ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

แพท รอเคลียร์ เบนซ์ หลังศาลตัดสิน แจงดราม่าผิดใจแม่ฝ่ายชาย

 เปิดใจว่ากำลังอยู่ในช่วงการรอพูดคุยกับทางหนุ่มเบนซ์ ถึงะรื่องอนาคตครอบครัวหลังจากนี้ สำหรับสาว แพท ณปภา ที่ต้องรับภาระเลี้ยงลูกชาย น้องเรซซิ่ง เพียงลำพัง พร้อมยอมรับห่างเหินกัยครอบครัวฝ่ายชายด้วยเหคุผลหลายๆ อย่าง แต่ไม่ได้ตัดขาด แต่อาจะเป็นเพราะตนต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูก จนแทบไม่มีเวบาได้พูดคุย พร้อมอัพเดทอาการป่วยของน้องเรซซิ่งที่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว

เห็นว่าเรซซิ่งไม่สบาย?
"เป็นไวรัสแต่ไม่ใช่ RSV จริงๆน้องป่วยตั้งแต่วันศุกร์ตัวร้อนแล้วคือวันเสาร์ยังไม่ดีขึ้น วันอาทิตย์ก็เลยไปตรวจอีกรอบนึง แต่คือทางคุณหมอไม่ให้แอดมิดเพราะว่าโรงพยาบาลเต็มเตียงเต็มจะย้ายโรงพยาบาล อีกโรงพยาบาลหนึ่งก็เต็ม ซึ่งการทั่วไปตัวแล้วรู้ว่าเป็นไวรัสธรรมดาที่ไม่ใช่ RSV คุณหมอก็เลยไม่อยากให้อยู่โรงพยาบาลเพราะเดี๋ยวจากไวรัสธรรมดา จะกลายเป็นไวรัสที่ติดจากโรงพยาบาล คุณหมอเลยอยากให้เอากลับบ้านกลับบ้านมาก็ป้อนยาเช็ดตัว ถ้าไม่ดีจริงๆค่อยว่ากันก่อนจะมางานวันนี้ก็เอาไปโรงพยาบาลอีกคุณหมอก็บอกว่าไม่มีอะไรน่าจะเป็นเด็กเจ็บคอ ซึ่งเด็กๆพอเจ็บคอ คอแดง จะไม่เหมือนผู้ใหญ่ผู้ใหญ่ยังมีภูมิคุ้มกันแต่เด็กก็เจ็บคอคอแดงเขาจะเป็นไข้แล้วพอเราเป็นแม่ได้เช็ดตัวแล้วตัวยังร้อนอยู่เราก็จะกังวลพาไปหาคุณหมอดีกว่า"

เขามีอาการงอแงมั้ย?
"งอแง ก็ไม่ต้องนอนกันไปเลยค่ะถามว่าเป็นการคูณที่หนักที่สุดไหมจริงๆเธอป่วยมาแล้วครั้งหนึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แต่เรารู้สึกเองว่าครั้งนี้หลักสูตรเพราะครั้งแรกจำได้ว่าให้น้ำเกลือวันรุ่งขึ้นก็ออกจากโรงพยาบาลเลยแล้วก็แฮปปี้แต่อาการครั้งนี้วันนี้น่าจะเข้าวันที่ 4 แล้วซื้อวันนี้เป็นวันที่ดีขึ้นที่สุดคือตั้งแต่เช้ามาเราก็พยายามจับตัวโอเคแฮปปี้ตัวไม่ร้อนแล้ว ซึ่งคุณหมอนัดอีกทีวันพุธมาตรวจอีกครั้งหนึ่งจากคุณหมอบอกว่าเรซซิ่นเป็นเด็กที่แข็งแรง เพราะยังกินได้ ไม่ถ่ายเหลวมาก เพราะคุณหมอบอกว่าถ้าเด็กที่กินไม่ได้ อันนั้นน่ะจะมีปัญหาแต่เรซซิ่งยังกินได้หรือว่ายังโอเค"

คุณหมอบอกมั้ยว่าจะต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ ?
"บอกยากจังเลยเพราะว่าโลกมากับฝนมากับอากาศตอนนี้เพราะอากาศมันไม่โอเคเลยตอนนี้เราโชคดีที่น้องยังไม่ได้เรียนเด็กส่วนใหญ่ที่เป็นคือเด็กที่ไปโรงเรียน  ถามว่าเรากังวลขนาดไหนตอนนี้เรียกว่าโอเคแล้ว แต่ก่อนหน้านี้คือมันบอกไม่ได้ว่าเขาเป็นอะไรแล้วเราพยายามรักษา แล้วสุดท้ายเราก็ไปหาคุณหมอซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะตอนทำตัวร้อนเราก็กลัวว่าเขาจะชักไหม เพราะเด็กถ้าชักแล้วมันไม่ดีเลยนั่นแหละ คือสิ่งที่เรากลัวมากที่สุด"

อย่างเวลาออกงานมาเจอผู้คนคุณหมอเตือนไหม  ?
"ส่วนใหญ่เป็นหมอก็จะให้ดูแลอย่างเช่นถ้าเสร็จแล้วขึ้นรถก็เช็ดไม้เช็ดมือตามประสาอย่างเราเราต้องบอกตรงๆว่าเราติดลูกมากเราชอบที่จะไปไหนกับลูกหรือเราไม่ใช่แบบที่ว่าเป็นแม่ที่ทำงานแล้วทิ้งลูกไว้กับพี่เลี้ยงคุณหมอก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นคุณแพททำใจไปเลยเพราะเท่านี้แดนซ์ซิ่งก็ถือว่าแข็งแรงมาก"
มันเหนื่อยมากขึ้นไหมเพราะว่าต้องทำงานด้วยและก็ต้องดูแลลูกด้วย ?
"เหมือนตรงที่ว่าเรายังไม่ได้นอนเรายังไม่ได้นอนตั้งแต่ 6 โมงเช้าคือเราตื่นทั้งคืนเลยเพราะว่าเขาไม่สบายตัวแล้วเราเองก็ต้องตื่นมาทำรายการสดแล้วทั้งคืนลูกไม่นอนเลยแต่เราก็ต้องสู้ไงเราก็คิดว่าตอนเราเด็กๆ แม่เราคงเหนื่อยมาก คุณย่าแกคงต้องสุดยอดคนหนึ่งป่วยต้องมาป้อนยาเช็ดตัวลูกดิ้นทีเราก็นอนไม่หลับเพราะเราไม่รู้ว่าเขาดิ้นหรือเขาชัก"


ไม่สามารถฝากใครดูแลลูกได้เลยเหรอ  ?
"ใจหนึ่งเราก็อยากฝากแต่ว่าเรารู้สึกว่าการที่เราพาลูกออกมาอย่างแรกเลยเขาได้เห็นอะไรเยอะ เรารู้สึกว่าเขาก็จพได้ไม่กลัวคน เพราะถ้าเราฝากน้องไว้ที่บ้านอีกคือที่บ้านเราเองก็มีคนป่วยอยู่แล้ว 2 คน เราเลยคิดว่าเราเอาออกมา ก็ไม่ได้เหนื่อยมากขึ้นเท่าไหร่"

มีข่าวว่าเราผิดใจกับแม่เบนซ์?
“เราแทบจะไม่ได้คุยกันเลยค่ะ ฉะนั้นเรื่องผิดใจกันตัดออกไปก่อนเพราะทุกวันนี้ไม่ได้คุยกันเลย คงได้คุยกันอีกทีน่าจะช่วงที่ต้องคุยกัน คือตอนนี้แพทก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากที่เราแยกบ้านกัน แพทกลับมาอยู่บ้านแพท ทางแม่ของพี่เบนซ์เขาก็ต้องเตรียมเรื่องของพี่เบนซ์ เมื่อเดือนที่พี่เบนซ์เขาขึ้นศาลถี่มาก เราก็ต้องขึ้นด้วยเราก็เข้าใจแม่เขา เขาก็ขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อเราเลย เขาก็ยอมรับตรงๆว่าเขาเหนื่อยกับการเตรียมเอกสารต่างๆ จนมาตอนนี้แทบจะไม่ได้ติดต่อากันเลย เราก็ทำคงามเข้าใจกับตัวเองว่าแกก็คงวุ่นวายเรื่องของพี่เบนซ์อยู่ ส่วนแพทกับพี่เบนซ์เราคุยกันแล้วว่าออกมาคงต้องคุยกันจริงจังว่าจะเอายังไงกับเรื่องลูก เพราะตอนนี้แพทเลี้ยงลูกคนเดียว ค่าใช้จ่ายทั้งหมดทุกอย่างคือแพทคนเดียว พอเราพูดกับพี่เบนซ์ไปแกก็บอกให้เรารอไปก่อน รอให้ทุกอย่างมันคลี่คลายกว่านี้ก่อน ว่าตัดสินแล้วเป็นไปในรูปแบบไหน แล้วเดี๋ยวเขาจะมาคุยกับเราอีกทีนึง ซึ่งแพทจะไม่ได้คุยกับแม่พี่เบนซ์อยู่แล้ว ต้องให้พี่เบนซ์เป็นคนคุยให้ แต่จุดนี้พี่เบนซ์เขายังไม่คุยให้เราก็เลยคิดว่าเราไม่พูดดีกว่า เราก็บอกว่าเราเลี้ยงลูกเราไหว ณ ตอนนี้เราก็เลี้ยงมาปีกว่าคนเดียว เราก็เลี้ยงไหว ถ้าต่อไปเราจะต้องเลี้ยงอย่างนี้อีกเราก็ไหว”

การที่ไม่ได้คุยกันมันทำให้ปัญหาแย่ลงมั้ย?
“ตอนนี้ยอมรับตรงๆว่าห่างเหินกับครอบครัวของพี่เบนซ์ แพทแยกมาตั้งแต่พี่เบนซ์ติดแรกๆเลย พอแยกแล้วการสื่อสารมันก็น้อยลงทันทีเลย ตอนแรกๆคุณแม่พี่เบนซ์เขาก็อยากให้เราเอาหลายไปเยี่ยมเขาบ้าง แต่เราเองรู้ว่ามันยาก ไปอยู่ตรงนั้นเราไม่สะดวกกับอะไรหลายอย่าง ทั้งที่อยู่ ลูกเราโตขึ้นลูกเราต้องการใช้พื้นที่เยอะขึ้น แม่เราที่ต้องดูแลเพิ่มมากขึ้น พอเราเริ่มห่างออกมา การติดต่อน้อยลง หลังๆการติดต่อก็จะเป็นเรื่องของคดีหมดเลย”

จากการตีความการสัมภาษณ์ของแพทช่วงหลังๆดูแล้วเหมือนจะไปกันไม่รอดเลย?
“ก็ไม่ใช่แค่ทุกคนหรอกค่ะ ผัวดิฉันเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน คือเราก็พูดกับพี่เบนซ์ตรงๆ เขาก็เข้าใจนะ วันล่าสุดที่แพทไปขึ้นศาลแล้วเจอกันเราก็บอกเขาเลยว่าพี่เบนซ์รู้ใช่มั้ยว่าแพทเลี้ยงลูกคนเดียวนะ แล้วลูกจะต้องเข้าโรงเรียนแล้วนะ ถึงมันจะอีกปีนึงแต่มันก็ต้องแพลนแล้วนะ เราก็พยายามบอก แต่ถ้าทางนั้นยังเงียบอยู่เราก็โอเค ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าสุดท้ายก็รอเลยแล้วกันว่าจะเอายังไง ถ้าวันนี้ศาลตัดสินแล้วออกมาได้เราสองคนต้องคุยกันแล้วนะว่าเราจะไปต่อกันแบบครอบครัวหรือจะแค่ทำหน้าที่พ่อกับแม่ ถ้าไม่ได้ก็คือไม่ได้ ถ้าได้ก็ต้องปรับตัวมากๆเลย เพราะตอนที่พี่เบนซ์ไปน้องอายุ3เดือน เขายังไม่รู้เรื่อง แล้วตัวพี่เบนซ์ก็ไม่รู้ว่าจะต้องรับผิดชอบอะไรเยอะแยะมากมาย ตอนนี้ลูกขวบหกเดือนแล้ว กว่าเขาจะได้ออก ลูกก็2ขวบแล้ว แพทก็คุยกับเขาตรงๆ ทุกคนก็รู้คนรอบข้างก็รู้ว่าแพทดูแลลูกคนเดียว แพททำงานหนักมาก แพทก็บอกเขาว่าอย่าคาดหวังว่าแพทจะต้องไปเยี่ยมเขาตาตารางเป๊ะๆทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละวัน แพททำไม่ได้ แพทเอางานมาก่อน”

พอเราอธิบายไปเขาเข้าใจมั้ย?
“เขาเข้าใจ เขาบอกแพทไม่ต้องมาก็ได้ ถ้าสมมติว่าพี่เลี้ยงว่างก็เอาลูกไปอย่างเดียวก็ได้ เราก็เลยโอเคว่าเขาคงเข้าใจเรา”

หลายคนมองว่าเราทิ้งเบนซ์?
“ไม่เกี่ยวกับทิ้งหรอกค่ะ แพทเชื่อว่าคนที่มีครอบครัวสุดท้ายแล้วไม่มีใครอยากเดินมาถึงจุดที่มันแยกกัน และตอนนี้แพทกับพี่เบนซ์เราก็ยังไม่ได้แยกกัน แค่รอคุยกัน คนจะคิดว่าคนข้างในเขามีความหวังเป็นเรา เราอย่าทิ้งเขา แต่คุณต้องมองคนข้างนอกด้วยว่าคนข้างนอกก็หวังเหมือนกันที่จะมีครอบครัวที่แข็งแรง รวมถึงคาดหวังการดูแล แพทเชื่อว่าต่อให้เขาอยู่ข้างในเขาก็ยังดูแลเราได้ ทีนี่มันก็ต้องลองดูว่าเราสามคนจะคุยกันแบบไหน โอเคเรากลับมาแล้วเราต้องจูงมือกันไปให้ได้นะหรือ เราคุยแล้วมันไม่ได้จริงๆก็ไม่เป็นไร”

ทุกวันนี้ถือว่าเราสตรองพอมั้ย หรือว่าบางวันแอบมีน้ำตา?
“ไม่เลยค่ะ ด้วยความที่เรามีอะไรหลายอย่างให้ทำเยอะมาก ลูกก็ต้องการการดูแลแบบเต็มร้อย งานก็ต้องเต็มร้อย เราเลยแทบจะไม่มีเวลามาคิดเรื่องตรงนั้นว่าทำไมนั่นทำไมนี่ ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ไม่ให้ก็คือไม่ให้ ติดต่อก็คือติดต่อไม่ติดต่อก็คือไม่ติดต่อ ไม่ว่างด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่เป็นไร”

เราเตรียมใจกับการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไว้มั้ย?
“เพิ่งจะมาเตรียมหลังจากที่เราได้คุยกับพี่เบนซ์ ฟิตแบ็คมันน้อย พอมันน้อยเราก็ค่อยๆ เตรียมมาเรื่อยๆ”

 

ชอบ. ❤️ #ชอบผมลูกแบบนี้

โพสต์ที่แชร์โดย Patt Napapa T. (@pat_napapa) เมื่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: