ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

“กาย-ฮารุ” หอบ 3 ยอดกุมาร เคลียร์ดราม่าวิธีการเลี้ยงลูก !!




เป็นครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่นเอามากๆ สำหรับนักแสดงหนุ่ม กาย รัชชานนท์ และฮารุ ยามากูชิ และลูกๆ ทั้ง 3 ยอดกุมาร อย่าง น้องคิริน น้องไนร่า และน้องเอเดน ที่ตอนนี้อยู่ในวัยกำลังโตแถมมีแฟนคลับเป็นของตัวเองแล้วด้วย


          ล่าสุด หนุ่มกายและสาวฮารุ ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มีหนิง ปณิตา และธัญญ่า ธัญเรศ เป็นพิธีกร


เลี้ยงลูกกันยังไงตั้งสามคนเก่งมากเลย?

ฮารุ : นั่นน่ะสิผ่านมาได้ยังไงก็ไม่รู้ มีพี่เลี้ยงนะคะ แต่ว่าพี่เลี้ยงจะช่วยเป็นมือเป็นไม้ให้ฮารุ เช่นช่วยเตรียมของอะไรแบบนี้ แต่หลักๆเราก็จะดูแลอยู่ตลอด

กาย : ใช่ครับ จริงๆก็ไม่ได้เลี้ยงเองทั้งหมด มีคนช่วยครับผม ถ้าอย่างนั้นบ้านมันคงไม่เป็นบ้านแน่นอน แต่ว่าหลักๆแล้วก็คือกายกับฮารุนี่แหละที่จะเลี้ยงเด็กๆ แล้วก็มีความสัมพันธ์กับเขาตลอดเวลา


นิสัยแต่ละคนเป็นยังไง เหมือนหรือต่างอะไรกันบ้าง?

กาย : คนโต คิริน จริงๆแล้วเขาเป็นคนอบอุ่นมากเลยนะ เขาจะเป็นคนที่แบบคอยดูแลน้อง อุ้มน้อง คือเขาจะมีความเป็นพี่ชายมากๆ ก็จะแตกต่างกับทุกคน อย่างไนร่า ก็จะแก่นๆนิดนึง

ฮารุ : ใช่ค่ะ จะเป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยผู้หญิง เป็นผู้หญิงแบบลุยๆ ทะโมน ถ้าถามถึงความแมนคนนี้จะมีความแมนมากที่สุดในบรรดาพี่น้องทุกคนค่ะ ส่วนเอเดนนี่จะมีอารมณ์แบบศิลปินติสๆ นิ่งๆ คนอื่นเขาจะโบกเวกโวยวาย แต่อันนี้ก็จะนั่งนิ่งๆคอยสังเกตการณ์ จะไม่ค่อยสุงสิงกับคนที่แบบไม่ค่อยรู้จัก เขาจะมีโลกส่วนตัวสูง แต่ถ้าเกิดรู้จักกันแล้วเขาก็จะเริ่มเล่นอะไรแบบนี้


คนไหนเหมือนพ่อ เหมือนแม่มากที่สุด?

ฮารุ : คิริน เหมือนพ่อปฏิสนธิกับตัวเอง(หัวเราะ) คือมาตั้งแต่รูปร่างภายนอกเหมือนพ่อ นิสัยก็เหมือน ทุกอย่างเหมือนพ่อหมดเลย

กาย : คิรินหน้าตาเขาเหมือนกายตอนเด็กๆมากครับ ถ้าเอารูปมาเทียบกัน จะเหมือนกันมากเลย ส่วนไนร่า จะเหมือนแม่ การพูดการจา กินเก่ง

ฮารุ เรื่องหน้าตาฮารุไม่ค่อยมั่นใจนะ แต่นิสัยจะเหมือน จะเป็นแบบลุยๆ ซนๆหน่อย พูดเยอะๆอะไรแบบนี้


เวลาลูกดื้อ มีวิธีจัดการกันยังไง?

กาย : มันก็จะแตกต่างกันไปครับ อย่างเช่น ถ้าคิรินดื้อ กายก็จะบอกให้คิรินเข้าไปที่ห้องน้ำ เขาก็จะเดินเข้าห้องน้ำ ปิดประตูหันหน้าเข้ากำแพง แล้วก็จะยืนเสียใจกับตัวเองไป ส่วนไนร่า เขาจะเป็นคนฉลาดนิดนึง พอเขาดื้อเสร็จปุ๊บ เขาจะทำตัวเหมือนเขาดีทันทีเลย เนียนๆแบบอะไรหรอ หนูไม่ได้ทำอะไรนะอะไรแบบนี้ ส่วนเอเดนนี่คือ เรากำลังหาวิธีกันอยู่

ฮารุ : เอเดนนี่จะเหมือนแบบฉบับลูกคนเล็ก จะมีความเอาแต่ใจตัวเองสูงกว่าคนอื่นๆ มีความแบบไม่ยอม ก็เลยกำลังพยายามปรับ หาวิธีอยู่ เพราะว่าทั้งสามคนนิสัยไม่เหมือนกันเลย วิธีการทำโทษก็ไม่เหมือนกัน เช่น คิริน ถ้าเขาดื้อแล้วเราตีเขาจะต่อต้าน แต่ถ้าเราบอกว่าให้ทำโทษตัวเองนะ เขาก็จะเดินเข้ามุม แต่ในร่าจะตีได้ พอดีปุ๊บจะนิ่งค่ะ


ปรับอารมณ์กันยังไง ถ้าเจอลูกดื้อใส่ทีเดียวพร้อมกัน?

กาย : จริงๆแล้วเราต้องพยายามใจเย็นที่สุด เท่าที่จะเย็นได้เลย เพราะเราไม่อยากจะสอนเขาในช่วงเวลาที่เราโกรธ เพราะเด็กมันก็จะกลัวเรา แล้วก็ไม่อยากที่จะฟังเรา เพราะว่าเขาก็รู้ว่าเราโมโหเขาอยู่ แต่ว่าถ้าเราจะเย็นแล้วเราเอาเหตุผลมานั่งประมวล แล้วคิดดูอีกทีนึง มันจะมีวิธีการคุยการสอนได้ดีกว่าตอนที่เราโมโหเยอะ ก็เลยต้องพยายามมีสติกับตัวเองครับ

ฮารุ : แต่สมัยก่อนพี่กายเขาจะใจร้อนมากนะ พอมีลูกเขาก็ใจเย็นลง ถ้าเป็นสมัยก่อนลูกปี๊ดมา อันนี้ก็จะปี๊ดกลับอะไรแบบนี้ แต่พอมันผ่านไปสักพักเขาก็รู้ว่ามันไม่ได้แล้ว อาจจะมีหลุดบ้างแหละคนเป็นพ่อเป็นแม่ แต่ก็ต้องดึงสติกลับมาให้ได้เร็วที่สุด จนช่วงหลังๆความอดทนเราก็ค่อยๆสูงขึ้น


มีประเด็นดราม่าเกิดขึ้น วิจารณ์เกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงลูกของเรา รู้สึกยังไงบ้าง?

กาย : จริงๆเวลาตักเตือนกัน พวกเราไม่ว่าหรอกครับ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วของคนที่อยู่ในวงการแบบพวกเรา บางทีคนก็หวังดี เวลามีคนมาเตือนแบบพอเปิดประเด็นปุ๊บ มันเหมือนแบบปล่อยโอกาสให้ทุกคนแบบเข้ามากันเยอะเลยทีนี้ เหมือนหิวน้ำแล้วไม่ได้กินน้ำมาเป็นอาทิตย์ พอมันเป็นแบบนี้มันก็จะเลยประเด็นที่มันเป็นอยู่ คราวนี้ดราม่าก็จะมาแล้ว ทรมานลูกตัวเอง ไม่รักลูกตัวเอง เลี้ยงแบบนี้เดี๋ยวลูกก็ปัญญาอ่อนหรอก โดยปกติแล้วผมจะเป็นคนแบบช่างมันเถอะ แต่บางทีมันก็ไม่ไหวเพราะมีเยอะเป็นร้อยๆคอมเม้นเลย

ฮารุ : มันเกิดจากประเด็นเล็กๆเอง เช่น กินข้าวเองมันก็เลอะเทอะ เราก็เข้าใจนะ แต่หลังๆก็เป็น เด็กก็จะกลายเป็นเด็กมีปัญหาเพราะพ่อแม่ไม่สนใจ เป็นประเด็นใหญ่โตไปอีก




อยากจะบอกอะไรถึงคนที่วิจารณ์การเลี้ยงลูกของเราบ้าง?

กาย : จริงๆวันนั้นผมก็เคลียร์ไปประมาณหนึ่งว่า ครอบครัวของเราเลี้ยงลูกแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าเราไม่รักลูก แต่เป็นเพราะว่าเรารักลูกเรา เราถึงเลี้ยงลูกเราแบบนี้ เราเลี้ยงเขาให้เขามีวินัย กินข้าวเป็นเวลา ถ้าเขาไม่กินเราก็จะไม่ให้เขากินจนมื้อถัดไป เขาจะปวดท้อง เจ็บท้อง หิวโหยขนาดไหนเราก็จะไม่ให้ขนมเขากิน เพราะว่าถ้าเขาได้กินขนมในตอนนั้น เขาก็จะไม่กินข้าวอีกต่อไป เขาก็จะเรียนรู้แล้วว่าถ้าฉันไม่กินตอนนี้สักพักพ่อแม่ก็ต้องเอาอะไรมาให้กินอยู่ดี

ฮารุ : แต่ช่วงแรกๆฮารุก็จะใจอ่อนหน่อย แต่ที่บ้านปู่ย่าตายายพี่เลี้ยงทุกคนก็จะใจดีกับลูกๆมาก แล้วพอเราใจอ่อนอีก เหมือนเขาก็กลายเป็นว่าเหลิงเลย มันเละเทะ ก็เลยเป็นว่าเราอยู่บ้านเป็นประจำ แล้วปู่ย่าตายายเราไม่สามารถไปเปลี่ยนอะไรเขาได้อยู่แล้ว เพราะเขาก็รักหลาน ดังนั้นจึงอยู่ที่เราแล้วแหละ ก็เลยเริ่มดุ คือถ้าพี่กายไม่อยู่ก็ยังมีเราอยู่ เขาต้องรู้ว่าต้องมีคนที่แบบไม่สามารถเอาชนะได้อยู่นะ เราก็เลยกลายเป็นแม่ใจร้ายในทุกวันนี้


คำพูดที่แย่ที่สุด เห็นแล้วต้องเคลียร์รับไม่ได้ คือคำพูดไหน?

กาย : นี่แหละครับบ้านสกปรก ไม่รักลูก เด็กจะมีปัญหา เด็กเป็นปัญญาอ่อนอะไรแบบนี้ ซึ่งแบบทำแบบนี้ใครเขาใช้กัน มันไม่มีใครใช้กันแล้วนะครับ ผมก็เลยตอบกลับไปว่า แล้วคุณมารู้ได้ยังไงว่าบ้านผมเป็นยังไง? รู้ได้ยังไงว่ามันสกปรก? เป็นแบคทีเรียบ้านผมหรอถึงได้รู้? แล้วลูกผม 3 ขวบ 4 ขวบเขาก็สามารถกินข้าวเองได้ ไม่จำเป็นว่าต้อง 10 ขวบแล้วมานั่งป้อนหรือเราต้องวิ่งตาม เด็กทุกคนมีเวลานอน 2 ทุ่มเขาก็นอนกันทุกคน เราเลี้ยงเพราะว่าเรามีชีวิตแบบนี้ และเราไปเที่ยวกันได้ตลอดเวลา เพราะเขาเป็นแบบนี้ ถ้าเขาไม่เป็นแบบนี้สิLifestyle ของเราก็จะถูกเปลี่ยนไปทันทีเลย จะบอกว่าอย่าเลี้ยงลูกแบบนี้ ถ้าไม่ชอบวิธีการแบบนี้

ฮารุ : แต่ถ้ารู้กับพี่กายจะย้ำเสมอว่า Lifestyle แบบนี้มันไม่มีอะไรที่มันถูกต้อง เพราะว่าหนังสือ 10 เล่มหรือหมอ 10 คนก็พูดไม่เหมือนกัน เพราะสุดท้ายแล้วเด็กทุกคนก็ไม่เหมือนกัน ไม่ได้บอกว่าวิธีนี้มันคือถูกต้องหรือว่าวิธีการบ้านคนอื่นมันจะผิด ไม่ใช่เลย คือไม่เคยตัดสินนะ


คิดไหมว่า ทำไมเราถึงเจอประเด็นดราม่าแบบนี้บ่อยๆ?

กาย : อาจจะด้วยอายุของเราด้วยล่ะมั้งครับ เลยเป็น target ที่ง่าย จริงๆแล้วพวกเราก็โดนตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว เคยโดนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แล้วเขาก็จะแบบ เด็กวัยรุ่นมีลูกก็อย่างนี้แหละนู่นนี่นั่น เหมือนเป็นคนของสื่อ พอเป็นคนของสื่อแล้วคนเขาก็คาดหวัง คนนึงชอบคนนึงไม่ชอบ สุดท้ายแล้วก็สามารถวิจารณ์ได้แต่แค่ให้อยู่ในขอบเขตแค่นั้นเอง


สาเหตุที่ "กายทำหมัน" เพราะฮารุไม่สามารถมีลูกได้อีกแล้วจริงไหม?

ฮารุ : จริงๆตั้งครรภ์ได้นะคะ แต่ด้วยที่ฮารุท้อง 3 ปีติดๆกันตลอดเลย แล้วไม่ได้คลอดธรรมชาติถ้าแบบนั้นมันจะไม่มีแผลอะไรมันสมานง่าย แต่พอผ่าคลอดมันไม่ได้ผ่าแค่ชั้นแรก มันต้อง 6-7 ชั้นขึ้นไป พอแผลยังไม่หายเลยอีก 2 เดือนฮารุท้องอีกแล้ว ทุกอย่างมันยืดๆตลอด จริงๆหมอจะให้ทำหมันตั้งแต่ท้องคนที่สองแล้ว คือบ่บอกว่าท้องต่อไปคนที่สามจะอันตรายมาก เพราะไม่รู้ว่ามดลูกข้างในของเรามันจะรับไหวไหม

กาย : แล้วฮารุเขาจะเป็นคนที่แบบท้องใหญ่ด้วยอะไรแบบนี้ ก็เลยแบบไม่เป็นไรครั้งนี้เราป้องกันเอาก็ได้ แล้วให้ฮารุกินยาคุมอะไรแบบนี้ 2 เดือนถัดไปท้องอีกครับ แล้วหมอก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่ได้แล้วนะ นี่รอบที่ 3 แล้ว ถ้ามีรอบที่ 4 หมอไม่รับทำคลอดหรือว่าฝากท้องใดๆทั้งสิ้น เพราะเนื่องจากอยู่ในความเสี่ยงมากๆ เพราะถ้าจะผ่า ก็ผ่าแผลเดิมไม่ได้ก็ต้องผ่าแผลใหม่ แล้วหมอถามว่า ฮารุทำหมันไหม เขาก็ไม่ทำ ผมก็เลยต้องทำครับ เพราะว่ากลัวเหมือนกันว่าจะมาอีก


โต้ขาเม้าท์ที่ว่า "ฟิตจัดทำการบ้านทุกคืน" หน่อย?

กาย : คือผมไปออกรายการนึง แล้วเผลอพูดออกไปแบบขำๆ ประมาณว่า เคล็ดลับความรักก็กระชับชิดกันทุกวันสิ อะไรแบบนี้ ก็เฮฮาสนุกสนานกันไปครับ

ฮารุ : แล้วเขาก็เอาไปตีความแบบว่าแนบชิดกันแบบอย่างนั้น ความจริงมันแค่ใส่ใจดูแลกัน ความจริงมันจะเป็นไปได้ไหมคะว่าจะต้องมีอะไรกันทุกวันคือเรามีลูกแล้วอ่ะ ถ้าคนมีลูกเราจะรู้เลยว่ามันเป็นไปไม่ได้ เวลานอนยังไม่มีค่ะ


แล้วตอนนี้ชีวิตคู่เป็นไง?

กาย : คือเหนื่อยมันก็เหนื่อยนะครับ แต่มันจะเหนื่อยช่วงแรกๆที่เรามีเขา แล้วมันก็จะค่อยๆชินไปเรื่อยๆ คือเราก็จะรู้ว่าค่าใช้จ่ายทุกเดือนทุกวันมันเป็นยังไง เราก็ค่อยๆทำไปเรื่อยๆมันก็ชินไปเองครับ ยังกายกับฮารุเนี่ยจะคิดไว้เลยว่าเราต้องพาลูกไปเที่ยวทุกอาทิตย์ ทุกอาทิตย์จะไม่มีทางอยู่กรุงเทพฯ แล้วเราก็ต้องหาเงินก้อนนี้อีก ตอนแรกๆก็เหนื่อย แต่ทำไปทำมามันก็ชินไปอะไรแบบนี้ครับ ก็มีความสุขครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: