Facebook Twitter
gPlus 

เพ็ชร ฐกฤต แจงปมพ่อตอกกลับ อุ๊บ แค่ปกป้องลูก ลั่นไม่คิดเนรคุณ


ถึงกับปรี๊ดแตกโพสต์ตอกกลับอดีตผู้จัดการ สำหรับคุณพ่อของพระเอกหนุ่มเพ็ชร - ฐกฤต  หลังจากไม่ต่อสัญญา ซึ่งล่าสุดหนุ่มเพ็ชรได้ออกมาชี้แจงดราม่าดังกล่าว และเข้าใจว่าอดีตผู้จัดการคงจะน้อยใจ แต่ถึงอย่างไรตนก็ยังเคารพอีกฝ่ายและไม่เคยลืมว่าเป็นคนชักนำตนให้เข้าสู่วงการบันเทิง

“จริงๆแล้วไม่มีอะไรเลยครับ จริงๆคุณพ่อเขียนในเฟสบุ๊คหรือในไอจีมันคือการปกป้องลูกตัวเอง จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น บอกว่าโดนเสียบแทน โดนนู้น โดนนี่ แต่จริงๆแล้วคิวเราไม่ว่างจริงๆ คิวเราไม่ตรงกัน”

คือเรามีการถูกทาบทามให้ลงละครบุพเพสันนิวาสจริง?
      “คือวางไว้ก่อน ทาบทามไว้ก่อน คือคุยกับพี่หน่อง แต่เขายังไม่ฟันธงว่าเราต้องไปเล่น ต้องดูคิวกันก่อน ไม่ใช่ว่าเราโดนเสียบอะไร”

คุณพ่อโมโหหนักไหมตอนเราเขียนลงไป?
     “ก็มีนิดหน่อยครับ หงุดหงิดนิดหน่อย แต่ก็ผ่านไปได้”

ตัวเราเองตอนเห็นข้อความที่เขาได้มีการเขียนเรื่องอดีตขึ้นมา?
     “ใช่ครับ คุณพ่อเห็น แล้วแฟนคลับเขาก็ส่งเข้ามา แชร์มาให้เราดู แต่เราก็บอกว่าไม่ได้มีอะไรอยู่แล้ว”

หลังจากนั้นเราได้มีการคุยกับอดีตผู้จัดการไหม?
      “ผมไม่ได้คุยครับ ไม่ได้คุยเลย ไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้อะไรเลยครับ”

ก่อนจะโพสต์คุณพ่อได้มีคุยกับเราไหม?
     “คือต้องคุยกันก่อนครับ เราเข้าใจว่าคุณพ่อเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ว่าสิ่งที่เขาได้พิมพ์ ได้ออกสื่อไปนั้น มันคือการกรองคำพูดเรียบร้อยแล้ว อย่างเช่น คำว่า “ถ้าผู้ใหญ่ไม่ห้ามไว้ ผมเอาแน่” เอาแน่ หมายถึง เราโต้กลับด้วยการพูด การคุยกันมากกว่า ไม่ได้ไปทำร้ายร่างกายอะไรขนาดนั้น และพี่อุ๊บเขาไปตีความว่าคุณพ่อไปทำร้ายร่างกาย มันไม่ใช่ครับ ไปขู่ มันไม่ใช่ครัย มันไม่ใช่การขู่ การทำร้ายเลยแต่เขาเอาไปตีความ”

เขาได้ติดต่อเพื่อคุยไหม?
     “เขาไม่ได้ติดต่อมาครับ (ตอนนี้ยังไม่มีการเคลียร์กัน?) ใช่ครับ ยังไม่ได้มีการเคลียร์ครับ”

หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก เพราะคนมองว่าผู้ใหญ่อาจจะรังแกเด็ก?
     “ก็จริงๆแล้วเขาไม่ได้รับแกหรอก แต่ด้วยความที่เราเข้าใจเขา เขาก็มีความรู้สึกน้อยใจ อย่างเช่นพี่อุ๊บก็เป็นอดีจผู้จัดการ เราก็ยังรัก ยังเคารพ นับถือเขา เขาเป็นผู้ใหญ่ที่นำเราเข้ามาในวงการ ไม่เคยลืมเลย แต่ว่าด้วยบางสิ่งบางอย่าง ด้วยคำพูดของแกเนี่ย เราก็น้อยมจนะ ว่ามำไมแกถึงพูดแบบนั้น พูดในทางที่ไม่ดี ทั้งๆที่เราไม่เคยทำไม่ดีกับแกเลย”

ในส่วนที่คุณพ่อเขียนว่าเรื่องเงิน ได้มีการทดแทนบุญคุณด้วยเงินจำนวนมากแล้ว?
     “มันก็มีส่วน จริงๆการตอบแทนเราไม่ได้จำเป็นต้องตอบแทนด้วยชีวิต ถามว่าที่แกบอกว่ายะอยู่ดูแลแก จริงๆผมก็ดูแลพี่ไปเรื่อยๆ แต่ว่าเราไม่ได้สัญญาอะไรขนาดนั้น แต่พอเราโตขึ้นอะไรหลายอย่างมันก็เปลี่ยนไป แต่ว่าคือจริงๆเราไม่เรยเปลี่ยนเลย ก่อนหมดสัญญาเราก็คุยกันเรียบร้อยแล้ว ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แต่พอเราไม่เซ็น เขาก็เลยเกิดอาการน้อยใจ”



บางคนมองว่าเป็นการน้อยใจ แต่บางคนมองว่าเป็นการทำร้าย?
      “เป็นการน้อยใจมากกว่าครับ พอน้อยใจปุ๊บมันมีผลกระทบมาถึงการหวังไม่ดีกับเรา ถามว่าเบื่อมั้ย ก็ไม่เบื่อครับมันมีอะไรให้อ่าน มีอะไรให้เยอะ (หัวเราะ) เราต้องมองโลกในแง่ดีครับ ถ้ามองลบมันก็มีผลกับเรา”

มันเยอะไปสำหรับเราไหม เพราะมันมีหลายเรื่อง ทำให้เรามีอารมณ์ไหม?
     “พูดตรงๆ นะครับว่าก็มีอารมณ์ แต่ด้วยความที่เราเป็นเด็ก เราก็ไม่อยากจะไปว่าผู้ใหญ่ ไปว่าคนที่มีบุญคุณกับเราขอนิ่งๆ ดีกว่า แต่เราก็ขออกมาพูดบ้างเผื่อว่าคนทางบ้านหรือคนที่ไม่เข้าใจว่าเพชรเป็นอย่างนี้จริงๆ เหรอเพชรเนรคุณจริงๆ เหรอ แต่จริงๆ เราไม่ได้เนรคุณเลย ใครๆ ก็รู้ว่าเพชรเป็นคนยังไง บอกว่าเราเป็นคนอกตัญญู จริงๆ เราไม่ได้อกตัญญู ทุกอย่างคือน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าเราต้องช่วยกัน

อย่างวันนี้เราออกมาพูดแล้ว พี่อุ๊บ วิริยะ อาจจะออกมาตอบโต้อีก เตรียมรับมือยังไง?
     “ก็ไม่จบไม่สิ้นครับ มาเรื่อยๆ ก็ไม่เป็นไร เราก็รับฟัง อ่านคนับ แต่ว่าเราก็ปล่อยผ่าน”

ต้องบอกคุณพ่อให้ปล่อยผ่านด้วยไหม?
      “อยู่ที่คุณพ่อครับ เพราะว่าคนละคนกัน คือเราเป็นลูกชายคุณพ่อต้องออกมาปกป้องสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเขาเป็นห่วงและกังวลว่าคนภายนอกจะมองลูกชายในแง่ที่ไม่ดี มองในแง่ลบว่าลูกชายเป็นคนเนรคุณต่อคนที่มีบุญคุณพาเราเข้าวงการมา”

ถ้าพี่อุ๊บ วิระยะ ออกมาพูดอีก เรามีมาตราการจัดการยังไง?
     “อันนี้เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีนึงครับ เพราะว่าจริงๆ แล้วอย่างที่แกออกมาพูดหรือว่าอะไรเรา เราไม่เคยตอบกลับแก ไม่เคยด่าแก เรายังนับถือแกเหมือนเดิม คืออายุปูนนี้แล้วเราต้องพึ่งพากัน ตอนนี้ถามว่าถ้ามีงานอะไรเพชรคอยช่วยอยู่แล้ว แต่ว่าพอแกมาพูดบางสิ่งบางอย่างมันแทงใจดำเราเนี่ย มันก็ทำให้เราน้อยใจเหมือนกัน แค่เราไม่เซ็นสัญญา แต่เราได้คุยกันแล้วว่าเซ็นกับไม่เซ็นมันไม่ได้ต่างกัน เราก็ช่วยเหลือกันอยู่แล้ว พี่หางานมาก็หักให้พี่ปกติ แต่แค่เราเปิดกว้างมากขึ้น แค่เรารับเองด้วย มันก็หลายๆ ทางเราก็ช่วยกันได้”

อนาคตกลัวเขาจะดิสเครดิตเกี่ยวกับเรื่องงานเรา?
      “เพ็ชรว่าไม่เกี่ยวครับ เพราะว่ามันไม่มีผลอะไรกับเพชรอยู่แล้วครับ คือเราไม่รูเจะโกรธแกไปทำไมเนอะ

จริงๆ อยากเปิดใจคุยกับแกมั้ย จะได้จบๆ กันไป?
      “ใครๆ ก็รู้ว่าแกเป็นคนยังไงยิ่งพูดไปเรื่อยๆ ยิ่งไม่จบครับ วิธีเดียวคือนิ่งๆ เงียบๆ ดีกว่ามันจะห่างๆ ไปเรื่อยๆ ดีกว่าต้องมาคอยด่าทอกันมันเป็นเรื่องยาวครับ ตอนนี้คุณพ่อก็ใจเย็นลงแล้ว เขาปล่อยวางแล้ว “

คุณพ่อบอกจะไม่เผาผีกันเลย?
     “จริงๆ ใครเป็นคนพูดก่อนครับ ว่าไม่เผาผีกันคือเราไม่ได้ตอบโต้ในทางที่ไม่ดีหรือคำหยาบคายเลย แต่แกมาพูดใส่ๆ ฝ่ายเราอย่างเดียวเลยบางทีเราก็ต้องออกมาตอบโต้บ้างว่าสิ่งที่แกพูดไปนั้นมันไม่ได้เป็นความจริง พ่อแค่ปกป้องเรามากกว่าครับ”

กลับขึ้นด้านบน