Facebook Twitter
gPlus 

แพท ไม่หวั่นดราม่า ไม่ได้พาลูกไปให้กำลังใจ สามีขึ้นศาล - ทำใจแม่ป่วยหนัก

ช่วงหลังทำงานหนักแทบทุกวันจนไม่ค่อยมีเวลาไปเยี่ยมสามีในเรือนจำ แต่ก็ทำหนาที่ส่งลูกลาวน้องเรซซิ่งไปแทน กลับไม่วายเจอกระแสดราม่า และถูกจับตาเรื่องความสัมพันธ์ สำหระบสาว แพท ณปภา โดยเจ้าตัวเองได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมเผยถึงอาการป่วยของคุณแม่ที่ตอนนี้เจ้าตัวเผยว่าทรุดลง และอยากจะยื้อเวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไปเยี่ยมเบนซ์บ้างหรือยัง?
"ยังเลย มีไปล่าสุด ส่งลูกไป แล้วตัวเองก็ตามไปทีหลัง ก็คือส่งลูกไปก่อน เพราะแพททำพิธีกรเสร็จ แล้วเราไม่ได้ลาเขา เพราะว่ามันกระชั้นชิด คุณแม่สามีบอกมันกระชันชิด เขาหาตัวแทนไม่ได้ เพราะแพททำพิธีกร แต่เอาลูกไปก่อน ให้พี่เลี้ยงเขาพาลูกไปให้พี่เบนซ์ได้อุ้ม พอเราไปถึงได้ไปเจอพี่เบนซ์แปบนึง แล้วก็เอาน้องกลับ"

ได้พูดอะไรกันไหม?
"ก็ปกติค่ะ เขาก็บอกว่าถ้าสมมุติเราไปไม่ได้ไม่เป็นไร ดีไหม สามีดีไหมค่ะ บอกเราไปไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ให้เอาลูกไป(หัวเราะ)"

ก่อนหน้านี้ที่หลายคนงง ว่าแพทไม่ได้ไปวันที่เปิดให้เยี่ยม?
"แสดงว่าข่าวไม่ได้เห็นตอนที่พี่เบนซ์อยู่บนบัลลังค์ ก็คือเราไม่ได้ไปตั้งแต่เช้า แต่พอพี่เบนซ์ลงจากบัลลังค์ เราตามไปตอนนั้น ไม่ไปไม่ได้เราต้องไปรับลูก"

หลายคนก็เลยแซวว่าแพทออกมาพูดดักดราม่าว่าทำงาน?
"ทำงานๆ ค่า ไม่ต้องห่วงเลย จนทุกวันนี้ก็ไม่ได้ไปเยี่ยมที่เรือนจำเพราะทำงาน จะประมาณ 2 เดือนแล้วอ่ะ"

แสดงว่าก็กลัวดราม่า?
"ไม่กลัวๆ เราเข้าใจได้ ณ จุดนี้ เวลาที่คนดราม่า บางทีเขาอาจจะยังไม่รู้รายละเอียดลึกซึ้ง คนแต่ละคนมองไม่เหมือนกัน แล้วถ้าเขาไม่ได้อยู่ในจุดของเรา เขาจะพูดได้ไม่ครบอยู่แล้วค่ะ วันนี้ถ้าเรากลับจุดยืนกันนะ ถ้าเขามายืนในจุดของแพท เขาอาจจะพูดอะไรไม่ออกเลยก็ได้ค่ะ"

น้องเรซซิ่งได้เจอพ่อเขามีอาการอะไรบ้างไหม?
"เท่าที่คุณย่าเล่านะคะ พี่เบนซ์เขายังแฮปปี้ตรงที่ ลูกยังให้อุ้ม เห็นคุณย่าบอกว่ามีน้องอีกคนนึงที่ไปเยี่ยมคุณพ่อ แต่อันนั้นไม่ให้แตะเลย แต่อันนี้น้องให้เล่นยังให้อุ้มอยู่ ก็สบายใจได้ค่ะ"

น้องเขาจำได้ไหม?
"แพทว่าด้วยสายสัมพันธ์อ่ะค่ะ แต่ถ้าถามว่าจำได้ทั้งหมดเลยไหม มันก็คงยากอ่ะค่ะ ต้องเข้าใจเรซด้วยว่า เรซเขาไม่ได้เจอพ่อเขาตั้งแต่ 3 เดือนอ่ะ ตอนนี้เขาก็ ขวบสี่เดือนแล้วอ่ะ ปีนึงเต็มๆ ปีเกือบ 1 เดือน แล้วช่วงจังหวะที่เขาจำพ่อเขาก็ไม่ได้อยู่ใกล้ๆเขา แพทก็ยังบอกเสมอว่าการที่แค่การพาไปเยี่ยม  แค่เราผู้ใหญ่ตาดีๆมองผ่านยังมองลำบากเลย แล้วเด็กยิ่งการมองยิ่งยากไปใหญ่เลย แต่ว่าเราก็อาศัยวิธีการบอกว่านี่ ปาป๊านะ"

ให้ดูรูปไหม?
"คือของแพทแทบจะไม่ไห้ดูรูปอะไรอยู่แล้วค่ะ เพราะว่าเด็กอ่ะ ให้ดูรูปเขาก็ไม่เข้าใจ เขายังต้องการ การสัมผัส การเล่นด้วย การหยอกอยู่ดีค่ะ"

แล้วตัวพี่เบนซ์ได้อุ้มลูกรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?
"เขาคิดถึงลูก ก็อยากที่บอกค่ะ พอแพทไปรับลูก แพทก็มีโอกาสได้พูดกับพี่เบนซ์ คุณน่ะไม่มาไม่เป็นไร ก็ทำงานว่างเมื่อไหร่ก็มา แต่ยังไงแล้วเนี่ย เป็นไปได้ไหมถ้าจะให้พี่เลี้ยง ให้เพื่อนเรา หรือใครเนี่ยพาลูกไปหาเขาหน่อย อาจจะไม่ต้องบ่อยก็ได้แต่ช่วยพามาหน่อย"

มีรูปน้องให้พี่เบนซ์ติดตัวไหม?
"มีค่ะ มีๆ เราก็ส่งเป็นจดหมายเข้าไปเป็นรูป"

คดีตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
"คือตอนนี้เลยนะคะ เรื่องคดีแพทคิดว่าเร็วๆนี้แล้วหล่ะ ตัวแพทเองก็รอลุ้นอยู่เหมือนกัน รอลุ้นพร้อมพี่ๆเลย เพราะว่า แพทต้องพูดตามตรงเลย เผอิญว่าพอแพทแยกกับทางบ้านพี่เบนซ์ กลับมาอยู่บ้านตัวเองเนี่ย การพูดคุยกับคุณย่า คุณแม่สามีอ่ะนะคะ รวมถึงกับทางครอบครัวฝั่งเขามันน้อยมาก ถ้าไม่ได้มีเหตุจำเป็นอะไร แทบจะไม่ได้สื่อสารกันเลย ที่นี้ในส่วนตรงนี้แพทก็ไม่ได้ถามตื้นลึกหนาบางไว้ เรารู้แค่ว่าหน้าที่เรา เดี๋ยวเราต้องไปขึ้นศาลนะ เพื่อที่จะไปเป็นพยานฝั่งโจทย์นะ อันนี้เรารู้แล้ว แต่เรื่องเนื้อหาคดีแพทยังไม่ทราบจนกว่าทางฝั่งคุณย่าจะนัดให้ไปคุยกับทนายของพี่เบนซ์ เนื่องจากเราแยกทนายไง"

น่าจะเป็นแนวโน้มที่ดีไหม?
"คือตอนนี้อย่างที่แพทบอกอ่ะค่ะ แพทไม่เห็นอะไรเลย ตอนนี้แพทรออย่างเดียวเลยคือ รอให้ทางคุณย่าเขานัดให้เราไปคุยกับทนายของพี่เบนซ์ แล้วก็แพทกับพี่เบนซ์ใช้ทนายกันคนล่ะส่วนเลย ของเขาก็ไปทำการบ้านของเขา ถ้าเขาต้องการข้อมูลจากเราเขาถึงจะเรียกเราไปคุย"

เราก็ไม่ได้ถามเบนซ์ตรงๆใช่ไหม ว่าคดีมันเป็นยังไง?
"ไม่ได้ถามค่ะ แล้วอีกอย่างตอนนี้แพทก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเขามาจะ 2 เดือนแล้วอ่ะ"


ทางฝั่งพี่เบนซ์เปลี่ยนทนายทั้งหมดใช่ไหม
?
"ถามแพทตรงๆเหรอ แพทไม่รู้จริงๆ แม่ไม่บอกอ่ะ เราก็ไม่ถามเนอะ คือเขาคงตัดสินใจกันข้างในอยู่แล้ว แพทต้องบอกตรงนี้เลยค่ะว่า ในส่วนของพี่เบนซ์อ่ะ คือคุณแม่เขาแทบจะไม่ได้ปรึกษาเรา ทั้งรายละเอียด หาทนายหรืออะไรต่างๆ เขาก็ไม่ได้ปรึกษาแพทอะนะคะ เขาก็ตัดสินใจภายในครอบครัวของเขา"

มีความหวังไหม?
"ทุกคนต้องมีความหวังแพทก็มีความหวัง  คืออย่างน้อย แพทก็ต้องยอมรับตรงๆว่าแพทกับพี่เบนซ์ห่างกันมาเป็นปีล่ะ ตอนอยู่ด้วยกันอ่ะ ก็อยู่กันแค่แบบ ท้อง 9 เดือน ลูก 3 เดือน เป็นแฟนกันอีกนิดหน่อย ก็ประมาณเกือบๆ 2 ปี แต่ไม่ถึง มันสั้นมาก แล้วก็หายกันไปเป็นปี ที่นี้ตอนกลับมาตอนนี้แหละ แล้วมีน้องด้วย คราวนี้ก็จะเป็นการพิสูจน์อะไรหลายๆอย่าง อันนี้แพทพูดในมุมบวกเลยนะว่าได้กลับมาอยู่ด้วยกันนะ มันก็ต้องจูนกันอีก แพทบอกตรงๆเลย คือ ใครจะถามเพื่อนจะถาม ก็พูดกับเขาตรงๆเลยว่าอย่าถามเลย เพราะว่าระยะเวลาของแพทกับพี่เบนซ์เนี่ย มันเร็วมากเลย คือ คบกัน ถูกใจกัน เอ้าท้อง ท้องแล้วแต่ง อยู่ด้วยกัน ลูก 3 เดือน เอ้าพ่อไม่อยู่ แล้วอยู่ดีๆก็หายกันไปเป็นปี เราเลี้ยงลูกคนเดียว กลับมาเนี่ย สิ่งนึงเลยที่เขาต้องรับภาระ คือความเข้าใจระหว่างเราสองคน ภาระที่เขาจะต้องช่วยเราแบกไว้ ซึ่งตอนนี้เราแบกอยู่เนี่ย เขาจะต้องมาหาร ก็ต้องมานั่งลุ้นกันว่าพอกลับมาอยู่ด้วยกันจริงๆ เราจะไปกันทางไหน"

ความรู้สึกกับเขา ณ วันนี้ กับ วันแรกที่คบกันมันยังเหมือนเดิมไหม?
"ถ้าถามใจแพทเนี่ย แพทก็บอกเลยนะคะว่า แพทยังรักและเป็นห่วง แต่มันยังไม่มีความผูกพัน สานสัมพันธ์อ่ะมันหายไปเป็นปีอ่ะ แล้วหลายๆคนก็จะถาม คือถ้าเราฟันฝ่าอุปสรรคกันมา 3 ปี 5 ปี การห่างกันอย่างนี้ แพทก็มองว่ามันอาจจะจูนกันง่าย แต่ของเรามันมีปัญหาตั้งแต่ท้อง เราทำงาน ทุกอย่างมันเร็ว แล้วมันก็มาห่างกันอีก แพทก็บอกกับเขาตรงๆ ว่าถ้ากลับมาเนี่ย ถ้าได้อยู่ด้วยกัน เราต้องคุยกันอีกยาวเลย"

ก็ทำไว้ในหลายๆด้านเลย?
"มีลูกแล้วมันจะคิดด้านเดียวไม่ได้ ก่อนหน้านี้แพทคิดเพื่อบูกมาตลอด พอวันนึงตอนนี้ ที่เราได้เลี้ยงเขาจริงๆ 1 ปีที่เราได้อยู่กับลูกสองคน มันทำให้เราคิดได้เยอะขึ้น หลายอย่างขึ้น แล้วแพทไม่ได้มีแค่ลูกไงค่ะ ตอนนี้มันมีหลายอย่างในชีวิต ที่เกิดขึ้นกับเรา ไหนจะครอบครัวเรา อาการของคุณแม่ที่ไม่ค่อยจะโอเคเท่าไหร่ ภาระหลายๆอย่างจากก่อนหน้านี้ เรามองว่าเราอยู่แบบนั้นได้ แต่วันนี้เราก็บอกกับเขาตรงๆว่าเราอยู่แบบเดิมไม่ได้ แล้วเราก็ต้องมานั่งคุยกันว่าอยู่แบบเดิมไม่ได้แล้วเราจะอยู่แบบไหน"

ที่ไปออกรายการ ที่พี่ริวทักเรื่องอาการป่วย?
"จริงๆก็โอเคนะคะ คือที่ป่วยเนี่ย อย่างแรกเลยเพราะแพททำงานค่อนข้างหนักช่วงนี้ คือเหมือนเพราะว่า เราเปิดโอกาสให้กับตัวเองเกี่ยวกับการรับงานมากขึ้น คนเขาก็อยากลองเรามากขึ้น ลองให้งานเรา เราก็อยากรับ เราก็อยากทำงาน ทำให้เวลาพักผ่อนเราก็น้อยไปด้วย"

เหมือนเราไม่ค่อยอยากบอกกับใคร ว่าเราป่วย?
"ใช่ ด้วยความที่เราเป็นเสาหลักของที่บ้าน เราไม่อยากป่วย เราไม่อยากให้ใครมากังวลเรื่องของเรา เราอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเรายังได้อยู่ ยังไหวอยู่"

ความสัมพันธ์ระหว่างแพทกับพี่เบนซ์ ที่พูดวันนี้ ก็เหมือนยอมรับว่ามันสั่นคลอนใช่ไหม?
"ตรงนี้แพทไม่รู้ว่าจะใช้คำพูดว่าอะไร เพราะแพทแทบจะไม่ได้คุยเรื่องนี้กับพี่เบนซ์เลย จนมาหลังๆเนี่ย เขาก็บอกเราไปตั้งแต่แรกแล้วว่าเราสะดวกอยู่แบบนี้มากกว่า แล้วเผอิญเขาก็มีคำถามว่าแบบ เหมือนถ้าเราไม่สะดวกไปเยี่ยมเขาก็ไม่เป็นไร  แต่ยังไงก็ต้องเอาลูกไปเยี่ยมอะไรแบบนี้ มันก็เลยกลายเป็นคำถามของเราในใจที่ถามกลับเขาไปว่า ถ้าสุดท้ายแล้วเราอยากอยู่บ้านแบบนี้ เขาจะโอเคแฮปปี้ไหม ที่เหลือก็คือรอวันที่เราได้ออกมาอยู่ด้วยกันมาจูนกันอีกทีนึง แต่เราก็บอกเขาไปแล้ว ว่า ตอนนี้แพทไม่สามารถทำตามความต้องการของคุณได้แล้วนะ ตอนนี้เรามีลูก แล้วเราก็ต้องเลี้ยงลูก พอเราอยู่มาแบบนี้ 1 ปี เรารู้ว่านี่คือสิ่งที่เราต้องการ ก่อนหน้านี้มันเป็นสิ่งที่เราทำเพราะว่ามันต้องทำ มันเป็นสิ่งที่เราอยากทำให้เราอยู่ด้วยกันให้ได้ แต่พอวันนี้พอเรามีภาระอะไรหลายๆอย่างมากขึ้นแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าเราอยากได้ในสิ่งที่เราอยากได้แล้วอ่ะ"

เขาตอบกลับอะไรเรามาบ้างไหม?
"ยังค่ะ คนนี้ต้องรอก่อน ต้องให้เวลาเขาไปคิดก่อน เขาเป็นคนไม่ค่อยตอบอะไรแบบนี้ แล้วที่แพทไม่ค่อยพูดอะไรกับเขาตอนนี้ เพราะแค่เขาอยู่ข้างในเขาก็เครียดแล้ว แพทถึงนับวันรอทุกวัน ให้เราได้กลับมาคุยกันจริงๆสักทีนึง ก่อนหน้านี้อย่างที่บอก เราทำทุกอย่างเพื่อเขาเพื่อหวังให้แบบมันต้องอยู่กันให้ได้ แล้วพอวันนี้แพทมีลูก แล้วแพทเห็นอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น มันก็มีคำถามให้ตัวเองมากยิ่งขึ้น แล้วคำถามพวกนี้ที่แพทยังไม่พูด มันจะรอวันที่แพทพูดกับเขา"

คุณแม่อาการทรุด?
"ตามวัยอ่ะค่ะ จริงๆแพทก็ไม่ได้เก่งไปกว่าคุณหมอหรอก แต่คุณแม่เนี่ยมีอาการชักบ่อยขึ้น แล้วพอคุณแม่ได้ยากันชักอ่ะค่ะ แกไม่ตอบสนอง แกตอบสนองน้อย ทางเลือกที่คุณหมอให้ก็คือการใส่สายให้อาหาร เรารู้สึกไม่โอเคเลย เรารู้สึกว่าถ้าใส่สายปุ๊ปเนี่ย ดูแลลำบาก ติดเชื้อ สกปรกต่างๆ รวมถึงแกจะยิ่งไม่ต้องใช้ระบบอะไรต่างๆแล้ว เพราะสายมันไหลเข้าไปถึงกระเพาะอิ่มแล้ว ไม่ต้องเคี้ยวไม่ต้องกลืนแล้ว เราก็ยังบอกคุณหมอว่ายังไงแพทก็ยังอยากจะป้อนข้าวด้วยมือของเราเอง แล้วก็อยากจะให้เขากลืน ก็เลยกลายเป็นแบบลดยาเองอะไรแบบนี้ อยากให้แม่เขาฟืนตัว ให้เขามีสติหน่อย พอเราไปลดยาเขาก็เลยมีอาการชัก พอชักก็ส่งโรงพยาบาล คุณหมอก็ถามเรื่องยาเราอีก ตอนนี้เราก็เลยไม่รู้จะต้องยังไง แต่ที่บอกพอเราให้ยาตามที่คุณหมอบอก แม่ก็เริ่มไม่กลืน ไม่เคี้ยว ตอบสนองช้าลงมากๆ มันก็ทำให้เรากังวล"

เวลาเรียกชื่อท่านยังรับรู้อยู่ไหม?
"ตอนนี้แย่เลยค่ะ แย่เลย"

ยังอยู่ที่บ้านใช่ไหม?
"อยู่ที่บ้านค่ะ การอยู่ที่โรงพยาบาลแพทไม่ค่อยโอเคอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้นะแพทจะกลับมาดูแลที่บ้านดีกว่า"

มีสติรู้ตัวไหม?
"ไม่มีค่ะ"

เป็นผู้ป่วยติดเตียง?
"ติดเตียงๆ ติดเตียงมานานแล้วด้วยเพราะแม่เดินไม่ได้"

ตั้งใจจะรักษายังไงต่อไป?
"ตอนนี้ก็กลายเป็นเรื่องที่เราต้องคิดอีกอย่างนึงเลยว่าแพทจะต้องทำยังไงต่อไป เพราะเราเห็นแม่เราจากที่รู้เรื่องบ้าง แล้วพอวันนี้ไม่เอาอะไรเลยอ่ะ มันก็เครียดเหมือนกันค่ะ"

มีอาการแบบนี้มานานหรือยัง?
"พึ่งเป็นได้หลังจากรับยาเนี่ยแหละค่ะ"

กี่ปีกี่เดือนแล้ว?
"ประมาณ 3 อาทิตย์เองที่หนักลงเลย จนที่บ้านต้องมานั่งคุยกัน"

เครียดหนักขนาดไหน?
"จริงๆแล้วเราอ่ะ ดูแลคนป่วยนะ แพทพูดจริงๆนะ เราทำใจไว้แล้ว เราเตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ให้มันช้าที่สุดได้ไหม"

พยายามยื้อ?
"ใช่ค่ะ ให้มันช้าที่สุด"

คุณหมอแนะนำไหม?
"คือคุณหมออ่ะ เขาอยากให้ใส่สาย เพื่อจะให้สารอาหารครบ แล้วกผ้ไม่ต้องกลัวเรื่องสำลัก ไม่ต้องกลัวเรื่องชัก ยาก็จะได้เต็มที่ คุณแม่ไม่ต้องตื่นรู้มาก แต่เราก็ยังแบบไม่โอเค เราเคยเจอเขาแบบตบมือ ยังเล่น ยังยิ้มได้ แต่วันนี้แกทำไม่ได้ เราก็แอบเครียดนิดนึง"

เราเคยคุยกับคุณหมอไหม ว่ามันวิกฤติไหม?
"คือคุณหมอเขาก็บอกแล้วว่า มันจะมีแค่การยืดให้มันช้าลง โดยการพยายามดูแลเขาให้ดีที่สุด"

มีร้องไห้ไหม?
"ไม่นะๆ อยากที่บอกว่าเราอ่ะ ทำใจเตรียมใจมากับมันสักพักแล้ว"



กลับขึ้นด้านบน