Facebook Twitter
gPlus 

เปิดใจ กอล์ฟ ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ไม่มีเงินติดตัว ลำบากถึงขีดสุด



กอล์ฟ อนุวัฒน์ พระเอกหนุ่มสุดฮอตที่เพิ่งฉีกสัญญาจากวิกหมอชิตผันตัวออกไปเป็นนักแสดงอิสระท่ามกลางเสียงเม้าท์ว่ายังไงก็ไม่ดัง ไม่ปัง เพราะจำหน้าไม่ได้ ล่าสุดออกมาเปิดใจในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี พีเค ปิยวัฒน์ และ เบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกร พร้อมเผยชีวิตก่อนเป็นดาราสุดลำบาก ไม่มีแม้ตังค์ซื้อข้าวกิน กินได้เพียงผลไม้ประทังท้องเท่านั้น

ชีวิตตอนนี้ถือว่าแฮปปี้ที่สุดมั้ยตั้งแต่อยู่ในวงการ ?
   ผมแฮปปี้ทุกๆวันนะครับ ผมมีความสุขทุกวัน

ชีวิตตอนเด็กๆก่อนเข้าวงการเป็นยังไง ?
   ก็อยู่ในครอบครัวที่ค่อนข้างจะไม่มีเลย พ่อรับจ้างทาสีอยู่ที่โรงงานเงินเดือน 8,500 บาท แม่ก็เป็นแม่ค้าขายขาดทุนบ้าง ผมเป็นลูกคนเล็ก

เห็นพ่อแม่ลำบากเราได้ช่วยอะไรพ่อแม่บ้างมั้ย ?
   ไม่เลย ตอนเด็กๆเกเร ชกต่อย เล่นฟุตบอลตามประสาผู้ชาย เรียนก็ไม่ตั้งใจเรียนติดศูนย์ 5 ตัว เกรดเฉลี่ยแค่ 0.7 กว่าแค่นั้น พอโตขึ้นอายุประมาณ 17 ปี เราถึงรู้ว่าป๊าลำบาก เลิกเกเรทุกอย่างเลย เราเริ่มคิดได้ที่เราขอเงินป๊าไปเรียนพิเศษแล้วเราไม่ได้ไปเรียนจริง เราเอาไปเที่ยว แล้วป๊ารู้ เราก็ไม่เคยเห็นน้ำตาป๊านะ วันนั้นเค้าก็ร้องไห้ เค้าบอกว่ารู้มั้ยว่าป๊าลำบาก

ด้วยสภาพทางการเงินของครอบครัวทำให้พ่อแม่ต้องแยกกันอยู่ ?
   ใช่ครับ เพราะว่าแม่ต้องดูแลพี่สาวกับพี่ชายที่มาเรียนในกรุงเทพฯ แม่ก็ขายของอยู่กับพี่ แต่ผมโตมากับป๊าโดยตรงเลย

ตอนที่จำความได้เคยมีเงินน้อยสุดกี่บาท  ?
   น้อยสุดของผมคือไม่มีเลย ได้ไปโรงเรียนแค่วันละ 10 บาท กินแค่ผลไม้ก็หมดแล้ว แต่เราต้องอยู่ให้ได้ทั้งวัน แต่อย่างป๊าเราไม่รู้ว่าเค้ามีหรือไม่มี แต่เค้าไม่เคยปล่อยให้เราอด ผมก็ไม่เคยไปถามป๊านะว่าทำไมเราไม่ได้กินเหมือนคนอื่นเค้า เราก็รับรู้ตลอดจากสภาพความเป็นอยู่ว่าเราไม่รวยเหมือนคนอื่นเค้า แต่อย่างป๊าคือถ้าไม่มีก็อด ไม่เคยขอใคร

เคยมีวันที่ไม่มีตังค์กินข้าวมั้ย ?
   ก็มีนะ มีที่จำความได้คือ ป๊าซื้อต้มเลือดหมูมาถ้วยนึง จะให้เรากินไปโรงเรียนตอนเช้า ผมก็มาแอบเห็นว่าเค้ามากินต่อจากเรา จนถึงวันนี้เรารู้สึกขอบคุณที่เราไม่มี ทำให้เรารู้สึกอะไรก็ได้ในชีวิตนี้แค่นี้ก็กำไรในชีวิตแล้ว เราไม่เคยอิจฉาคนอื่นว่าเรามี หรือไม่มีอะไร ผมมีมือถือก็ตอนเรียนปี 1  มีแฟนครั้งแรกก็ตอนปี 1 เพราะผมไม่กล้าจีบใคร ผมไม่มีเงินไปเลี้ยงผู้หญิงหรือพาไปดูหนังเหมือนวัยรุ่นทั่วไป

ด้วยความเป็นวัยรุ่น เราเคยเคิดน้อยใจแล้วถามพ่อมั้ยว่าทำไม ?
   ไม่มีครับ เราคิดว่าถ้าเราไม่มีตรงนี้ เราก็หาความสุขจากตรงอื่น เช่นเตะฟุตบอล เราไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ชีวิตมันก็อยู่ได้แล้ว

คุณพ่อสอนให้ใฝ่ดีตลอด จนมาถึงจุดเปลี่ยนตอน 17  เพราะจุดนั้นทำให้เรามีวันนี้ได้ใช่มั้ย ?
   ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะเป็นดาราด้วย ไม่ชอบเลย หนีมาตลอด อยากจะเรียนให้จบอย่างเดียว ทำยังไงก็ได้ที่จะเอาปริญญามาให้ป๊าให้ได้ ป๊าส่งให้เดือนละ 5000 บาท เพราะต้องมีค่าหอ ค่าเรียน ค่าอะไรอีก ตอนมหาลัยย้ายเข้ามาเรียนที่ กทม แล้ว

ตอนปี 1 หล่อแบบนี้มั้ย มีโมเดลลิ่งมามองมั้ย ?
   มีครับ ก็ไป แต่ไม่เคยได้ จนผมบอกเค้าว่าผมไม่มีตังค์ไปแคสงาน ผมไม่ไปแล้ว เพราะผมจะเรียน  ตอนเรียนผมก็ไปยกพร๊อบ เขียนสคริปต์ อะไรก็ได้ที่ทำแล้วได้เงิน


จุดไหนที่แจ้งเกิดในวงการ ?
   ไปประกวดของช่อง 7 ไม่ได้ที่ 1 ด้วย ได้ที่ 4 ตอนนั้นก็ไม่อยากไปเหมือนกัน ผมหนีตลอด แต่โมเดลลิ่งโทรหาแม่ แม่โทรหาเพื่อนให้พาผมไปให้หน่อย ตอนนั้นคาบเกี่ยวกับจะเรียนจบด้วย ผมก็ไปขอร้องทีมงานว่าช่วยทำให้ผมแพ้ได้มั้ย เพราะมันต้องเก็บตัว

แสดงว่าในตอนนั้นไม่เห็นอนาคตตัวเราเป็นนักแสดง แต่เห็นอนาคตตัวเองเป็นเบื้องหลังมากกว่า ?
   มันคือสิ่งที่ผมจับต้องได้ อยู่กับปัจจุบัน จบไปทำเบื้องหลังมันได้หมด ตอนนั้นเราไม่รู้อนาคตจะเป็นยังไง สุดท้ายเราก็เลือกประกวด ทางทีมงานบอกว่าอยู่ไปก่อนอาจจะได้ตังค์ สุดท้ายก็ได้ที่ 4 ได้เงินมา 100,000 บาท

วันแรกที่จับเงินแสนรู้สึกยังไงบ้าง ?
   ก็หายไปเลย ดีใจ ไปใช้หนี้ให้แม่ แล้วก็ไม่เหลือเลย

แล้วจากวันนั้นรู้เลยมั้ยว่าหนทางเราน่าจะไม่ใช่เบื้องหลังแล้ว ?
   ยังครับ เป็นคนดื้อมาก ตอนนั้นเค้าให้ละครมาก็เล่นไม่ได้ เพราะเล่นแข็ง ก็เลยเดินไปบอกผู้บริหารว่าผมเล่นไม่ได้ เค้าก็เลยปลด ตอนนั้นใจมันไม่เอาจริงๆ ตอนนั้นผมอยากจบด้วย ผมก็ไปเรียนจนจบ แล้วก็มีไปแคสโฆษณา แล้วได้ โฆษณาตัวแรกได้ 400,000 บาท ก็ใช้หนี้ให้ที่บ้าน ใช้หนี้ให้พี่ชายที่เป็นหนี้บัตรเครดิตเพราะเค้าส่งผมเรียน แล้วก็เหลือเงินไปดาวน์บ้านด้วยราคา 70,000 บาท บ้านที่อยู่ทุกวันนี้ อยู่กัน 5 คน พ่อแม่ลูก ครับ

หลังจากงานโฆษณาตัวนั้นแล้ว อะไรที่ทำให้เรากลับมาเล่นละครใหม่ ?
     ตอนเล่นโฆษณาอยู่เจอพี่คิง สมจริง แล้วเค้าก็บอกว่าชอบ อยากเอาเล่นละครเรื่องพ่อปลาไหลป้ายแดง เค้าก็ส่งบทให้ บอกว่าเดี๋ยวไปเซ็นต์สัญญาเลยให้เราไปคุยกับคุณสมรักษ์ แต่ตอนนั้นเราเคยประกวดกับช่อง 7 เราเลยไปปรึกษากับพี่ที่ช่อง 7  ทางช่องเค้ารู้ว่าเราจะไปเซ็นต์สัญญากับทางโน้นเค้าเลยเอาสัญญามาให้เซ็นต์เลย แต่พอเข้าไปก็ยังไม่ได้เป็นพระเอกนะ เป็นตัว 2 ตัว 3 ตัว 4 เราก็ไปเรียนแอ็คติ้งเพิ่มเอง

ช่องเก่าป้อนงานให้เยอะขนาดนี้ ทำไมถึงตัดสินใจเป็นนักแสดงอิสสระ ?
     เค้าดูแลผมดีมากเลยนะ แต่ว่าผมอยากทำอะไรใหม่ๆ ด้วยจุดนึงอายุของเรา มันก็เป็นโอกาสที่ดีที่ช่องอื่นๆเค้าเปิดละคร เราได้เห็นโปรดักชั่นเค้า เราก็อยากจะเปลี่ยนดู แต่เราก็คุยกับเค้าด้วยดีนะครับ

หลายคนมองว่าพอเป็นนักแสดงอิสระแล้วงานน้อยลงหรือเปล่า ?
   จริงๆงานไม่ได้น้อยลง ก็มีงานอยู่ ตอนนี้ยังไม่ได้ออนแอร์ มันน่าจะใช้เวลาหน่อย

หลายคนเม้าท์ว่าเราออกจากช่องเดิมมาอยู่ที่อื่นเพราะได้เงินมากกว่า ?
    ก็ใกล้เคียงกันนะครับ แต่ด้วยความสบายใจ พอออกมาแล้วมันแฮปปี้ เหมือนมีไฟอีกครั้ง มันท้าทายเรา ผมยังไม่ได้คิดว่าได้มากได้น้อย แค่รู้สึกว่าตอนนี้ทำงานแล้วมีความสุข

ชื่อกอล์ฟ อนุวัฒน์ ยังไม่ได้เป็นชื่อที่ติดปาก อยากให้เราดังกว่านี้มั้ย ?
   ถามว่าอยากมั้ย ก็อยาก ด้วยสภาพแวดล้อมหลายๆอย่างตอนนั้นผมควบคุมไม่ได้ ผมควบคุมได้แค่การทำงาน หลังจากนั้นอยู่ที่จังหวะด้วย

ความดังกับเงินอยากได้อะไรมากกว่า ?
   ผมอยากได้เงินมากกว่า เพราะว่าครอบครัวอยู่กับเรา แต่ของแบบนี้มันต้องมาควบคู่กัน ถ้าไม่ดังมันก็ไม่มีสิ่งที่คนจะมาลงทุนกับเรา เพราะผมอยากได้เงินไปดูแลป๊าม๊าให้ดีที่สุด

กลับขึ้นด้านบน