ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

ชมพู่ บอกเลือดแม่มันแรง หลังน้องสายฟ้า โพสต์ท่าถ่ายรูปเก่งสู้กล้อง

ฉายแววซุปตาร์ตั้งแต่ยังเด็ก สำหรับน้องสายฟ้า พายุ ลูกชายฝาแฝดของคุณแม่ชมพู่ อารยา เอฮาร์เก็ต ที่ล่าสุดเหล่าบรรดาแฟนคลับเข้าไปคอมมเม้นต์แซวกันยกใหญ่ งานนี้ได้เจอสาวชมพู่ เลยขออัพเดทกันซักหน่อย และพูดคุยในเรื่องของการพาลูกๆออกงาน หลังมีดราม่าแฟนคลับหยิกน้องเป่าเปา รวมถึงความพร้อมในการเดินพรมเทศกาลหนังที่เซี่ยงไฮ้ในกลางเดือนหน้าด้วย

รูปล่าสุดของ น้องสายฟ้า ในอินสตาแกรม ได้เรามาเต็มๆ เลย ?
“เลือดแม่มันแรง(หัวเราะ) ภาพโชว์พุง คือเราก็ถ่ายเขาเยอะ และเด็กเขาก็บริสุทธิ์ เขาคงไม่ได้คิดหรอก ว่าเขาโพสท่า แต่เท่าที่ชมมอง ส่วนใหญ่เวลาถ่ายรูปเขา เขาก็มองกล้องตลอด เพราะเอาจริงๆเด็กสมัยนี้ เจอโทรศัพท์ เจอคนขอถ่ายรูปบ่อย เขาก็เลยมองเพราะว่าความชินมากกว่า แต่ถามว่าเขาติดกล้องไหม ก็ไม่นะคะ ตอนนี้เขาจะชอบหยิบอะไรเขาปากมากกว่า รวมถึงโทรศัพท์ ถ้าเห็นโทรศัพท์ก็กิน”

ที่เราบอกว่าเลือดแม่แรงเพราะเห็นแววแล้วใช่ไหมว่าน้องจะได้เข้าวงการ?
“คงยังดูไม่ออกหรอกค่ะ เราแซวเขามากกว่า อะไรที่ดีเราก็เอาเข้าตัวเราไว้ก่อน(ยิ้ม)”

เพื่อนๆเห่อหลานกันขนาดไหน เห็นแวะไปเยี่ยมกันบ่อยมาก?
“นิดหนึ่งค่ะ เพราะหลายๆคนเขาไม่ค่อยมีเวลาไปบ่อย ดังนั้นพอได้ไปสักที ก็จะถ่ายรูปหลานจนคุ้มเลย แต่ถามว่าเขารับแขกยังไงบ้าง เด็กก็คือเด็ก มันก็แล้วแต่อารมณ์ถ้าหากนางนอนไม่อิ่ม ก็อาจจะงอแงนิดหนึ่ง แต่ถ้าหากนางกินอิ่มนอนหลับ นางก็จะเซอร์วิสเต็มที่ จริงๆพื้นฐานก็เป็นเด็กอารมณ์ดีทั้งคู่ค่ะ”

ถามถึงกระแสพาลูกออกงาน ช่วงนี้หลายคนไม่ค่อยกล้าพาลูกออกงานสักเท่าไหร่ จากกรณีที่น้องเป่าเปาโดนหยิก ?
“จริงๆมันเป็นเรื่องของอนาคตนะคะ เพราะสำหรับชมตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีงานในลักษณะนั้น แต่ก็คงพูดไม่ได้หรอก ว่าเราจะไม่รับงาน แค่เราต้องมองในเรื่องของเงื่อนไขต่างๆมากกว่า เพียงแต่ ณ เวลานี้ยังไม่มีอะไร แต่ถามว่าจะต้องเพิ่มการดูแลให้มากขึ้นไหม มันก็พูดยากเนอะ เพราะลูกของเราเป็นลูกของคนของประชาชน แต่ถามว่าชมเข้าใจบ้านกิ๊บ(กุ๊บกิ๊บ)ไหม ชมเข้าใจสุดๆเลยนะคะ เพียงแค่ตอนนี้ชมมองว่า เรื่องมันจบไปแล้ว ชมก็ไม่อยากรื้อฟื้น เขาขอโทษขอโพยกันเรียบร้อยแล้วค่ะ”

ในมุมของตัวเราเอง ในฐานะที่เป็นแม่เราต้องระวังลูกมากขึ้นไหม?
“เป็นปกตินะคะ แต่ด้วยความที่เราเป็นคนในสื่อ บางอย่างเราก็ไม่สามารถพูดได้ทั้งหมด เพราะถ้าพูดไปแล้ว บางทีมันก็อาจจะทำให้ดูไม่น่ารัก ถึงแม้ว่าเราจะเป็นแม่ ดังนั้นคนรอบข้างตัวเรา อย่างเช่น คุณย่า คุณยายหรือพี่เลี้ยงก็จะทำหน้าที่คอยช่วยพูดแทน อย่างเช่น เบาๆกับผมนะครับ จับเท้าผมได้ครับ”

แสดงว่าทุกวันนี้เวลาเราพาน้องออกไปข้างนอกก็จะมีคนเข้ามาหาน้องตลอด?
“มีค่ะ มีบ้าง แต่ส่วนมากชมจะเจอแต่คนที่น่ารัก หรือบางคนที่เขาหมั่นเขี้ยวมากๆ เขาก็จะมาขอจับเท้าลูกเราสักนิดหน่อย หรือบางคนก็ขอดมเท้าหน่อย ทุกคนเขาเอ็นดูน้องค่ะ”

เวลาที่คนมาขอจับน้อง เราบอกไหมว่าจับตรงไหนได้ หรือว่าต้องเช็ดมือก่อนหรือเปล่า?
“ก็ไม่ขนาดนั้นนะคะ แต่ส่วนตัวชม ชมมองว่าการจับเท้าก็ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะว่าเด็กเขาอมมือ วัยนี้เป็นวันที่เขาเอามือเข้าปาก แล้วคนที่เขาเข้ามาแต่ละคน เราก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรก่อนหน้านี้มาบ้าง ซึ่งชมไมได้อยากเว่อหรืออะไรนะคะ ถ้าคุณเป็นพ่อเป็นแม่ก็จะเข้าใจ”

ถามความคืบหน้าเรื่องบ้าน ตอนนี้ถึงไหนแล้ว ?
“ต้องไปถามพี่น็อตนะคะ แต่ก็ไม่ได้กดดันแกนะ ซึ่งตอนนี้เหมือนว่าจะอยู่ในขั้นตอนซื้อเฟอร์นิเจอร์แล้ว แต่เราก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าจะเสร็จภายในปีนี้หรือเปล่า เนื่องจากเขาเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดมาก ดีเทลแกเยอะจริงๆ ถามว่าบ้านหลังนี้ซื้อไว้นานหรือยัง ก็ซื้อไว้ตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน แต่ตอนนี้แต่งงานมา 3 ปีแล้ว จนมีลูกแล้วด้วย(หัวเราะ)”

พอจะบอกได้ไหมว่ามันล่าช้าที่ตรงไหน สำหรับบ้านหลังนี้ ?
“เนื่องจากที่ผ่านมาเรามีการเปลี่ยนโครงสร้างภายใน และมีเรื่องของเอกสารต้องจัดการ แต่ว่าตอนนี้โครงสร้างทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว หรือแต่งานภายในทั้งหมด ดังนั้นถ้าถามว่าชมตื่นเต้นกับบ้านหลังนี้ไหม ชมปลงแล้วมากกว่า เพราะรู้สไตล์เขาอยู่แล้วว่าเขาช้า เพียงแค่เราอยากให้ลูกมีที่วิ่งเพราะพวกเขาโตขึ้นทุกวันเท่านั้นเอง”

เขาได้บอกไหมว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ?
“เขาอัปเดตตลอดเวลาอยู่แล้วค่ะ อย่างล่าสุดเขากลับจากที่ไปซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่นิวยอร์ก ก็บอกเรา แต่ตัวชมเองในเมื่อชมไม่ได้มีส่วนช่วยเหลืออะไรเขา เรียกว่าไม่ทำอะไรเลย เราก็บ่นไม่ได้ ดังนั้นปล่อยให้คนที่เขาทำ เขาจัดการไปดีกว่า เราไม่กดดันแต่ให้ลูกกดดันแทน”

คิดว่าจะถูกใจเราไหมกับการสไตล์การแต่งบ้านของเขา?
“มั่นใจในตัวเขาค่ะ รสนิยมเขาดี(ยิ้ม)”

จะได้มีโอกาสได้จัดเซอร์ไพรส์เบิร์ดเดย์วันเกิดน้องแฝดไหม?
“ถ้าเข้าได้ก็คงไม่ได้พร้อมมากหรอกค่ะ อาจจะได้เข้าไปอยู่แบบบ้านโล่งๆ เพราะของยังมาไม่ครบ”

เร็วๆนี้เห็นว่าจะต้องไปร่วมพรมแดงอีกแล้ว ที่ประเทศจีน?
“ใช่ค่ะ จริงๆเมื่อปีที่แล้วก็เพิ่งไปมานะคะ เป็นงานเซี่ยงไฮ้ฟิล์ม เฟสติวัล ไปช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายนค่ะ น่าจะวันที่ 16 ไปเดินแค่วันเดียว ซึ่งชมไปในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ คือมีแบรนด์สินค้าซัพพอร์ตเราเหมือนปกติ ถามว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง จริงๆตอนนี้ก็เตรียมตัวประมาณหนึ่งแล้วนะคะ ถือว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์แล้วแหละ”

ทริปสั้นๆแบบนี้จะพาลูกไปด้วยกันไหม?
“เอาไปด้วยค่ะ เพราะมันไม่ยากเท่าไหร่ แถมงานมันไม่ได้หนักเหมือนตอนไปคานส์ การทำงานก็ไม่ได้ซับซ้อนมาก ส่วนพี่น็อตอาจจะตามไปทีหลัง แต่ ณ ตอนนี้ชมจองลูกไว้แล้ว จองตั๋วให้พี่เลี้ยงและทุกคนพร้อมแล้วค่ะ(หัวเราะ)”

ตื่นเต้นไหม กับการไปเดินพรมแดงของเราในครั้งนี้?
“ไม่ได้กังวลอะไรเท่าไหร่นะคะ แต่จะเป็นห่วงเรื่องขั้นตอนการประสานงานที่โน้นมากกว่า เพราะว่าที่จีนเขาจะเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งเลย อย่างเมื่อปีที่แล้วที่ไปมา เราก็จะได้เห็นแล้วว่าเราต้องเจออะไรบ้าง”

หน้าที่ของเราในครั้งนี้ต้องทำอะไรบ้าง?
“ก็คือมีเดินพรมแดงเป็นหลักค่ะ และอาจจะมีอาฟเตอร์ปาร์ตี้ของแบรนด์ ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของงาน แค่นั้นเอง ส่วนเรื่องเที่ยวของชมกับครอบครัวจะต่อเลยไหม ก็อาจจะอยู่อีกสัก 1-2 วันค่ะ แต่ก็คงไม่ได้เที่ยวหรอก เพราะชมต้องอยู่ทำคอนเทนต์ที่นู้นมากกว่า”

จะได้เห็นแฟชั่นจากสายฟ้า-พายุไหม ทริปนี้?
“ตอนนี้ยัง แต่ของให้โตกว่านี้หน่อยนะ เดี๋ยวแม่จัดให้(ยิ้ม)”

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: