ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

ซัน ประชากร แจงเลิก ต้นหอม เพราะเวลาไร้มือที่ 3 ท้าหาหลักฐานให้ 1 ล้าน

 

          ออกมาชี้แจงในส่วนของตัวเองหลังจากเลิกรากับสาวต้นหอม ศกุนตลา สำหรับหนุ่มซัน ประชากร แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะไม่จบและบานปลายเพราะมีชื่อของ บลู จิรารัตน์ เข้ามาพัวพัน และถูกโยงว่าเป็นมือที่ 3 โดยหนุ่มซันยืนยันจบความสัมพันธ์กับต้นหอมตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม ไม่เกี่ยวกับ บลู พร้อมท้าให้ 1 ล้านหาหลักฐานพาอีกฝ่ายไปโชว์รูมรถ

 

          สาเหตุการเลิกรา ?
          “ผมขอชี้แจงเรื่องไทม์ไลน์ จริงๆผมกับพี่ต้นหอมห่างกันตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพราะอย่างที่พวกพี่เห็นข่าว เขาบอกว่าเขาจะเลี้ยงน้อง เขาก็เลยให้ผมไปศึกษาใคร พวกพี่ก็ไปดูในไอจีผมก็ได้ว่าเราไม่ได้ลงรูปคู่กันมานานมาก ผมว่าจริงๆเหตุผลที่เราสองคนยุตความสัมพันธ์กัน มันก็ชัดอยู่แล้วว่าเพราะอะไร”

 

          สาเหตุเกิดจากอะไร ?
          “เวลาแล้วก็เวลาครับ”

 

          เกี่ยวกับน้องไหม ?
          “ผมไม่กล้าพูดว่าเกี่ยวกับน้องหรือเปล่า เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้ว่าผมเลิกกับเขาเพราะอะไรให้ย้อนไปดูข่าวเมื่อต้นปีที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้”

 

          การที่เขามีน้องทำให้เขามีเวลาให้เราน้อยลง ?
          “ผมเคยพูดว่ามีส่วนนะครับ แต่ผมก็บอกว่าผมสามารถอยู่ได้”

 

          ได้แก้ปัญหาตรงนี้ไหม ?
          “ได้คุยครับ ผมรู้ตั้งแต่เขาจะรับน้องมาแล้ว ผมก็ยืนยันว่าผมอยู่ได้”

 

         ถ้าไม่ใช่เรื่องน้องก็เกี่ยวกับมือที่สาม?
         “ผมยุติความสัมพันธ์กับเขาตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งเราระหองระแหงมาตั้งแต่ต้นปี วันนั้นเขายังพูดกับผมอยู่เลยว่าเราแยกทางกันนะ ถ้าคุณมีปัญหาอะไรอยากปรึกษาก็โทรมาได้ แม่อยากเจอผมก็ให้มาเจอได้ ผ่านไปได้ 2 อาทิตย์ก็เกิดเรื่องที่พี่มะตูมเล่าให้รายการ ว่ามีการโทรเคลียร์กัน ประชุมสาย 4 สาย มีผม พี่ต้นหอม พี่มะตูม และน้องคนที่เป็นข่าวอยู่ ผมก็งงว่ายุติความสัมพันธ์ไปแล้ว ทำไมยังต้องมาเคลียร์เรื่องนี้ด้วย ผมได้ยินคำพูดเขาชัดมากตอนประชุมสาย ไม่เป็นไร เรื่องนี้ไม่ต้องเคลียร์ก็ได้ เพราะเราไม่ได้เลิกกันด้วยมือที่สาม”

 

          วันนั้นตกลงกันยังไงว่าจะไม่ไปต่อ ?
          “เหมือนผมคุยกับพี่ๆเนี่ยแหละครับ คุยกันว่าเป้าหมายเราคนละอย่างแล้ว เขามีน้องเข้ามา อยากมีครอบครัว ส่วนผมก็อยากขอโทษเขาเหมือนกัน ที่ผมอาจจะเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ยังไม่ดียังไม่พร้อม เราก็เลยยุติความสัมพันธ์กัน”

 

         เลิกกันก่อนที่มีน้องบลูมาเกี่ยวข้อง ?
         “มั่นใจมาก”

 

          สถานะกับน้องบูลตอนนี้ ?
          “ผมรู้จักกับน้องมานานมาก เพราะเรียนที่อุดรด้วยกัน แล้วเราเป็นแค่เพื่อนในเกมกัน ทุกวันนี้ผมยังติดต่อกับบลูอยู่ เพราะน้องต้องมาซวยเพราะเรื่องผม ผมทิ้งน้องไม่ได้”

 

          เพิ่งมาคุยหลังเลิกรากันแล้ว ?
          “ระหว่างที่คบเขา เวลาที่คุยกันก็มีแต่เรื่องเกมอย่างเดียวจริงๆ เพราะเขาอยู่ในกรุ๊ปไลน์เกมของผม แล้วเพื่อนผมก็อยู่เยอะมากๆ เราก็แค่คุยกันไป 3 ไป 5 นะ ถอยๆ เข้าๆ มีแค่นี้”

 

          ระหว่างคบหรือเลิกกับต้นหอมแล้ว?
          “คือผมบอกตรงๆเลยนะครับ ผู้หญิงไม่มีใครอยากเป็นมือที่สามของใคร เขาก็มีดีของเขา ทำไมเขาต้องมาเป็นสำรองของผม ถูกต้องไหมครับ”

 

          เป็นไปได้ไหมว่าการที่เราคุยกับบลูเรื่องเล่นเกม ทำให้เป็นอีกชนวนที่ทำให้ต้นหอมรู้สึกไม่โอเค?
          “ผมถามตรงๆนะ ถ้าต้นหอมเขารู้ว่าผมมีมือที่สาม ผมจะอยู่มาถึงทุกวันนี้ไหม ผมตายไปแล้วนะครับ”

 

         ล่าสุดที่มีคนมาแฉว่าเราขึ้นคอนโดบลู แถว RCA ?
         “ครับ เป็นคอนโดเพื่อนผม เพื่อนผมอยู่ตึก B และก็ตึก C มี 2 คน แล้ววันที่ประชุมสายกัน ผมเคลียร์เรื่องนี้ไปแล้ว เอาจริงๆนะครับ ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้เลย เพราะมันเป็นเรื่องที่เราตกลงกันมานานมากแล้ว ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำให้เรื่องนี้มันไม่จบครับ เพราะว่าผมได้เคลียร์กับคุณแล้วทุกอย่าง ทั้งๆที่ผมไม่จำเป็นต้องเคลียร์ก็ได้ เพราะผมยุติความสัมพันธ์กับคุณไปแล้ว แล้วคุณเคยให้สิทธิ์ผม ในการคุยกับคนอื่น แล้วถ้าวันที่ผมเลิกกับคุณแล้ว ผมจะใช้สิทธิ์นั้น ผมผิดไหมครับ”

 

         สถานะของเรากับต้นหอมตอนนี้เหมือนแตกหักกันเลย?
         “ผมพูดตรงๆนะครับ ว่าหลังจากวันที่ 4 ผมโทรไปคุยกับแม่ผม ว่าผมอยากจะกลับไปง้อเขา ถ้าผมจะมีคนอื่นจริง ผมไปตั้งแต่ที่เขาให้ผมมีโอกาสไปคุยกับคนอื่นแล้วที่เขาให้ข่าวตอนต้นปี ตอนนั้นผมไม่มีมลทินเลยนะ ผมไปสวยๆเลยนะ ทำไมผมยังอยู่ ผมยังทนอยู่ เพราะว่าผมไม่อยากมีแฟนใหม่ ผมรู้สึกว่าการที่ผมเริ่มต้นกับใครใหม่มันยาก แล้วยิ่งเขา ผมเริ่มกับเขามา 2-3 ปี แล้ว ผมอยากจบ อยากให้เขาเป็นคนในอนาคตของผม แต่พอผมมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ผมไม่กลับไปดีกว่า ผมเข็ดครับ”

 

         คนรอบข้างมีส่วนไหม?
         “อันนี้ผมขอไม่ตอบดีกว่าครับ เอาเป็นเรื่องของผมกับเขาสองคนดีกว่า เพราะว่าอย่างที่เห็นมันก็จะมีเรื่องของคนรอบข้างมาเกี่ยวเยอะมากๆ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องส่วนตัวของผมสองคน ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมีคนเข้ามาโฟกัสชีวิตเราเยอะจัง”

 

         สถานะน้องบลูกับเราตอนนี้คืออะไร?
         “แค่พี่น้องครับ เพราะว่าผมพูดไปแล้ว ว่าผมทิ้งน้องไม่ได้ เพราะน้องตอนนี้สภาพจิตใจพังมาก เขาทำงานไม่ได้ เขากินไม่ได้ เพราะเขาโดนสังคมประนามมากๆ แล้วเป็นเพราะเรื่องผม ผมทำยังไงได้ ผมเป็นผู้ชาย ต้องรับผิดชอบ”

 

         เรายืนยันได้ใช่ไหม ว่ากับน้องบลู เราไม่เคยเป็นเชิงชู้สาวกัน?
         “ผมยืนยันได้ ว่ากับบลูไม่มีอะไรเกินเลย ถ้ามีอะไรเกินเลย ผมตายไปแล้ว”

 

         มีคนเห็นว่าเราไปซื้อรถกับน้องบลูที่โชว์รูม?
         “เอางี้นะครับ ผมไม่ได้กร้าวร้าวหรืออะไรนะ ถ้าใครมีรูปผมที่โชว์รูมกับบลู ผมให้รูปละ 1 ล้านบาท ผมกล้าพูด”

 

          เรายืนยันว่าไม่เคยพาใครไปแน่นอน?
          “มั่นใจมากครับ ถ้าใครมีรูป แล้วเซลล์คนไหนที่พูด เอารูปมายืนยัน ผมให้ล้านนึง”

 

          คือไม่เคยไปไหนสองต่อสองเลยใช่ไหม?
          “เคยเจอ หลังจากมีข่าวเคยเจอ เพราะผมต้องให้กำลังใจเขา เพราะเขาทำงานไม่ได้ ผมต้องให้กำลังใจ”

 

          เรากำลังจะบอกว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังโกหกอยู่ใช่ไหม?
          “ผมกล้าพูดว่าสิ่งที่ผมพูดวันนี้คือความจริงทั้งหมดครับ”

 

          หลายคนบอกว่าเหตุผลที่เลิกกันเพราะถูกเร่งเรื่องแต่งงานด้วยใช่ไหม แล้วเรายังไม่พร้อม?
          “เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมขอไม่ตอบดีกว่านะครับ เอาเป็นเรื่องของเราสองคนส่วนตัว เรื่องที่ผมตอบได้ก็คือเราไม่ได้เลิกกันเพราะมือที่สาม แล้วเราเลิกกันเพราะอะไร ตัวเขาเองรู้อยู่แก่ใจ ว่าเราเลิกกันเพราะอะไร”

 

          ตอนที่เราคบกับต้นหอม ไม่มีเรื่องมือที่สามเขามาเกี่ยวเลยใช่ไหม?
          “ผมกล้าพูดเลยว่าตั้งแต่ผมประกาศคบกับเขา ตั้งแต่วันตรุษจีนจนถึงวันที่ 4 พฤษภาคม ผมไม่เคยมีมือที่สาม ถ้าผมมีมือที่สาม ผมไม่สามารถมายืนตรงนี้ได้ ผมตายไปแล้ว”

 

          การที่เราออกมาพูดแบบนี้ เรากลัวไหมว่าฟีดแบคมันจะกลับมาหาเราอีก?
          “ผมไม่กลัวครับ เพราะผมพูดความจริง”

 

          ตอนนี้น้องบลูโดนฟีดแบคไปถึงเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวแล้ว เราคุยกับน้องยังไง?
          “ผมก็ต้องให้กำลังใจน้องครับ เพราะเอาจริงๆ ผมก็ไม่รู้จะช่วยเขาในทางไหนได้บ้าง คือถามว่าน้องเขาก็แย่ครับ ตอนนี้เขาทำอะไรเขาก็ผิดไปหมดครับ สังคมก็ไปรุมกระหน่ำเขาในโซเชียล แล้วก็เป็นเพราะเรื่องผม ผมก็ไม่สามารถจะไปไหนได้ ผมก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เป็นเรื่องของผม แล้วเขาก็โดนผลกระทบไปด้วย”

 

          อย่างกรณีที่น้องบลู โดนเพ่งเล็งเรื่องกรุ๊ปไลน์วีไอพี เราพอทราบเรื่องไหม ?
          “อันนั้นไม่ทราบครับ เป็นอาชีพของเขาหรือสิ่งที่เขาทำผมไม่ทราบจริงๆ ผมทราบแต่เรื่องเกม”

 

          ที่เราบอกว่า ไม่สามารถทิ้งน้องได้ มันจะยิ่งทำให้คนมองว่าความสัมพันธ์ของเราไม่ได้เป็นแค่พี่น้อง ?
          “ถ้าผมจะมีความสัมพันธ์กับบลู ผมมีตั้งนานแล้วก็ได้นะครับ เพราะผมรู้จักบลูก่อนต้นหอมด้วย ที่ผมมาพูดว่าผมต้องรับผิดชอบน้อง เพราะผมเป็นผู้ชาย แล้วเขามาลำบาก ตอนนี้เขาทำมาหากินไม่ได้ เชาสภาพจิตใจแย่ เป็นเพราะเรื่องผม แล้งจะให้ผมทิ้งน้องได้ยังไงครับ ผมก็ต้องอยู่ให้กำลังใจ มีอะไรช่วยน้องได้ผมก็ต้องช่วยครับ”

 

          เราทำงานในวงการ มีโอกาสได้เจอกับคนรอบข้าง ต้นหอม เยอะ ลำบากใจไหม ?
          “ไม่ลำบากใจครับ ผมก็ทำตัวเหมือนเดิม เพราะผมรู้สึกว่าทุกคนแยกแยะได้ ระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว เอาจริงๆ ก็มีหลายคนในวงการที่เข้ามาให้กำลังใจและให้คำแนะนำกับผม ซึ่งก็ต้องขอบคุณพี่ๆ เขาด้วย”

 

          หลังจากเป็นข่าว ได้คุยกับต้นหอมหรือยัง ?
          “ยังไม่ได้คุยครับ”

 

          จะมีโอกาสกลับไปเคลียร์ หรือเปิดใจคุยกันอีกครั้งไหม ?
          “เอ่อ... ผมพูดอย่างนี้ดีกว่าครับ เรื่องระหว่างเรา เราผ่านการเคลียร์กันมาหมดแล้ว อย่างที่มะตูมพูดว่า วันนั้นประชุมไปแล้ว และก็เคลียร์ไปแล้ว ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆ มันไม่จบไป ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเพิ่งมาแถลงข่าวก่อนผมต่อยมวย 1 วัน”

 

          คิดว่าเพราะต้องการโหนกระแสหรือเปล่า ?
          “ผมไม่กล้าพูดแบบนี้ครับ และผมก็ไม่คิดว่าจะมาโหนกระแส”

 

          ภาพที่เรามองต้นหอมเปลี่ยนไปไหม ?
          “เอ่อ... ผมขอไม่ตอบแล้วกันครับ เอาเป็นว่าผมเคยอยากกลับไปง้อเขา แต่ตอนนี้ผมเข็ดครับ”

 

          มีอะไรอยากจะบอก ต้นหอม หรือคนที่ปล่อยข่าวออกมาไหม ?
          “จริงๆ ผมขอให้ทุกคนใจเย็นๆ หน่อยนะครับ อยากให้ทุกคนฟังความ 2 ข้าง อยากให้ทุกคนฟังและคิดไตร่ตรอง เพราะเหรียญมี 2 ด้านเสมอ ผมรู้สึกว่ามันไม่โอเคเลย ถ้าเราฟังมาฝั่งหนึ่ง และมากระหน่ำว่าคนที่เขาไม่รู้เรื่อง หรือว่ามากระหน่ำว่าผม ผมอยากให้ทุกคนใช้สติหน่อยครับ เพราะมันมีผลกระทบต่อชีวิตจริงๆ ทุกวันนี้ผมไม่กล้าลงรูปเลยครับ ล่าสุดผมชกมวย ผมก็โดนกระหน่ำเยอะอยู่ดี”

 

          หลังจากให้สัมภาษณ์วันนี้ มั่นใจไหมว่าจะรับมือกับกระแสได้ ?
          “ก็ต้องรับครับ ผมทำอะไรไม่ได้ ผมไม่สามารถบังคับความคิดใครได้ แต่ผมก็ได้พูดไปหมดแล้ว”

 

          ยังสามารถร่วมงานกันได้ไหม ?
          “ผมจะพูดยังไงดี ขอให้เราเว้นระยะห่างให้กลับมาเป็นเพื่อนกันได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ก่อนดีกว่าครับ”

 

          แสดงว่าเราไม่ได้โกรธ แต่เราแค่ขอเวลา ?
          “ผมพูดตรงๆ นะ ผมไม่เคยโกรธใครเลย ใครทำอะไรผม ทำไป เพราะผมรู้สึกว่าชีวิตคนมันสั้น เราโกรธใครนาน เราก็มีความแค้นในใจ จริงๆ วันนี้ผมไม่อยากออกมาพูดเลย เพราะเรื่องมันจบไปแล้ว ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ผมก็ไม่เข้าใจว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ทำไมผมต้องมาพูดเรื่องนี้อีก ในเมื่อเราเคลียร์กันแล้ว มะตูมก็บอกเคลียร์กันแล้ว”

 

          ถามถึงอีกดราม่าเรื่องชกมวยคู่ บอย พิษณุ แล้วเราชนะ หลายคนบอกค้านสายตาคนดู ?
          “อย่างว่าครับ ผมไม่สามารถบังคับความคิดใครได้ ผมกับพี่บอยเราได้ทำหน้าที่นักแสดงที่มาร่วมรายการนี้ และเรามีเวลาน้อยจริงๆ ในการเตรียมตัว แต่เราก็ทำหน้าที่นักมวยได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราสามารถยืนได้ครบ 3 ยก และเราก็ใส่สุดกันมากๆ แต่ผลการตัดสินผมไม่ทราบครับ เพราะเป็นหน้าที่ของกรรมการ ผมทำหน้าที่นักมวยของผมได้ดีที่สุดแล้วครับ”

 

          ได้คุบกับพี่บอยถึงเรื่องนี้ไหม ?
          “ผมคุยกับเขาตลอดครับ เพราะพี่บอยเป็นพี่ที่เคารพมาก ผมไม่ได้คุยกับเขาเฉพาะเรื่องวงการนะครับ ผมคุยถึงเรื่องการใช้ชีวิตต่างๆ ผมปรึกษาเขาตลอด และพอต่อยเสร็จผมก็ไปขอโทษเขา ขอโทษแล้วขอโทษอีก เพราะผมเกรงใจมากๆ ผมไม่เคยต่อยกับใครเลย ต่อยกับพี่บอยคนแรก”

 

          รู้สึกยังไงที่ถูกมองว่าค้านสายตา ?
          “ไม่เป็นไรครับ กีฬามีแพ้มีชนะ ผลการตัดสินผมไม่ทราบจริงๆ ผมแค่ทำหน้าที่นักมวยของผมแค่นั้นเองครับ”

 

          ส่วนตัวคิดว่าผลที่ออกมาเราชนะไหม ทำตามกฎกติกาทุกอย่างหรือเปล่า ?
          “ผมพูดจริงๆ นะ ผมก็งง มันสูสีมาก เราอยู่ในเฮดเห็นแค่นิดเดียว ผมก็โดนหมัดเยอะ และไม่รู้ต่อยโดนเขาหรือเปล่า เพราะผมก็หลับตาต่อย ผมกลัว หลายคนบอกผมตบใช่ไหม ไม่เป็นไร ผมเป็นนักกีฬาแบดมินตันมาก่อน ผมก็ตบได้ ก็ผมถนัดแบบนี้ เป็นซันสไตล์”

 

          ลงเวทีมาได้คุยอะไรกับพี่บอยไหม ?
          “ก็ขอโทษเขา เขาก็ถามเจ็บไหม ผมก็บอกเจ็บ จมูกผมยังช้ำอยู่เลย คอผมก็เคล็ด เขาก็บอกพี่ขอโทษ ผมก็บอกไปผมก็ขอโทษพี่ด้วย สนุกมากเลย”

 

          อยากชกกับใครอีกไหม ?
          “พอแล้วครับ ไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมขอแค่นี้ดีกว่า น้ำหนักผมลด 7 กิโลกรัมภายในเดือนเดียว ผมเหนื่อยมากๆ แต่ก็เต็มที่กับมันมากๆ ครับ”

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: