ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

ไมค์ พิรัชต์ เปิดใจหลังโกอินเตอร์ฮอลลีวูด เผย จุก หลัง แม็กซ์เวล ขอไม่อยากให้ทำงาน

 

นานๆจะกลับมาเมืองไทยสักที หลังจากไปลุบงานที่ประเทศจีนมาพักใหญ่ สำหรับหนุ่มไมค์ พิรัชต์ และตอนนี้ก็เรียกว่าโกอินเตอร์ไปอีกขั้นเมื่อได้มีโอกาสไปร่วมงานกับฮอลลีวูดกระทบไหล่ดาราดังระดับโลก ล่าสุดได้มีโอกาสเจอทางหนุ่มไมค์ จึงได้พูดคุยถึงชีวิตการทำงานทั้งในจีนและฮอลลีวูด รวมถึงแพลนงานที่เมืองไทย ที่แฟนๆนั้นเรียกร้องเพราะคิดถึง

อันนี้ไปทำงานทั้งที่จีนแล้วก็ฮอลลีวูด?                                                                                                                                                                                                        “จริงๆเพิ่งปิดกล้องเรื่อง The Misfits ไปถ่ายของฮอลลีวู้ดมาแล้วก็ไปประเทศจีนมา แล้วก็เพิ่งกลับมา”

เป็นยังไงบ้างประสบการณ์ที่ประกบเพียร์ซบรอสแนน?
“วันแรกก็ตื่นเต้นนะ เหมือนแบบเป็นเด็กใหม่ในวงการเลย คือเจอเขาแล้วเหมือนกับว่าเหมือนเวลาที่พวกเราไปพิพิฒภัณฑ์ที่เราเจอรูปโมนาลิซ่าหรืออะไรอย่างนั้น คือเหมือนกับไม่ใช่ความเป็นจริงอะไรอย่างนี้ แล้วเขาเป็นแบบหล่อมาก”

ไมค์ไปทำงานฮอลลีวู้ดได้ยังไง?
“ก็คือตั้งแต่เซ็นต์กับทาง CAA ที่อเมริกาก็มีแคสติ้งเรื่อยๆครับ”

คือเขาก็คัดเลือกเรา?
“ครับใช่”

บทเป็นยังไงบ้าง?
“บทดี โดยส่วนตัวแล้วชอบบทเพราะมีความใกล้เคียงกับตัวเอง เป็นตัวละครที่ชอบเกี่ยวกับพวกเทคโนโลยี แล้วก็ขี้เล่นหน่อยๆ ซีนส่วนใหญ่จะประกบกับเพีร์ซบรอสแนนค่อนข้างเยอะ อะไรอย่างนี้”

การทำงานกับเขาเป็นยังไงบ้าง?
“ก็ดีฮะ คือจริงๆตอนแรกคิดว่าจะเกร็งมากกว่านี้ คือตอนแรกเข้าไปตื่นเต้นถามว่าปกติทุกคนมีลืมบทกันบ้างไหม นู่นนี่นั่น เขาบอกว่าก็ต้องมีแน่นอนอยู่แล้ว เราก็โล่งสบายใจ กวนเราคุยบ่อยๆ เหมือนกับว่ามันจะมีบางซีนที่เราก็คิดบทกันเองด้วย แบบว่าแอดเข้าไปเหมือนเป็นโพรไวซ์อะไรอย่างนี้”

เขารู้ไหมเราเป็นนักแสดงไทย?
“เขารู้ เพราะว่านักแสดงทุกคนจะมีเหมือนกับว่าดีเทล รายละเอียดต่างๆนาๆ เราก็เป็นการแนะนำว่าจะมีนักแสดงใครบ้างในหนังเรื่องนี้”

ปรับการแสดงเยอะไหม?
“การแสดงมีการปรับบ้าง เพราะด้วยความที่เป็นหนังด้วย แล้วเป็นหนังฮอลลีวู้ดการเล่นอะไรเยอะ แล้วมันจะมีคอเมดี้ค่อนข้างเยอะ คอเมดี้ก็จะต่างจากเอเชียหน่อยๆ”

บู๊ไหม เพราะว่าเพียร์ซบรอสแนนขึ้นชื่ออยู่?
“เรื่องนี้ผมไม่บู๊ครับ ไม่ค่อยมีบู๊เท่าไหร่ จะมีบ้างนิดๆหน่อยๆ”

ภาษาอังกฤษไหมเรื่องนี้?
“ภาษาอังกฤษครับ ส่วนใหญ่บทจะเยอะมาก ก็นั่งอ่านเป็นวันๆ”

มีแอบประหม่าไหมประกบคู่กับเพียร์ซ?
“ประหม่าแน่นอนเพราะบางทีก็นั่งเอ๋อเผลอมองเขาอย่างเดียว แล้วก็ลืมบทตัวเอง”

ตอนที่เราเผลอมันต้องเทคมีแอบเกรงใจ เขามีปฏิกิริยายังไงบ้าง?
“เราก็จะเหมือนอึดอัด ไม่ใช่อึดอัด เกร็งๆกดดัน ว่าเราเทคตายแล้วเราจะแย่ไหม”

จริงๆเขาเป็นนักแสดงที่เราชื่นชอบมาตั้งแต่เด็กไหม?
“ใช่ คือเจมส์บอนด์ ทุกๆคนก็ยุคๆเรา เราจะโตมากับเจมส์บอนด์ ถ่ายประมาณ 20 กว่าวัน ไม่นานมาก คาดว่าน่าจะฉาย ตอนนี้เขาอยู่ในขั้นตอนของpost productionคาดว่าน่าจะฉาย อันนี้ไมค์ไม่ค่อยรู้รายละเอียดดีเทล แต่ถ้าพูดถึง post production เสร็จประมาณเดือน 6 ก็น่าจะปลายปีหรือไม่ก็ต้นปีหน้า คาดว่าจะได้เห็นกันในทุกๆโรงภาพยนตร์ทั่วโลกครับผม ที่ไทยด้วยครับ ไทยแน่นอน”

อย่างงานของเมืองจีนกับฮอลลีวู้ดแตกต่างยังไงบ้าง?
“ไม่ค่อยต่างกันครับผม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมมากกว่า”

จริงๆมันเป็นหนังแนวอะไร?
“มันเหมือนเป็นหนังพวกแนวโอเชียนอีเลฟเว่น(Ocean's Eleven)หรืออะไรพวกนั้น ที่มันจะเป็นกลุ่มๆ กลุ่มคนที่ไปปล้นไปอะไร เป็นแนววางแผน ซึ่งผมก็จะเป็นตัววางแผน เป็นตัวเหมือนกับเด็กเนิร์ดในเรื่องอะไรอย่างนี้”

ค่าตัวเห็นบอกว่าแน่นๆเหมือนกัน?
“โอ้ ไม่ๆ ค่าตัวบ้านๆ”

ค่าตัวเอเจนคงเป็นคนจัดการแต่เราพอทราบไหม?
“ไม่ค่อยครับผม อันนี้เป็นเรื่องของเอเจนที่เขาแบบว่าเขาคอยติดต่อหางานนู่นนี่นั่นมากกว่า”

แต่คุ้มค่าหายเหนื่อยใช่ไหม?
“หายเหนื่อยผมว่ามันเป็นเรื่องของผลงานที่มันออกมามากกว่า ว่าถ่ายเสร็จแล้วเราได้ดูฟุตเทดของหนัง เราได้ดูผลงานที่เขาเอาจริงๆ เขาตัดตอนนั้นเลย แล้วเขาตัดเอามาโชว์ให้นักแสดงดู คือเราทุกคน นักแสดงหายเหนื่อย ทุกคนดีใจเพราะมันมีเลี้ยงปิดกล้องแล้วก็เขาก็เหมือนกับว่าเอาที่เขาตัดต่อออกมาให้ดู หน้าตาพอได้อยู่ครับในเรื่อง พอหล่ออยู่เขากล้องถึงแม้จะไม่ค่อยแต่งหน้าเท่าไหร่วันนั้น”

ไมค์ได้ประสบการณ์อะไรในการไปฮอลลีวู้ดครั้งนี้บ้าง?
“ก็การทำงานที่เป็นกองใหญ่มากขึ้น การทำงานร่วมกับนักแสดงตัวใหญ่ๆ คือไม่ใช่มีแค่เพียร์ซบรอสแนนนิค แคนนอนด้วย ก็มีแต่นักแสดงตัวใหญ่ๆที่เขาเคยเล่นสตาร์วอร์ อะไรพวกนี้ทั้งนั้นเลย”

คาดหวังไหมในสายฮอลลีวู้ดเราจะไปได้ไกลขนาดไหน?
“ก็ไม่ได้คาดหวังอะไร คือทุกวันนี้ผมก็ทำงานไปเรื่อยๆแล้วก็ตั้งใจกับมัน คือเราก็มีความฝันเรื่อยๆ ตอนนี้ผมก็ลิสต์ความฝันที่มาถึงจุดนึงแล้ว ก็เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่จะ...เข้าไปในฮอลลีวู้ด”

ดีใจไหมในความที่เป็นคนไทยแล้วก็ได้ร่วมโปรดักชั่น ฮอลลีวู้ด
“ภูมิใจครับ คือขนาดไหนมันก็บอกไม่ได้ แต่คือด้วยความที่เราก็คือเป็นคนไทย แล้วเราก็ได้ไปร่วมงานกับฮอลลีวู้ด ได้ไปทำงานตรงนั้นเราก็เหมือนกับเป็นความภาคภูมิใจของเราในฐานะคนไทย”

อย่างนี้เป้าหมายต่อไปของเราเป็นยังไงบ้าง?
“เป้าหมายต่อไปคือพยายามที่จะเข้าไปให้ลึกขึ้นในตลาดฮอลลีวู้ดด้วย”

มีโปรเจคต่อไปรออยู่แล้ว?
“คือจริงๆก็มีเขาเกริ่นๆกันไว้บ้างหลายๆที่ เพราะว่าพอเราเหมือนกับมีการแถลงข่าวที่อเมริกาว่ามีนักแสดงใหม่เป็นคนเอเซียเป็นเด็กใหม่มาแรงซึ่งเราจริงๆก็ไม่ได้ใหม่เนอะ(หัวเราะ) ใหม่ที่นู่น เรายังหน้าเด็กอยู่ ก็มีโปรเจคใหม่ๆที่เขาติดต่อเข้ามา มีมาคุยอะไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ในอนาคตว่าเราจะไปในทิศทางไหนต่อไป”

เนื้อหอมเลยทีเดียวฮอตเลย?
“ไม่ฮอตหรอกครับ เพราะว่าก็เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้วครับผม”

จริงๆแพลนงานหลังจากนี้แสดงว่าเทไปทางฮอลลีวูด?
“ไม่ครับ ก็จะบาลานซ์อยู่ครับ เพราะว่าตอนนี้ผมก็ค่อนข้างจะโฟกัสงานที่จีน”

งานที่จีนตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ดีครับผมก็มีเรื่อยๆ จริงๆอีกไม่กี่วันเดี๋ยวผมก็บินไปที่จีน จริงๆเดี๋ยวจะมีบินไปฮ่องกงก่อน ไปรับรางวัลแล้วก็บินไปจีน”

ไมค์จะเอางานที่จีนเป็นหลักก่อนหรือว่ายังไง?
“ขึ้นอยู่กับโปรเจคครับ ก็คือถ้ามันมีโปรเจคที่ดีแล้วก็เป็นโปรเจคที่น่าสนใจ”

ที่จีนเห็นบอกว่าหลายคนยกให้เป็นซุปเปอร์สตาร์เลย?
“โอ้ย ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”

ฮอตมากเหมือนกัน?
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”

แต่งานเราก็คือประมาณกี่เรื่องปีนึง?
“ไม่รู้จะนับยังไง ก็หลายเรื่องอยู่ครับ ตอนนี้ก็น่าจะเล่นไปแล้วประมาณ 10 เรื่อง ไม่แน่ใจเหมือนกัน น่าจะประมาณนี้ครับ”

ก็คือติดใจงานแสดงที่นู่น?
“ครับผม”

ที่เมืองไทยแฟนๆจะถามเยอะเหมือนกันว่าจะมีโอกาสกลับมาไหม?
“ก็ถ้ามีโอกาสก็กลับมาแน่นอน จริงๆอย่างที่วันนี้กลับมาก็ดีใจที่ได้เจอพี่ๆสื่อมวลชน พี่ๆนักข่าวทุกคน ไม่ได้เจอหน้ากันนานเนอะ เพราะไมค์ไปทำงานที่จีน ประมาณ 4 ปีกว่า เราไม่ได้เจอกันปีนึงตั้งแต่แถลงข่าวต้นปีที่แล้ว ไมค์ก็แทบไม่ค่อยได้กลับไทยเลย กลับครั้งนี้มาอยู่ไม่กี่วันหรอกครับ ประมาณ 3-4 วัน ครอบครัวซัพพอร์ตเรื่อยมา ไมค์ก็ซัพพอร์ตครอบครัวด้วยครับผม”

พ่อแม่ภูมิใจเนอะ?
“ครับ ก็นิดหน่อยมั้งครับ(หัวเราะ)”

กลับมาครั้งนี้อยากจะทำอะไรบ้าง?
“กลับมาก็ไปหาแมกซ์มาแล้ว ไปเที่ยว พาไปเล่นอะไรมา จริงๆน่าจะมีถ่ายVlog ตอนนี้กำลังทำVlogของประเทศจีนอยู่ ก็ทำเอง ตัดต่อเอง ตอนนี้ทำเสร็จ EpนึงEp2 กำลังจะออน ก็น่าจะทำประมาณ 10 แล้วก็เดี๋ยวจะมี แพลนไว้ว่าอยากจะทำเกี่ยวกับมวยไทยด้วย เพราะว่าอยากจะเอา Culture เมืองไทยไปเผยแพร่ที่ประเทศจีนให้เขาเห็นด้วย เรื่องมวยไทย เรื่องอะไรอย่างนี้ เป็นไลฟ์สไตล์เราครับผม”

ตัวเราคือดูแลน้องแม็กซ์เวลยังไงบ้าง เพราะมันห่างกัน?
“มีวิดีโอคอลบ้างเป็นบางเวลา ก็อย่างเช่นคนที่บ้านคุณพ่อ คุณแม่หรืออะไรอย่างนี้จะแบบว่าไปดูแลหน่อย โตวันโตคืน แต่ก็ดีครับ ส่วนใหญ่พอเจอเขาจะไม่ค่อยให้กลับเท่าไหร่ เวลาจะกลับเขาก็จะมายืนบังประตูไม่ให้กลับ ก็อยากไปอยู่กับแดดดี้ด้วย ไปจีนได้ไหม”

เรารู้สึกยังไงเห็นลูกห้าม?
“ก็จุก แต่ก็ต้องทำงาน ก็ต้องดูแลครอบครัว ก็จะบอกแดดดี้ไปทำงาน แล้วก็เดี๋ยวจะกลับมา เอาพวกของเล่นมาให้ เขาก็บอกว่าอยากได้หมาสีส้มอะไรอย่างนี้ครับผม”

หมาสีส้ม?
“คงน่าจะเป็นอะไรของเด็กรุ่นใหม่เขาชอบกัน เป็นพวกหมาตำรวจ หมาสีส้ม หมาดับเพลิงอะไรสักอย่างนึง”

จะมีโอกาสอยู่ทั้งโฮลแฟมิลี่ไหม แบบเที่ยวอะไรแบบนี้กันบ้าง?
“ยากครับ เพราะว่าแต่ละคนก็ทำงานครับผมกอล์ฟก็ทำงาน ที่บ้านก็ทำงาน คุณพ่อคุณแม่ก็มีงานเป็นของตัวเอง ก็จะเจอได้เป็นหย่อมๆ เออเจอเป็นรอบๆ บางทีไปเจอคุณพ่อบ้างไปทานข้าว บางทีก็ไปเจอคุณแม่ บางทีเจอพี่น้อง ผมไม่ค่อยเป็นห่วงอะไรมาก นอกจากสุขภาพน้อง ส่วนใหญ่ผมค่อนข้างที่จะคอนเซินสุขภาพเวลา เห้ย เวลาเป็นอะไรไปหาหมอเลย โรคภัยเดี๋ยวนี้ก็ค่อนข้างที่จะน่ากลัว แล้วก็อากาศช่วงนี้ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

ชีวิตครอบครัวตอนนี้คือแฮปปี้ใช่ไหม?
“ครับผม ชีวิตครอบครัวตอนนี้ถือว่าโอเคดีแล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร”

อย่างเรื่องอนาคตวางไว้ยังไงบ้างของน้อง?
“ก็ยังคงต้องคอยคุยกันอยู่ว่าเอายังไงกับอนาคตของแม็กซ์เวล แล้วก็จะเรียนที่ไหนอะไรยังไง คือตอนนี้เขายังอยู่อนุบาลอยู่ ก็ไม่เป็นไร ไม่น่ามีปัญหา”

แต่ก็คุยกับซาร่าเป็นประจำอยู่แล้ว?
“ครับผม ก็มีถามไถ่ ลูกเป็นยังไง ตอนนี้ก็คือซัพพอร์ตปกติครับผม”

เมื่อกี้ที่บอกว่าไปรับรางวัล รางวัลอะไร?
“น่าจะเป็นรางวัล ผมก็จำชื่อไม่ได้ แต่น่าจะเป็นรางวัลประมาณศิลปินอินเตอร์เนชั่นนอล รางวัลยอดนิยม ป๊อปปูล่าอะไรอย่างนี้”

อย่างนี้ไมค์ถือว่าประสบความสำเร็จหรือยัง เพราะก็มีรางวัลการันตี?
“ประสบความสำเร็จในชีวิตหรือยังเหรอครับ ยัง เพราะว่าจริงๆแล้วเนี่ย คือสำหรับผมการประสบความสำเร็จในชีวิตคือการที่เรามีความสุข โดยที่แบบไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกังวลเรื่องใดใดทั้งสิ้น แต่คือตอนนี้มันยังมีเรื่องที่เราต้องกังวล คนที่เราต้องดูแลอยู่ มันก็ทำให้เรา ความสุขมันอาจจะยังไม่ได้ถึงที่สุดอะไรอย่างนั้น อาจจะยังไม่ได้ปล่อยวาง คือสิ่งที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ก็คือมันก็เป็นหน้าที่การงานอย่างหนึ่งที่มันก็ต้องทำและเราก็ชอบมันด้วยมันก็มีทั้งสุขทั้งทุกข์ ก็ไปขึ้นๆลงๆ แล้วแต่ช่วงแล้วแต่วันอย่างนี้”

จริงๆมีผลต่อสุขภาพเราไหมทุกครั้งที่เราป่วย?
“จริงๆก็มีนะครับเพราะว่าช่วงนี้ค่อนข้างที่จะนอนน้อย ก็พักผ่อนน้อยด้วยแต่ว่ามันก็มีหลายอย่างที่เราต้องแฮนเดอร์ต้องทำ ตอนนี้เราก็เหมือนเครื่องกำลังจะขึ้น เราก็ต้องใส่พลังกับมันให้เต็มที่ แล้วก็ต้องโฟกัสให้ถูกจุด”

ตอนนี้แข็งแรงดี?
“ตอนนี้ก็แข็งแรงดี ไม่ได้เจ็บไม่ได้ป่วย จะคอยไปเช็คร่างกายอยู่เรื่อยๆ เพราะเราก็อายุจะ 30 แล้วครับ”

คิดถึงแฟนๆไหม ฝากถึงแฟนๆคนไทยหน่อย?
“ก็อยากจะฝากถึงแฟนๆคนไทย ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัวเองด้วย ไม่ได้เจอกันนาน ไว้ว่างๆจะกลับมา หวังว่าจะมีผลงานที่นี่ด้วยให้ทุกคนได้ดูกัน แต่ว่าตอนนี้ถ้าทุกคนคิดถึงก็ดูผลงานที่ไมค์เล่นที่จีนไปก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เห็นจะมีมาออนในไทยด้วย แล้วก็อย่าลืมหนังเรื่องแรกของไมค์ เรื่อง The Misfits ผมก็พยายามมากแล้วก็ตั้งใจมาก อย่างไรก็ฝากติดตามกันด้วยครับ”

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: