ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

ก้อง ห้วยไร่ ขอโทษยอมรับโกหกทุกเรื่อง เจ้าชู้ คบซ้อน

ก้อง ห้วยไร่ ขอโทษยอมรับโกหกทุกเรื่อง เจ้าชู้ คบซ้อน

     นักร้องลูกทุ่ง ก้อง ห้วยไร่ เปิดใจหมดเปลือกปมดราม่ารักซ้อน ซุกลุก จนกลายเป็นประเด็นที่คนให้ความสนใจเป็นอย่างมากก่อนหน้านี้ รวมถึงปมอดีตภรรยาเก่า แฟนเก่า ที่ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ต่างๆที่เกิดขึ้นด้วย โดยงานนี้หนุ่มก้อง ออกมาขอโทษ พร้อมยอมรับ โกหก เจ้า ชู้ คบซ้อน ใช้ชีวิตคึกคะนองในช่วงวัยรุ่น

“มันเป็นความผิดของตัวเราเอง เพราะผมก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำไว้ เจตนาคือเห็นแก่ตัวมาก กลัวว่าความนิยมที่เราเคยได้รับมันจะหายไปหรือเปล่า มันเป็นความคิดของเด็กบ้านนอกแล้วมีโอกาสได้มาอยู่ตรงนี้ มันก็เลยคิดไปต่างๆ นานาให้ตัวเองรอด แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องที่ทำลายความรู้สึกพี่น้องแฟนเพลง ผมต้องขอโทษ(ยกมือไหว้) ทุกๆ คนนะครับ แล้วก็มีพี่สื่อหนึ่งคือไนน์เอ็นเตอร์เทน พี่เขาพยายามถามผมตลอดว่า มีภรรยาหรือยัง มีลูกจริงไหม ผมก็โกหกเขามาตลอดเพราะเจตนาเหมือนเดิม เพราะคิดว่าฉันจะปกปิดมันเป็นความเห็นแก่ตัว ผมต้องขอโทษจริงๆ นะครับ ขอโทษด้วย ถ้าผมจะเล่าต่อให้มันจบความสงสัยไปเลย ก็ตั้งแต่มีข่าวว่าผมกับคุณเอ๋คบหากันก่อนจะมีชื่อเสียง แล้วผมก็ได้ไปคบกับคุณเบลขณะที่ผมคบกับคุณเอ๋อยู่ ซึ่งเรื่องนี้ชาวเน็ตก็พยายามถามว่าคบซ้อนไหม ผมคบซ้อนครับ ผมก็ต้องขอโทษเอ๋ด้วยนะครับ ผมทำร้ายจิตใจเอ๋ทำให้เอ๋ต้องผิดหวังเสียใจ แต่ก็พูดด้วยความจริงว่า ผมขอโทษ ผมเลือกที่จะรักเบล แล้วผมก็กลับกลายเป็นพร้อมที่จะแต่งงานกับเบล”

“คือตอนนั้นเบลยังไม่รู้ หลังจากเริ่มคุยได้สักพักเพราะผมไม่เคยเปิดตัวเอ๋เลย แล้วหลายคนก็ถามเข้ามาว่า ผมโกหกใช่ไหม ที่บอกว่าโดนเมียทิ้งแล้วแต่งเพลง ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน ซึ่งจริงๆ มันเกิดจากภรรยาที่ผมมีบุตรด้วยกันสองคน แล้วก็หย่าร้างกัน อันนี้คือไม่มีอะไรนะครับ จนผมมาทำงานที่นิติพลคลินิก แล้วก็ได้รักกันกับผู้หญิงที่ทำงานที่นั่น แล้วก็ตั้งความหวังว่าจะสร้างชีวิตครอบครัว เรื่องราวมันเกิดขึ้นเร็วมาก มันเป็นช่วงวัยรุ่นคึกคะนอง ก็คิดว่าตัวเองเจ๋ง อีกอย่างผมก็ไม่เคยคิดเลยว่าอนาคตข้างหน้าผมจะเป็น ก้อง ห้วยไร่ ตอนนั้นคะนองมากก็สนุกสนานเจ้าชู้ หลังจากจดทะเบียนหย่ากับภรรยาคนแรกก็มีแฟนใหม่ พอมีแฟนใหม่เสร็จปั๊บ เขาก็บอกเลิก กลับกลายเป็นความเจ็บปวดที่เราเคยทำกับภรรยาเก่า แล้วก็มาโดนกับตัวเราเองก็เลยเขียนเพลงขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ปิดบังก็ต้องขอโทษอีกนะครับ สาวนิติพลคือคนที่ทำให้ผมแต่งเพลง ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน บางคนเอาไปโยงว่า คุณเป็นคนทิ้งเอ๋มาคบกับเบล แล้วทำไมคุณถึงโกหกแฟนเพลงว่าคุณแต่งเพลงเพราะอกหัก นี่ก็คือที่มาที่ไป”

พอเบลรู้เรื่อง แล้วเขาว่าอย่างไร?

“มันรักกันไปแล้ว ผมกับเบลยอมรับผิดทุกอย่าง ขอโทษเอ๋ด้วยที่ไม่ได้คุยกันตั้งแต่วันที่ตัดสินใจเลิก เพราะว่าผมกับเอ๋ได้หมั้นกัน โดยเป็นพิธีของอีสาน ก็คือผูกข้อต่อแขนยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน”

เอ๋เองก็ออกมาชี้แจงประเด็นเรื่องทรัพย์สินด้วย?

“ผมว่ามันเป็นการเชื่อมโยงที่ไม่ใช่ตัวเราพูด แล้วเขารู้สึกว่าเขาถูกทำร้าย ถ้าผมเป็นเขาผมก็จะออกมาพูดว่าทุกคนออกมาด้วยความเจ็บปวด เอ๋ออกไปด้วยความเจ็บปวด แล้วทำไมจะต้องไปตอกย้ำเขาอีก ซึ่งที่เอ๋พูดเป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ ยังไม่ได้คุยกับเอ๋ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจแยกทางกัน ด้วยความที่เป็นคู่หมั้นแล้วแยกทางกัน ผมเป็นคนผิดสัญญาหมั้น เพราะผมเป็นคนเลิกเงินที่หมั้นหมายผมก็ให้เอ๋ไป โดยที่ไม่ได้ทวงคืน ซึ่งมันก็เป็นส่วนตรงนั้นไป แต่ส่วนที่เอ๋ออกมาพูดก็คือรายได้จากการทำงานของผม ซึ่งผมก็บอกว่าเอางี้นะเอ๋นะ ถึงไม่สามารถจะใช้คำว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข เพราะตอนนั้นผมเป็นเน็ตไอดอลแล้ว มีคนรู้จักจากการดีดกีตาร์ลงเฟซบุ๊ก จากเพลง ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน จนพี่กบเอามาทำเป็นเพลงแล้ว แต่เราก็อยู่ในฐานะคู่หมั้นกัน เงินที่เราหาได้ทุกบาททุกสตางค์ เราแบ่งกันคนละครึ่งได้ไหม ตัวผมเองผมก็ต้องใช้ชีวิตต่อ ผมก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ผมต้องให้เงินเดือนพ่อแม่พี่สาวและหลานๆ ที่ผมเคยพูดไปครับ ก็เลยขอเอ๋มา ซึ่งเป็นเงิน 1.8 ล้านบาท ก็แบ่งกันได้คนละ 9 แสน ณ ตอนนั้นครับ”

ตอนนี้เราได้เคลียร์ใจกันไหม?

“ยังไม่เคลียร์ใจ เพราะกลัวว่าเขาจะไปรับข้อมูลว่าเราอยากทำร้ายเขา เราทำร้ายเขาไปมากแล้ว คือการยิ่งพูดถึงเขาก็ทำร้ายเขาไปอีก ก็ได้แต่ฝากพี่ๆสื่อมวลชนไปเพื่อความสบายใจของผมด้วย และก็ของภรรยาของผมคือน้องเบล เราไม่คุยกันเรื่องเก่าๆ ดีกว่าเนอะ เราก็ขอปิดการติดต่อทุกช่องทางของผมกับเอ๋ ก็เลยไม่ได้คุยกันโดยตรง ก็ให้มันจบไปครับ”

เรื่องราวเราจบไม่สวย?

“จบไม่สวย เพราะว่าผมเป็นคนที่คบซ้อนครับ ผมเป็นคนคบซ้อนแล้วก็ทำให้เขาต้องเสียใจ ซึ่งตอนนั้นเหมือนผมเคยบอกกับสื่อว่า ผมแอบชอบเบลมานานมาก ความรักของผมกับเอ๋เกิดขึ้นเร็วมาก แล้วก็ตัดสินใจหมั้นกันเลย โดยไม่รู้ว่าตกลงเราหมั้นกันจริงไหม ซึ่งสุดท้ายแล้วเอ๋ก็เป็นคนดี แต่ผมกลับไม่เลือกเขาทั้งที่หมั้นกันแล้ว มันก็ทำให้เขาต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ทุกสิ่งทุกอย่างมันกระทบตัวผมร้อยเปอร์เซ็นต์ มันเกิดขึ้นแล้วผมต้องรับมันให้ได้”

เบลเขารู้สึกเสียใจกับเรื่องตรงนี้ไหม?

“ความรู้สึกผู้หญิงเหมือนกันครับ ผมถามเขาว่า เอาตรงๆ เลยนะเบล ถ้าได้พูดกับเอ๋โดยที่ไม่ต้องผ่านใคร เพราะการพูดมันเหมือนการแปลงสาร ถ้าเราฝากคนนี้ไป เขาก็ไปตีความอีกทีหนึ่ง ถ้ามีโอกาสจริงๆ ก็อยากให้เขาได้คุยกัน แล้วก็ให้เบลขอโทษเอ๋ ผมกับน้องไข่เจียวก็อยากไปขอโทษเอ๋ว่า ถ้าไม่เลิกกันวันนั้น ถ้าไม่มีเรื่องราวร้ายๆ กันวันนั้น วันนี้ฉันมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ผมก็ต้องขอโทษความรู้สึกของแฟนเพลงของเอ๋ ญาติของเอ๋ แล้วก็ทุกคนที่เข้าใจความรู้สึกที่ผมโพสต์รูปลูกเมียบ่อยๆ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ มันอาจจะเป็นความสุขของผม แต่ผมก็ลืมมองไปว่า ความสุขของผมมันอาจจะไปทำร้ายจิตใจคนอื่นด้วยครับ”

“แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ก็อยากจะบอกผ่านสื่อ ก็คือเรื่องของลูกอีก 2 คน ก็มีคนเข้ามาถามว่าทำไมรักลูกไม่เท่ากันเหรอ ทำไมไม่โพสต์รูปลูกทั้ง 2 คนแรก ที่ 10 ขวบ กับ 11 ขวบ ไล่เลี่ยกัน เขากำลังอยู่ในวัยที่เพื่อนๆ กำลังล้อ วันนั้นที่ผมเปิดตัวน้องไข่เจียว เขาก็ไม่ได้ตามข่าว แล้วเขาไปโรงเรียน เพื่อนก็ทักว่าปิ๊งโกหก เพราะว่าผมได้เลิกลากับภรรยาเก่าตั้งแต่ลูก 6 ขวบ"

กลัวลูกจะเป็นปมไหม?

“คุยกับเขาตลอดครับ ปิ๊ง ปลื้ม เขาจะมาหากันครับ จะวิดิโอคอลครับ ลูกๆ เข้าใจครับ แต่สิ่งที่ผมไม่เอารูปลูกมาโพสต์เพราะว่า ความไม่สบายใจของลูกผม เขารู้สึกไม่โอเคที่เวลาโดนเพื่อนล้อว่าถ้าพ่อก้องเป็นพ่อมึงจริงๆ ทำไมไม่มาหาปิ๊งกับปลื้มบ้าง เพราะผมได้เลิกรากันไปแล้ว และให้เกียรติภรรยาเดิมที่จดทะเบียนสมรสกันครั้งแรกนะครับ เพราะวันที่จดทะเบียนสมรสมันต้องมีการเซ็นว่า ใครเป็นคนดูแลบุตร เขาเป็นคนดูแลลูกตั้งแต่เล็กจนโต แต่พอวันนึงที่ออกสื่อปุ๊ปแล้วผมไปโพสต์อวดลูก 2 คนทั้งที่ผมไม่ได้เลี้ยงเขา เขาก็ไม่มีความสุข ซึ่งตอนนี้ที่เป็นข่าววันนั้น ผมกับปิ๊งปลื้มยังไม่ได้คุยกันเลย เขาบล็อคข้อความผม แต่เขาไม่ได้โกรธผมนะ เขาบอกกลัวแม่ด่า”

จริงๆเรามีการส่งเสียเลี้ยงดูยังไง?

“ก่อนที่จะเป็นก้อง ห้วยไร่ ไม่ได้มีการส่งเสียเลี้ยงดู เพราะผมก็ยังเอาตัวเองไม่รอด เลิกรากันไปผมก็ไปทำงานก่อสร้าง ไปแจกใบปลิวที่นิติพลคลินิกก็ยังไม่มีการส่งเสีย จนเริ่มเป็นก้อง ห้วยไร่ แล้วมีงานคอนเสิร์ตที่เรณูนคร ซึ่งมันใกล้กับบ้านเขา ผมเลยคุยกับผู้จัดการว่าผมอยากไป ผู้จัดการก็ถามว่าถ้าไปพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเขารับก้องได้ไหม เพราะก้องทิ้งเขามา 5-6 ปีแล้ว อยู่ดีๆจะไปจะเป็นยังไง ผมขอเสี่ยงก็เลยไป ลูกกอดผมร้องไห้ ซึ่งตอนนั้นได้บันทึกเพลงแล้นะครับ แต่ว่ายังไม่ได้มีเงินอะไรมากมาย ผมก็ส่งให้เดือนละ 1 หมื่นบาท โดยที่พ่อตาเดิมท่านเป็นคนดีมากก็เปิดบัญชีให้ลูกผมอายุ 18 ปีก่อนค่อยเบิกได้ ลูกจะไปโรงเรียนอยากได้รองเท้าฟุตบอล อยากได้คอมพิวเตอร์ อยากได้อุปกรณ์การเรียน อยากได้โทรศัพท์มือถือ ก็ให้เขาตั้งใจเรียน ถ้าเกิดว่าสอบได้ที่ 1 ก็จะซื้อให้ ทุกวันนี้ก็ยังเหมือนเดิมทุกเดือนครับ ก็มีช่วงนี้ที่บอกลูกว่าพ่อซื้อรถตู้ใหม่ ใช้เงินเยอะมาก ขอสัก 2-3 เดือนนะ ก่อนเปิดเทอม ไม่เป็นตัวเงิน แล้วเดี๋ยวจะพาลูกไปเที่ยว แล้วเดือนนี้ก็พาไปซื้อกระเป๋า รองเท้าวิ่ง แม่เขาชอบวิ่งเป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติ ถามว่าเข้าใจไหม ตั้งแต่เลิกรากันไม่ได้คุยกันเลย เขาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เขาสามารถเลี้ยงลูกๆ ได้ ประมาณว่าฉันเลี้ยงขนาดนี้แล้วไม่ต้องมาเลี้ยงหรอก แต่ว่าก็ไปขอเขาขอทำหน้าที่หน่อย ตอนนี้มีรายได้แล้ว เพราะลำพังตัวผมเองยังเอาตัวไม่รอดเลยครับ”

ปัจจุบันกับภรรยาคนเก่าตกลงกันด้วยดี?

“ปกติครับ เพราะไปเซ็นหย่าถ้าทะเลาะกันเจ้าทะเบียนเขาไม่ให้เซ็น ถ้าพูดไปก็ให้เป็นสตอรี่ที่นี่นะครับ ผมกับภรรยาเก่าเป็นนักกีฬา เราไปแอบมีอะไรกันแล้วตั้งท้อง พอท้อง วัยรุ่นก็จะเอาลูกไปทำแท้ง เขาก็ไม่สามารถบอกครอบครัวเขาได้ เพราะเขาเรียนปริญญาโทอยู่ แล้วก็เป็นนักกีฬาทีมชาติด้วย ผมก็เลยเอางี้ ปกปิดพ่อแม่คุณนะว่าติดซ้อม ในขณะที่ท้องโตให้คลอด ผมรับลูกของผมมาเลี้ยงคนเดียวปีครึ่งครับ ภรรยาเก่าไม่ได้มาเลี้ยงช่วยนะครับ ตอนนั้นอายุ 21-22 กำลังคะนองเลยครับ ซึ่งเพื่อนๆ ที่เรียนอยู่รามคำแหงจะรู้ว่าผมจะอุ้มลูกไปเรียนหนังสือด้วย อุ้มลูกไปดีดกีต้าร์ร้องเพลงด้วย อย่างลูกคนที่สองเกิดจากการมาหากันแล้วก็ท้องอีกครับ เขาก็ไม่ไหวแล้ว ถ้าท้องอย่างนี้อีกจะปิดก็ปิดไม่อยู่แล้วแหละ เพราะว่าตอนนี้เขาเป็นอาจารย์มหาลัยแล้ว เขาไม่สามารถหลบได้ พอท้องอีกผมก็เลยขอเบอร์พ่อของภรรยาเก่า โทรไปบอกกับพ่อ ผมทำลูกพ่อท้อง ลูกคนหนึ่งอายุขวบกว่า และอีกคนในท้องอีก 4 เดือน พ่อเขาตกใจเพราะอนาคตลูกเขากำลังไปได้ดี พ่อเขาก็บอกเอาอย่างนี้แล้วกันกลับบ้าน น้องปิ๊งลูกคนแรกกินอะไรตั้งปีกว่า ที่ครอบครัวฝั่งนั้นไม่รู้เรื่องเลย ผมก็เลี้ยงตามอัตภาพของผมนี่แหละ เขาก็บอกให้มาทำให้ถูกต้องมาแต่งงานกัน ก็เลยแต่งงานจดทะเบียนสมรสกัน อยู่ด้วยกันได้ไม่กี่เดือนก็เลิกรากันไปด้วยความที่เขาต้องไปทำงานแล้วผมอยู่บ้านอย่างเดียวเลี้ยงลูก ตัดสินใจเลิกกันเพราะลูกโตแล้วและครอบครัวเขาโอเคครับ”

ช่วงเวลาที่เราเป็นก้อง ห้วยไร่ ที่เราต้องปกปิด มันอึดอัดไหม?

“ อึดอัดครับ ไม่อยากโกหกเลย ทุกๆเรื่องๆ ตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาเป็นนักร้อง ถูกกล่าวหาว่าไปโกงเงินเขา หาว่าไปเป็นผัวอยู่ต่างประเทศ ถูกทำร้าย แต่พยายามคิดว่าถ้าเราไปสู้ แล้วเรากลับไปอยู่จุดเดิมหล่ะ ต้องไปแจกใบปลิวเหมือนเดิม ก้เลยนิ่งดีกว่า ที่ตัดสินใจโพสต์เพราะว่าถ้อยคำที่เขาใช้โพสต์มันรุนแรงมาก เขาด่าแม่ผมว่าเป็นโสเภณี ชาวเน็ตด้วยและตัวของเขาด้วยเพื่อต้องการอยากให้ผมไปตอบโต้อะไรบ้าง ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่อยู่ต่างประเทศครับ มันมีคดีความกันแล้วนะครับ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมาว่าเรา ซึ่งใครที่ติดตามข่าวตั้งแต่แรก ไหนๆ ก็เล่ามาแล้ว บางครั้งมันก็ต้องเก็บความอดทนตรงนั้น เราถูกคนโจมตีว่าเป็นครอบครัวที่เลวร้ายมากไปหลอกเมียฝรั่ง เอาเงินเขา 3-4 แสน ซึ่งไม่มีแม้แต่บาทเดียว แล้วเขาก็อัดคลิปด่าเป็นตุเป็นตะ แต่ผมก็เลือกที่จะนิ่งเพราะคิดว่าสักวันหนึ่งผมคงมีโอกาสเหมาะๆ ได้พูด จนวันหนึ่งพอมันเป็นคดีความ ผมไปแจ้งความเพราะว่ามันไม่ไหวจริงๆ เขาด่าแรงมาก ข้อหาหมิ่นประมาท สุดท้ายเขาก็ไปลบทุกอย่างออก ก็ไม่มีอะไรต้องติดใจกันแล้ว ไม่ต้องไปจองกรรมกัน ผมก็เลยไม่ได้พูดต่อแล้วคนที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรก็คิดมาเสมอว่าผมก็ยังเป็นคนที่ไปโกงเขา ทั้งๆ ที่พาสปอร์ตผมเพิ่งได้ครั้งแรกตอนผมไปสวิตเซอร์แลนด์”

ตอนนี้เรายังมีเรื่องอะไรที่ยังปิดบังอยู่อีกไหม?

“ตอนนี้อยากจะขอโทษพี่สื่อมวลชน และ ทีสำคัญพี่สื่อ ไนน์เอ็นเตอร์เทนที่พี่เขาไปรับข้อมูลมาจริง แล้วมาถามว่าตกลงก้องแต่งงานจริงไหม ก้องมีลูกจริงไหม ซึ่งผมก็ตอบบ่ายเบี่ยงทำให้เหมือนกับว่าพี่เขาเอาข้อความเท็จมาปรักปรำเรา เพื่ออยากดิสเครดิตเรา แต่จริงๆ มันคือความจริง แต่เราพยายามบ่ายเบี่ยงเขา และขอโทษพี่น้องแฟนเพลงทุกคน ขอโทษพี่ๆ สื่อ ขอโทษความรู้สึกของทุก ๆคนที่เสียไป และสำคัญที่สุด ขอโทษทุกๆ คนที่เข้ามาในชีวิตผมที่ผมทำร้ายเขาด้วยความคึกคะนอง ทำร้ายด้วยการเลิกรา ทำร้ายในช่ว

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: