Facebook Twitter
gPlus 

ทราย เจริญปุระ อัพเดทอาการ คุณแม่ ที่ตอนนี้ป่วยจนไม่ทำอะไรด้วยตัวเองแล้ว

 

เคยออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า คุณแม่ เป็นโรคซึมเศร้า แล้วยังมีอาการสมองเสื่อม อีก สำหรับ สาวทราย เจริญปุระ ซึ่งเจ้าตัวก็พยายามรักษาและดูแลคุณแม่มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ก็เคยพาคุณแม่ไปอยู่ที่โรงพยาบาลศรีธัญญามาแล้ว และล่าสุด สาวทราย ก็ได้อัพเดทอาการคุณแม่อีกครั้ง ซึ่งดูท่าว่าจะวิกฤติไม่ใช่เล่น

                 “แม่, มาวันนี้ คุณแม่ก็ป่วยเกินกว่าจะเข้าใจความจริงในแต่ละวันอีกต่อไป ลึกๆทรายคิดนะ ว่าจริงๆแม่รู้ แต่หมดกำลังใจจะจัดการอะไรกับมัน แม่ไม่เดิน ไม่อาบน้ำ ไม่แปรงฟัน ไม่ทำอะไรด้วยตัวเองอีกต่อไปแล้ว ร่างกายกับจิตใจของแม่แยกกันอย่างเด็ดขาด หมอบอกว่าทางกายแม่ไม่มีอะไรบกพร่องเลย นอกจากมวลกระดูกที่ลดลงเล็กน้อยตามวัย แม่ไม่มีโรคประจำตัว ไม่เป็นความดันผิดปกติ ไม่เป็นเบาหวาน ไม่มีก้อนเนื้อต่อมใดๆเป็นส่วนเกิน แม่แค่หมดกำลังใจ

       และทรายก็กำลังได้เรียนรู้สิ่งที่เคยอ่านเจอแต่ในหนังสือว่าการตรอมใจตายนั้นมีอยู่จริง

       แม่ไม่ทำอะไรนั้นทรายไม่มีปัญหา ทรายหาพี่เลี้ยงให้แม่ได้ ซื้อกระโถน ซื้อผ้าอม ทำห้องน้ำใหม่ ย้ายที่นอนให้แม่ได้ทุกอย่าง แต่ทรายเดินแทนแม่ไม่ได้ และทรายก็มีความสุขแทนแม่ไม่ได้ มันเจ็บปวดเมื่อวันนึงทรางต้องมองแม่ที่ไม่มีแม้ความพยายามจะชัดผ้ามาพันตัวปกปิดกายเปล่าเปลือย แม่นอนอยู่อย่างนั้น รอให้โลกหมุนผ่าน รอให้คนอื่นจัดการเป็นธุระให้ แม่ไม่ทำ ไม่ขยับ ไม่เขินไม่อายอีกต่อไป มือของแม่ร้อรผ่าวทุกครั้งที่เรากุมมือกัน แล้วแม่ก็ร้องไห้ ทรายสงสัยว่าข้างในตัวแม่นั้น ยังมีจิตวิญญาณของสาวน้อยช่วงแต่งตัวคนเดิมอยู่ไหม คนที่ตาเป็นประกายเมื่อเห็นผ้าสวยๆที่จะเอาไปตัดชุดใหม่ คนที่ซื้อทุกอย่างที่ซื้อได้เอามาจัดวางไว้ในอาณาจักรตัวเอง

        ทรายเพิ่งอ่านหนังสือเล่มนึงจบ เดี๋ยวนี้ทรายอ่านช้าลงเยอะไม่เร็วปี๊ดอย่างที่แม่เคยบ่นนักหนาเมือก่อน ว่าเปลืองเงินจริงเชียว เดี๋ยวจบ เดี๋ยวจบ หาเงินให้เร็วเท่าที่อ่านได้จะดีมาก เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง เขาเขียนอะไรยากๆสำหรับใช้ในวงวิชาการนะคะ แต่อันนี้เขาเขียนถึงภรรยา มันเรียบง่าย เรียบง่ายเหมือนกับที่โลกหมุนไปทุกวัน เหมือนที่พระจันทร์มีผลต่อระดับน้ำ เขาเล่าแบบนั้นว่าเขาเจอเธออย่างไร เธอสำคัญต่อกับเขาอย่างไร เขารักความเป็นเธอมากเพียงใด ความรักออกจะเป็นเรื่องประหลาด เราไม่มีวันได้รักคนที่ดีประเสริฐที่สุดในโลก คนที่เรารักล้วนมีข้อบกพร่อง มีจุดอ่อน มีจุดแข็ง เหมือนกับที่ตัวเราเองก็มี เรารักความไม่สมบูรณ์แบบเหล่านั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เราอาจจะแยกแยะได้ว่าอะไรคือข้อดีหรือข้อเสีย แต่ถ้าเรารักเสียแล้ว ก็ไม่มีวันหยุดได้

         ทรายอยากเล่าให้แม่ฟังเรื่องผ้าห่ม ปกติแม่เป็นคนจัดการชีวิตทรายมาตลอด ทุกเรื่อง ทุกสิ่ง มีเรื่องเดียวที่แม่เปลี่ยนทรายไม่ได้จริงๆคือเรื่องผ้าห่ม แม่ชอบผ้านวมชนิดหนานุ่งฟู มีปลอกผ้านวมแยกชิ้นได้ เวลาห่มแล้วเหมือนโดนโอบก่อดไว้ด้วยก้อนเมฆ แม่มีผ้านวมดีๆและปลอกสวยๆ ทอจากฝ้ายชั้นดีสี่ร้อยห้าร้อยเส้นเก็บไว้มากมาย รอให้แม่หยิบออกมาใช้...”

 

 

 

Peripera : airy ink velvet #3 นี่ไม่ค่อยได้มาสายเกา เลยเพิ่งโดนตัวนี้ แต่ทุกคนคงใช้ไปหมดแล้ว 5555 เนื้อเบาดีมาก แอรี่สมชื่อรุ่น วันนั้นทาเล่นก่อนนอน ตื่นมายังติดอยู่เลยแม่เจ้าาาาา นี่คือสีเบอร์3 แดงอมส้มเดือดเว่อ เราไม่ค่อยมีแดงส้มแบบนี้นะ แต่อันนี้ทาแล้วก็โออยู่ เดี๋ยวไปกินเนื้อย่างแล้วมาดูกัน ว่าจะทนทานมั้ย ^^ #ขี้อวด #nofilter

โพสต์ที่แชร์โดย ITR Charoenpura (@itr) เมื่อ ก.ค. 25, 2018 เวลา 8:46pm PDT

 

ว่างแป๊บนึงเลยมาชวนคุย ว่าทำไมอยู่ๆลุกมาออกกำลังกาย? -จริงๆแล้วเป็นคนไม่ออกกำลังเลยนะ แต่ได้ทำงานแบบต้องขยับตัวตลอด วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่ม้า ชกมวย บทบู๊ต่างๆ แต่ใจจริงคือชอบนอนอ่านหนังสือที่สุด ตะนี้รถชนใช่มะ ก็ผ่าคอ ยัดน๊อตเข้าไป6ตัว ห้ามออกกำลังกายหนักๆตลอดไป(ขี่ม้านี่ลืมไปได้เลยจ้า ขนาดหมอยังถามก่อนว่าจะมีแพลนมีบุตรมั้ย เพราะคงต้องทำการบ้านกันยกใหญ่เรื่องแบกน้ำหนักตอนอุ้มท้อง..แต่นี่ไม่มีแผนอยู่แล้ว) บวกด้วยซึมเศร้า กินยาต้านเศร้า ซึ่งยิ่งกินยิ่งเอนจอยอีตติ้ง เครียดก็กิน เศร้าก็กิน บำบัดด้วยการกิน -ก็อ้วนดิ จะเหลือเหรอ- คุยกับจิตแพทย์ ก็ลองปรับยากัน เอาตัวเอนจอยอาหารออก แม่งไม่ได้อะ กลัวจะชิงตายก่อนหยุดกิน หดหู่ชิบเป๋ง สุดท้ายก็มาพึ่งยาตัวเดิม แล้วเราก็มีแฟนใช่มะ คุณกอล์ฟนี่เค้าสายเฮลธ์ตี้นะ วิ่งประจำ ช่วงพีคๆนี่คุมอาหารสร้างซิกส์แพคนั่นนี่ด้วย แต่มาเจอเราที่ว่างก็ชวนกิน ใช้การกินเยียวยาก็ใจแตกไป แต่กอล์ฟก็ยังวิ่งอยู่ เราก็รู้ว่าเราอ้วนขึ้น ก็ถามหมอว่าควรทำไงอะ ยาก็หยุดไม่ได้ ก็ต้องออกกำลัง เหลืออะไรให้เราทำได้บ้าง สำหรับคนคอหัก ข้อเท้าแตก ซี่โครงร้าว หมอก็ดูหนักใจ แล้วก็บอกว่ามันแทบไม่เหลืออะไรเลยอะ วิ่งก็ไม่ควร โยคะก็ไม่ได้ ว่ายน้ำพอไหว แต่หนักไม่ได้ เวทไม่ได้ แพลงค์ไม่ได้ หมอก็บอกว่างั้นก็มีแค่ว่ายน้ำ กับวิ่งเครื่องElliptical นี่ยังไม่บวกนิสัยส่วนตัวอีก ที่ไม่อยากไปฟิตเนส ไม่อยากเจอคน จะไปว่ายน้ำก็ต้องขับรถไปเพื่อว่ายน้ำแล้วขับกลับเพราะบ้านไม่มีสระ กูขี้เกียจแน่นอน รู้ตัว ไม่มีวันยอมไปอะ จนวันนึงไปเที่ยวกับกอล์ฟนี่ล่ะ กินข้าวกัน ฮีก็ถ่ายรูปเราปกติ ลงแคปชั่นว่า ‘อ้วนยังไงก็แฮปปี้’ หรืออะไรประมาณนี้ กูกรี๊ดเลยจ้าาาาาาา เพราะนี่เป็นคนไม่เคยรู้สึกว่าการเรียกกันระหว่างแฟนว่าอ้วน หมู ตุ้ยนุ้ย ดำ เหยิน หรืออะไรแบบนี้เป็นเรื่องน่ารัก ชื่อพ่อแม่กูตั้งให้ดีๆก็เรียกเสะ แล้วนี่กอล์ฟยิ่งควรจะรู้ดีกว่าใคร ว่าทำไมเราอ้วน กินยาขนาดนี้ ชีวิตดาวน์ขนาดนี้ คนที่ควรจะเข้าใจเราที่สุดมาเรียกเรางี้ได้ไงวะ กอล์ฟก็บอกว่าเฮ้ย ไม่ได้ว่านะ เรียกแบบน่ารักๆไง ก็อ้วนกัน น่ารักกันงี้ไง ไม่ได้โว้ย!! ไม่น่ารัก!! โอเค หลังจากนั้นก็คุยกับหมอและนักกายภาพเลยว่าเราจะวางแผนยังไงกันดี น้ำหนักขึ้นมาประมาณ20โลเนี่ย ก็มาลงตัวที่วิธีIF ควบคุมเวลากิน ถ้าเลือกอาหารได้ก็เลือก ถ้าไปกองก็ไม่เป็นไร ไม่เรื่องเยอะกับกอง กินเท่าที่ได้แต่กำหนดเวลาเอา ลดเบียร์ แล้วก็ออกกำลังกาย หมอบอกเสียค่าฟิตเนสไปเหอะ ไปวิ่งเครื่องเอา แต่เรารู้นิสัยตัวเองดี ว่าไม่ชอบไปอยู่ในที่คนเยอะๆแบบนั้น เลยตัดสินใจซื้อเองเลย ((ต่อๆ))

โพสต์ที่แชร์โดย ITR Charoenpura (@itr) เมื่อ ก.ค. 16, 2018 เวลา 11:29pm PDT

กลับขึ้นด้านบน