่ะ เพราะเราได้ภาพสวย(หัวเราะ)”

ภาพที่ไปครั้งนี้จะเก็บไปใช้ในอนาคต เป็นภาพเวดดิ้งเลยไหม?
    “โห...มันนานเกินไปค่ะ(หัวเราะ) จริงๆมันเป็นการเล่าชีวิตแต่ล่ะวันที่พวกเราไปเจอมากกว่า เหมือนแบ่งปันประสบการณ์ เราก็คงไม่ได้ไปเที่ยวทริปไกลๆกันบ่อยๆ ซึ่งเขาเองก็อบาหทำรายการของเขาเองด้วย อยากมีช่องทางของเขา”

คบกันมานานแล้วยังไม่มีคุยเรื่องแต่งงานเลยเหรอ?
     “ยังค่ะ มีแต่วางแผนในเราการทำธุรกิจร่งมกัน ซึ่งตอนนี้ กำลังโฟกัสในเรืาองธุรกิจ มันเพิ่งเริ่มต้น”



เขาอยากแต่งงานแล้วไหม?
      “ไม่นะคะ ยังไม่เห็นเขาพูดอะไรในเรื่องนี้ ส่วนมากคุยเรื่องของธุรกิจมากกว่า คือเราฟันฟอง  บางทีไปเที่ยวเราเห็นแต่ล่ะที่มีอ้างอาบน้ำ มีแต่น้ำไม่มีฟองสบู่ เราก็ทำส่งตามโรงแรม และขายเองด้วย ซึ่งเราลงมาทำด้วยกันทั้งหมด”

กลัวไหมว่าจะแตกกันเพราะธุรกิจ?
      “หลายๆคนก็เตือนเหมือนกัน แต่ไม่ได้มีแค่ตาลกับพี่ไผ่ ยังมีหุ้นส่วนเพื่อนๆกัน อยากทำมันออกมาให้ดีที่สุด และอยากให้มันประสบความสำเร็จ เพราะเราก็ตั้งใจ”

ไผ่ไม่เข้าป่าแล้ว เพราะยุ่งกับธุรกิจ?
     “เขาถ่ายละคร 3 เรื่อง นี้เพิ่งปิดกล้องไป หลังจากนี้แหล่ะค่ะ จะเข้าป่ายาวแล้ว เพราะเขาพูดไว้ตั้งแต่แรกว่า พอปิดกล้องละครเขาขอไปใช้ชีวิตแบบนี้”
 
เราชินไหม กับการที่เขาชอบเข้าป่า?
      “ชินมาก จะวันหนึ่งหรือเดือนหนึ่งเขาเดินเข้าป่า เราก็ชินแล้ว แรกๆก็ไม่เข้าใจว่า เอ๊ะ ยังไง เราก็รู้จักเขามาระดับนึง แต่เราไม่รู้ว่าเขามีความติสท์ค่อนข้างสูง ช่วงที่เรามีปัญหากัน เป็นช่วงที่เขาไม่รับงานเลย อยากไปใช้ชีวิตของเขา เราก็รู้ว่าเขาเต็มอิ่มแล้วได้เล่นหลายบทบาทแล้ว ก็อยากลองไปใช้ชีวิตดู พอเขาไปจะเขาเต็มอิ่มแล้ว เขากลับมา มันก็โอเคไม่ได้มีผลเสีย”
 
เราขอเขาไหมเรื่องที่เขาชอบเข้าป่า?
     “เรื่องที่ตาลขอได้คือเราของการติดต่อมากกว่า ตอนแรกติดต่อไม่ได้เลย คือเราทุกคนเราไม่ได้มาตั้งรับแบบนี้ ว่าเราจะติดต่อกันไม่ได้ 15 วัน หรือว่า 1 เดือน ซึ่งมันเกินไป เราควรมีการอัพเดตกันว่าแต่ล่ะวันเป็นอย่างไรบ้าง อย่างน้อยมันยังเป็นความสบายใจของเรา ว่าโอเคยังอยูดีกันดีนะ ยังปลอดภัยนะ เพราะเขาเข้าไปอยู่ในป่า อยู่กลางทะเลเราก็เป็นห่วง”

เราห้ามไหม?
      “ห้ามบ้างเท่าที่ห้ามได้(ยิ้ม)”

สมมุติว่าถ้าแต่งงานแล้วเขาจะเข้าป่าอีกไหม?
     “ต้องคุย ถ้าหนักขนาดนั้นคงไม่ค่ะ เราเคยไปกับเขานะ แต่รู้สึกว่าไม่เวิร์ค ตาลว่าก็ลุยระดับสูงแล้ว แต่การเข้าป่ามันไม่เหมาะกับผู้หญิง สกิลเราไม่ถึงจริงๆ เรื่องห้องน้ำ อาหารการกิน กิจกรรมของเขา ไม่เหมาะกับเรา เราอยู่ของเราสวยๆดีกว่า”

เขาเคยมีอุบัติเหตุไหม ?
     “มีบ้างค่ะ อย่างท้องเสีย โน้นนี่ พอเขากลับมาก็บอกว่าหายแล้ว เราก็ไม่เครียดค่ะ”

กลับขึ้นด้านบน