ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

เปลือยชีวิตรัก “แอน สิเรียม” กับข่าวฉาว และการหายหน้าไปจากวงการ

เป็นอดีตนางเอกคนดัง แอน สิเรียม ภักดีดำรงดิ์ฤทธิ์ ที่ตอนนี้ได้ย้ายไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศกับลูกสาว น้องนนนี่ แต่เจ้าตัวได้บินกลับไปมาที่เมืองไทยอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีผลงานให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง ล่าสุดในรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มีหนิง ปณิตา และ นีโน่ เมทนี เป็นพิธีกร แอน สิเรียม ก็ได้เปิดใจเล่าชีวิตปัจจุบันให้ฟัง ถึงสาเหตุที่ยอมทิ้งวงการ

มีคนมองว่าที่เราแต่งงานถึง 3 ครั้ง เพราะขาดความรักไม่ได้?
คนทุกคนไม่มีใครที่ไม่อยากจะมีความรัก เพราะความรักมันแตกต่างกันออกไป เรารักลูกอีกอย่าง รักสามีอีกอย่าง รักแฟนก็อีกอย่าง ของแอนแต่งงานครั้งที่ 1 เราก็จบกันด้วยดี เราก็มีลูกด้วยกัน คนที่สองไม่ประสบความสำเร็จเพราะเราใช้เวลาศึกษากันน้อย ส่วนคนที่สามหลังจากนี้คงมีไม่ได้แล้วหละ เพราะอายุก็จะ 50 แล้ว เอาจริงๆแอนก็ไม่อยากจะจดทะเบียนสมรสเป็นเรื่องเป็นราว แต่สามีเค้าก็บอกว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับเค้า เพราะเค้าเองก็ยังไม่เคยแต่งงานมาก่อน ตอนนี้แต่งงานกันมาสี่ปีกว่าแล้ว

การแต่งงานครั้งที่สามแสดงว่าเราคิดว่านั่นคือความรักครั้งสุดท้าาย?
ทุกครั้งที่เราแต่งงานเราคิดว่ามันคือความรักครั้งสุดท้าย เราตกลงปลงใจกันแล้วเราก็อยากอยู่จนตายจากกันไปข้างนึง

แสดงว่าการมีคู่ ดีกว่าการไม่มีคู่?
มันเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้นะ เราก็ลองใช้ชีวิตอยู่คนเดียวนะ แต่จังหวะมันจะเจอมันก็ช่วยไม่ได้ เมื่อเราเจอคนที่ใช่ แล้วเราคิดว่าใช่ เราก็ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน

3 รัก 3 รูปแบบ แตกต่างกันเยอะมั้ย?
แตกต่างกันที่เราค่ะ เพราะความรักของเรามันอยู่กันคนละยุค คนละสมัยแล้ว รักครั้งแรกเราอยู่ในยุคที่เราเป็นวัยรุ่นหน่อย พอ ณ ปัจจุบัน รักครั้งสุดท้ายนี้ เราอายุเยอะแล้ว วิธีคิดก็ต่างกันแล้ว เรารู้ว่าจะรักยังไง อะไรที่เค้าชอบหรือไม่ชอบเราก็มานั่งคุยกัน มีเหตุมีผลมากขึ้นเพราะโตแล้ว ไม่ใช่ว่าหน้าหล่ออย่างเดียว

ตอนความรักครั้งแรกสมัยนั้นที่เราเป็นคู่จิ้นกัน จนมาแต่งงานกัน แล้วเลิกกัน ฝันสลายมั้ย?
มันก็เหมือนเดินมาถึงจุดจบชีวิตแต่งงาน มันก็เศร้า ก็เสียใจตามปกติ แต่มาถาม ณ ปัจจุบันมันไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว มันก็เหมือนเป็นพายุที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ก็ต้องยอมรับมันแล้วให้เป็นประสบการณ์ในเรื่องความรัก

ใครเป็นคนไม่ไหวก่อน ตัดสินใจบอกแยกกัน?
มันก็เริ่มจะไม่คุยกันมาก เพราะเวลาไม่ตรงกัน แยกห้องกันอยู่เพราะเค้าทำงานดึก เราต้องไปส่งลูกเช้า พอมาถึงจุดนึงเราก็เหมือนตกลงกันว่าเราคงจะอยู่กันไม่ได้แล้วหละ เลยตัดสินใจแยกทางกัน แต่ก่อนจะตัดสินใจเซ็นต์ใบหย่าเราก็ทดลองแยกบ้านกันอยู่ก่อน ซึ่งไปเป็นความคิดที่ไม่ดีเลย เพราะมันเป็นการฝึกให้เราอยู่คนเดียว

ถ้าย้อนกลับไปได้จะแยกกันมั้ย?
ก็ไม่รู้นะ เพราะมันย้อนกลับไปไม่ได้จริงๆ แต่เราเก็บไว้สอนคนอื่นมากกว่า

ครั้งที่สองล่ะ ไปเจอกันยังไง คนนี้ถูกใจที่หน้าตามั้ย?
ครั้งที่สองนี่สั้นมากเลย ไม่มีอะไรเลย เป็นคนที่ไม่เคยชอบใครที่หน้าตาเลยนะ ครั้งที่สองนี้จบกันได้ด้วยดีมากเลย คุยกันรู้เรื่องมาก เพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน อาจจะเป็นเพราะว่าคุณราจิตเค้าอยากจะมีลูกอีกคนนึง แต่เราไม่ได้อยากจะมีแล้ว

เคยโทษตัวเองมั้ย ว่าอะไรหลายๆอย่างมันเกิดขึ้นเพราะตัวเรา?
โทษค่ะ ประจำเลย ชอบคิดว่าทำไมเราถึงตัดสินใจแบบนี้ เราประมาท เราตัดสินใจไว แต่ไม่เป็นไรชีวิตเราเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน

แล้วประเด็นที่มีคนบอกว่าทะเลาะกับเจ้าของค่ายดัง เกาเหลากับเจ้าของสังกัดรุ่นใหญ่ล่ะ?
ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ จริงๆต้องขอโทษพี่ตา ปัญญา ด้วยเพราะตอนนั้นเป็นช่วงวู่วามในชีวิต เพราะตอนนั้นเรารู้สึกว่ามีมรสุมหลายอย่างเข้ามา ตอนนั้นลูกก็ต้องการเราเพราะเค้าอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เราต้องไปอยู่กับลูกที่ต่างประเทศด้วย อีกอย่างพี่สาวกับน้องสาวก็อยู่ที่อังกฤษอยู่แล้วด้วย แต่เราก็แจ้งทางบริษัทนะว่าเราจะหยุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: