ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

ปั้นจั่น ขอโทษปมดราม่าปลากระเบน ยันไม่เจตนาด่ารายการ

ออกมาขอโทษพร้อมเคลียร์ สำหรับหนุ่ม ปั้นจั่น ปรมะ หลังโพสต์ข้อความลงในอินสตาแกรมส่วนตัวแสดงความคิดเห็นปมรายการดังนำปลากระเบนมาแข่งทำอาหารว่า..”สัตว์ทุกชนิดนั้นมันก็เคยหาไม่ยากจนถูกจับถูกล่าจนลดจำนวนลง และบางชนิดก็สูญพันธุ์ไปแล้วก็มี จะต้องให้มันวิกฤตก่อนทุกครั้งหรือไงถึงจะอนุรักษ์ไว้“ พร้อมแคปชั่นและแฮชแท็กที่ทำหลายคนติดใจว่า "สำหรับนักดำน้ำคนที่รักทะเลกระเบนเป็นสัตว์ชนิดนึงที่สวยงามและใกล้จะสูญพันธุ์ ทุกอย่างเคยมีเยอะจนกระทั่งมนุษย์เลือกที่จะกินสิ่งมีชีวิตเกือบทุกอย่าง (หมู เห็ด เป็ด ไก่ ก็น่าจะพอแล้ว) #อยากแปลกไม่เเดกคนละครับ บางชนิดเราก็ยังหากินกันได้ถ้ามันมีเยอะถ้ากระกระเบนมันล้นโลกก็จับมากินกันเถอะครับเพื่อรักษาสมดุล" ซึ่งมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นมากมาย อีกทั้งยังมีกระแสตีกลับมาถึงตัวหนุ่มปั้นจั่นเองที่ค่อนข้างแรงอีกด้วย

เรื่องดราม่าปลากระเบน?
“ก็ที่จริงตอบไปแล้วนะครับ จริงๆที่โพสต์ไปไม่ได้มีเจตนาที่จะไปดิสเครดิตใคร จริงๆเป็นคนรักธรรมชาติชอบเที่ยว ตอนพูดไปก็ไม่ได้คิดว่าอยู่ค่ายไหน ช่องไหนด้วย แต่ว่าคำพูดของผมมันอาจจะค่อนข้างรุนแรง ก็คือใครได้ยิน สำหรับแฟนๆของทางรายการ ของช่องก็อาจจะไม่ชอบ ครั้งที่แล้วบอกไปแล้วว่าไม่รู้จริงๆว่าอยู่ช่องไหน เพราะว่าผมเองผมดูในยูทูป มันจะไม่มีโลโก้ช่อง ผมไม่รู้จริงๆ เพราะว่าผมไม่ได้ดูทีวี แต่ว่าตอนนี้ทราบแล้วแหละ ก็ต้องขอโทษด้วย ครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนอีกครั้งหนึ่งของผม ก็เป็นเรื่องเซนซิทีฟ เราเขียนแฮชแท็ก ก็พูดตรงๆว่าคิดน้อย ไม่ได้คำนึงว่าจะไปกระทบใครจริงๆ เจตนาเรายิงตรงถึงการอนุรักษ์มากกว่า ที่อยากจะให้ช่วยกัน ที่จริงก็ไม่มีอะไรแล้วครับ ก็ขอโทษไปหมดแล้ว”

ตอนนั้นเราใช้อารมณ์ใช่ไหม?
“ที่จริงมันไม่ได้ใช้อารมณ์โกรธหรืออะไรนะครับตอนโพสต์ แต่ตอนโพสต์ไปมันก็แค่แบบสงสารสัตว์ครับ”

ฟีดแบคตีกลับมาค่อนข้างแรง?
“แรงครับ แต่ว่าผมว่าผมก็ออกมาพูดแล้วก็ขอโทษแล้ว ที่จริงมันเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ เพราะว่าเราโพสต์ไป แล้วเราก็เป็นคนสาธารณะ คือผมเองถ้าผมเป็นแฟนคลับหรือแฟนๆรายการใดรายการหนึ่ง แล้วเราชอบมากๆ มันก็อาจจะมีเอฟเฟคกับตัวเรา แต่ว่าไม่อยากจะให้ไปมองในเรื่องของเป็นการแข่งขันของทางช่อง เพราะว่าตัวผมเองก็ทำงานร่วมได้กับทุกช่อง แล้วทุกช่องจริงๆแล้วก็เป็นพันธมิตรกันหมดเวลาเราทำโครงการอะไรดีๆร่วมกัน มันก็ผนึกกำลังกันได้ ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นช่องไหน เพราะว่าทุกคนก็ทำหน้าที่ ทำงานของตัวเองไป ผลิตผลงานดีๆให้กับประชาชนได้ดู”

น้อยใจไหม คนอื่นก็โพสต์แบบเรา แต่ไม่มีฟีดแบคอะไรขนาดนี้?
“จริงๆหลังจากวันนั้นช่วงแรกมันมีบ้าง แต่ผมเองก็ตกผลึกในเรื่องของความคิดมาแล้ว ซึ่งผมรู้สึกว่าใจเขาใจเรา มันไม่มีใครหรอกที่จะเห็นตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมว่าผมเข้าใจทุกอย่าง มันเหมือนเวลาเราเลือกของ อย่างที่บอกมันไม่ใครชอบของชิ้นเดียวกันทั้งหมด ผมเองก็สำหรับใครที่ติ ที่ว่า ผมก็เข้าใจแล้วก็ขอโทษด้วย”

หลังจากนี้ต้องระมัดระวังมากขึ้นไหม เวลาจะโพสต์อะไร?
“เอ่อ...ผมก็ที่จริงระวังมาโดยตลอด เรื่องโซเชียลเป็นเรื่องที่เซนซิทีฟ ผมคิดว่าการเมืองเราก็พูดไม่ได้ เพราะมันเซนซิทีฟ แต่ว่าเรื่องสัตว์ เราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ทุกคนน่าจะเห็นด้วยนะ ในการที่จะช่วยกันรณรงค์ แต่ว่า ณ วันนี้ก็รู้แล้วว่าคนเรามีความคิดหลายแบบ แล้วสิ่งที่จะตามมา มันไม่ได้กระทบแค่เรื่องของสัตว์อย่างเดียว มันกระทบเรื่องของรายการ เรื่องของเรตติ้งของช่อง ถึงแม้เราจะโพสต์ไปแล้วเราไม่ได้คิดก็ตามว่ามันจะกระทบ แต่ว่าด้วยความไตร่ตรองแล้ว อาจจะไตร่ตรองไม่มากพอ แล้วพอมันไปกระทบ มันก็กระทบจิตใจคนที่เขารักเขาชอบอยู่ ซึ่งอันนั้นผมเองก็เข้าใจ”

กับ ป๊อก ปิยธิดา ได้เคลียร์กันไหม?
“ที่จริงกับพี่ป๊อกไม่ได้เคลียร์ครับ ผมว่าสำหรับทางผู้ใหญ่ทางฝั่งนั้นก็ตอบไปหมดแล้วในวันนั้น ว่าผมก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้รู้สึกว่าผมพาดพิง แต่ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะไปทำลายชื่อเสียงหรือว่าไปกระทบกับผู้ทรงคุณวุฒิ หรือว่าผู้ร่วมแข่งขันในรายการ ผมพูดตรงๆว่าผมก็ดูรายการ แต่ว่าผมไม่รู้จริงๆว่าอยู่ช่องไหน ผมดูยูทูป”

รู้สึกอย่างไรบ้างตอนที่กระแสตีกลับมา แล้วขุดเรื่องต่างๆของเรา?
“ก็ที่จริงก็ค่อนข้างงง สับสนมาก ก็น้อยใจแหละ แต่ว่าผมก็เข้าใจนะ แล้วก็ตัวผมเอง คนที่มาเม้นมาอะไรก็โดนผลกระทบไปด้วย ซึ่งอันนั้นผมไม่พูดถึงแล้วกัน เพราะตัวผมเอง ผมก็เคยกิน เคยทานหูฉลามที่เขาโพสต์ว่าผมมา แต่ ณ วันนี้ผมเลิกแล้ว ส่วนรายการที่ผมทำ มันก็เป็นรายการที่ทางนั้นเขาปรุงมาอยู่แล้ว อาหารญี่ปุ่น ผมเป็นแค่ผู้ดำเนินรายการ ก็พรีเซนต์ออกไป มันเป็นอีกหนึ่งงาน แต่ว่าในเรื่องของการรณรงค์ ในเรื่องของความรักธรรมชาติ ผมเองผมก็แอคทีฟเต็มที่ ในทุกๆเรื่อง ถ้าเกิดหลายคนได้ติดตามผม ทั้งเรื่องเสือดำ เรื่องอะไรก็แล้วแต่ บางคนอาจจะไม่เห็นก็ตาม ก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ก็รู้สึกว่าถ้าจะแอคทีฟอะไรก็แล้วแต่ ก็แอคทีฟในพื้นที่ของตัวเอง ที่ไม่ส่งผลกระทบ แล้วก็เลือกที่จะทำมากกว่า คือเราคิดอยู่อย่างเดียวว่าเราเป็นแค่กระบอกเสียง เราก็คิดว่ามันจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ อยากจะทำให้ชื่อเสียงของเรามันเดินหน้า แล้วก็ใช้ประสิทธิภาพให้เต็มที่ในการทำความดี แต่ว่า ณ วันนี้ในโลกที่มันเปลี่ยนไปหลายมุมมอง มันก็ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น ผมเองก็คงเลือกที่จะช่วยในวิธีอื่น ในที่ไม่กระทบคนอื่น แล้วก็ไม่กระทบกับตัวเราเองแล้วก็คนรอบข้าง”

ล่าสุด ต๊ะ วริษฐ์ บอกว่าถ้าจะจีบ ฐิสา ต้องผ่านด่านเขาไปก่อน?
“ครับ ก็เหมือนต้องผ่านทุกคนนะครับ “

เหมือนเขาจะเป็นห่วงฐิสา?
“ผมก็เป็นห่วงครับ ที่จริงนั่นแหละครับ ค่อยๆเรียนรู้กันไป ก็รู้จักกันแล้วก็ค่อยๆเรียนรู้กันไป ก็ศึกษากันไป ก็ไม่ได้มีจำกัดความว่าจะต้องอะไรยังไง เพราะว่าผมก็เพิ่งเรียนรู้ เพิ่งรู้จักกับน้องเขา ก็นั่นแหละครับ ผ่านทางพี่ต๊ะ พี่แอนทแก๊งเขา”

พร้อมไหมต้องฝ่าด่านหลายคนเลย?
“พร้อมครับ ผมว่าการที่เรารู้จักคนคนหนึ่งแล้วทำให้เราเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ผมเองก็ไม่ใช่อายุน้อยๆแล้ว ที่จริงๆหลายๆคนก็เป็นห่วงนะครับว่าช่วงแรกหรือเปล่า ก็อยากให้ดูต่อไป”

ถ้าเขาให้ระยะเวลาที่นานกว่านี้ 2-3 ปี?
“ผมว่ามันไม่มีกำหนดนะครับ บางทีมันถึงเวลามันอาจจะใช้หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ครับ ซึ่งความคาดหวังของผมมันคงมี ถ้ามันผิดหวังก็คงไม่ใช่เรื่องของความผิดหรือว่าโกรธใคร เพราะว่าเราก็ไม่ได้รู้จักเขามาตั้งแต่แรก ณ วันนี้ได้รู้จักกัน ผมถือว่าเราโชคดีแล้ว”


เขาเปลี่ยนเราไปในทางที่ดีอย่างไร?
“ไม่เจาะได้ไหมครับ ก็คือไม่หรอก ผมว่าบางทีคนเรามันก็สว่างในช่วงเวลาสั้นๆ บางทีเราก็เปลี่ยนตัวเองในอายุที่มันถึง บางทีเมื่อวานเราเป็นแบบนี้อยู่เลย แต่วันนี้ตัดสินใจแล้วตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกเดินทางแบบนี้นะ เหมือนข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้น เหมือนเรื่องดราม่าปลากระเบน ที่จริงผมว่ามันเป็นความโชคร้ายในความโชคดีของตัวผมเอง ผมอาจจะโดนแฟนๆหรือหลายคนอคติไปแล้ว ไม่ชอบผม ด่าผม หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผมว่ามันเป็นสิ่งสำคัญในการที่ผมจะดำเนินชีวิตได้อย่างรอบคอบมากขึ้น มีสติมากขึ้น แล้วก็พูดตรงๆมันคิดหลายอย่างว่าทำไมโลกเรามันเป็นแบบนี้ ผมก็พูดตรงๆว่าผมใช้ธรรมะในการบอกตัวเองมากขึ้นด้วยซ้ำว่าเราจะต้องเดินทางแบบไหน”

ไลฟ์สไตล์ของเรากับฐิวาก็ตรงกันไหม ชอบดำน้ำ รักธรรมชาติเหมือนกัน?
“ที่จริงผมว่ามันเป็นเบสิกสำหรับคนที่ใช้ชีวิตง่ายๆ ชอบเที่ยว ชอบดำน้ำ รักสัตว์”

อย่างต๊ะ เขาบอกว่าดำน้ำไม่เป็นก็ยังจะไปด้วย?
“อ๋อ พี่ต๊ะหรอครับ แกก็คงต้องไปครับ เพราะว่าถ้าแกไม่ไป ผมก็คงจะอดไป (หัวเราะ) แต่ยังไม่รู้ คือมันยังไม่มีทริปอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นครับ เพราะว่าทุกคนก็งานยุ่งครับ”

เรียกว่าเดินหน้าจีบเลยใช่ไหม?
“คือทุกคนคิดว่าผมออกตัวแรง ตัวปั้นจั่นเองเป็นคนพูดค่อนข้างชัดเจนไง แต่ก่อนคือที่ไม่พูด เพราะว่าอีกคนหนึ่งไม่ชอบให้พูด เราก็เลือกที่จะพูดกลางๆ เพราะเราเข้าใจว่าเวลาพี่ๆมาถามก็ต้องมีอะไรกลับไปบ้าง แต่ว่าตอนนี้คือ มันคือนิสัยผมเป็นคนพูดชัดเจน พูดตรงๆ แต่ว่าอาจจะไม่ตรงในทุกเรื่องแล้วเพราะว่ากลัว”

แสดงว่าช่วงนี้ไปไหนมีคนคุมตลอด?
“มันไม่ใช่คุมหรอกครับ แต่ว่าด้วยความที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วผมได้รู้จักน้องเขา แล้วการที่ไปกันเป็นกลุ่ม ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดี จากภาพของตัวน้องเองด้วย ตัวปั้นจั่นเองด้วย ปั้นจั่นทำอะไรในที่แจ้งไม่ได้ทำในที่ลับ คุยอะไรก็คุยตรงๆ ไปกับพี่กลุ่มใหญ่ ผมว่าสิ่งที่ผมห่วงที่สุดคือคนจะมองน้องไม่ดี เพราะตัวผมเองใครก็ชอบว่าผมแบดบอย”

แต่เราไม่แบดบอยใช่ไหม?
“ก็แล้วแต่มุมมอง”

รักจริงหวังแต่งเลยไหม?
“ก็แล้วแต่มุมมองครับ (ยิ้ม)”



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: