ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

ต้นหอม ยอมรับจิตตก หลังน้องปกป้อง คลานตกเตียง

ต้นหอม ยอมรับจิตตก หลังน้องปกป้อง คลานตกเตียง 

     ก่อนหน้านี้ทำเอาหลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อทราบข่าวว่าน้องปกป้องลูกชายของต้นหอม ศกุลตลาทคลานตกเตียงจนต้องแอดมิดนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการ ล่าสุดทางสาวต้นหอมเองก็ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับประมาทเอง ยอมรับจิตตก และถือเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิต เผยยอมรื้อเตียงเพื่อลูก เพราะไม่อยากให้พลาดซ้ำ

ได้ข่าวว่า น้องปกป้อง คลานตกเตียง ?
"หอมต้องเล่าก่อนว่า โดยปกติเด็กเขาจะมีพัฒนาการเกี่ยวกับการเจริญเติบโต โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ว่าเขามีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่หอมตั้งใจจะให้เขานอนพักผ่อนสักครึ่งชั่วโมง ก่อนที่หอมจะปลุกพื่อพาเขาไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาล และโดยปกติเวลาที่เขาจะตื่นหรือจะขยับตัว เขาจะต้องมีเสียงร้องก่อน ซึ่งตอนนั้นหอมไม่ได้อยู่ไกลจากเขาเลย เขานอนอยู่ในห้อง โดยที่หอมเปิดประตูและทำธุระอยู่หน้าห้อง คือหันหลังไปแค่แป๊บเดียวจริงๆ แต่ด้วยความที่วันนั้นเป็นวันที่เขาตื่นแล้วเขาไม่ได้ร้อง ซึ่งมันเป็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเขาโดยที่เราไม่รู้ จากนั้นพอเขาตื่นปุ๊บ หอมก็เดาว่าเขาคงคลานและคงตีลังกาตกลงมาจากเตียง ซึ่งเตียงที่บ้านหอมค่อนข้างสูง แถมพื้นข้างล่างก็ยังเป็นพื้นหินแกรนิต อันนี้หอมไม่ได้เห็นจังหวะที่เขาตกนะคะ แต่หอมได้ยินเสียงหล่นดังตุ๊บ วินาทีที่ได้ยินเสียง หอมก็ภาวนาเลยว่า ต้องไม่ใช่ลูก ต้องไม่ใช่ลูกของเรา แต่พอไปเห็นปุ๊บ ก็คือเห็นว่าเขานอนหงายอยู่บนพื้น และก็ร้องไห้ ยอมรับค่ะว่าตกใจมาก จากนั้นหอมก็วางทุกสิ่งทุกอย่างแล้วรีบพาเขาไปโรงพยาบาลทันที"

"ซึ่งเบื้องต้นสิ่งที่หอมเป็นกังวลก็คือ กลัวว่าจะมีเลือดคั่ง แต่คุณหมอที่เขาช่วยตรวจ เขาก็เช็กให้ทุกอย่างแล้วว่า ถ้าหากมีเลือดคั่งก็จะดูรู้ทันที แต่เท่าที่ดูแล้วน้องก็ไม่ได้มีรอยช้ำหรือรอยอะไรปรากฏให้เห็น จากนั้นหอมก็ให้คุณหมอช่วยเอ็กซเรย์ดูอีกว่าน้องมีอาการกะโหลกร้าวหรือเปล่า คืออะไรที่หอมเป็นกังวลคุณหมอเขาก็ช่วยตรวจสอบให้หมดทุกอย่าง รวมถึงหอมยังขอให้น้องได้อยู่ดูอาการที่โรงพยาบาลอีก 1 วัน ซึ่งพอทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยคุณหมอก็บอกว่า เขายังเล่นได้นะ เขายังดูเป็นปกติ และหมอก็รู้สึกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก สามารถพาน้องกลับบ้านได้ ตอนนี้หอมก็ต้องรออีก 1 อาทิตย์ค่ะ เพื่อให้คุณหมอทางด้านสมองช่วยเช็กอีกครั้ง"

เหมือนเราค่อนข้างกังวลเรื่องสุขภาพของน้องมาก ?
"คือหอมกังวลว่า ถ้าหากเลือดไม่คั่งวันนี้ มันอาจจะไปคั่งอีก 3 วันข้างหน้า คือมันจะเป็นไปได้ไหม เพราะหอมไม่เคยมีความรู้ด้านนี้มาก่อน แต่คุณหมอก็ยืนยันว่าไม่มี เพราะถ้ามันคั่ง มันก็คั่งเลย เราก็จะเห็นทันที แต่อย่างที่บอกพอวันรุ่งขึ้นน้องก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ เราก็สามารถพากลับบ้านได้ เพียงแค่หอมยังคงมีความนอยด์ และมีความรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่า หอมรู้สึกผิดมากจริงๆ มันเป็นการตกใจถึงขีดสุด เพราะถ้าหากเขาเป็นอะไรที่หนักกว่านี้ เราจะทำอย่างไร ยิ่งมันเป็นครั้งแรกด้วย มันก็เลยรู้สึกว่าหนักมากๆ ทุกวันนี้หอมก็เลยต้องเปลี่ยนตัวเอง หากอะไรก็ตามที่มันไม่ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ หอมก็จะทำทุกอย่างให้มันปลอดภัยไว้ล่วงหน้าทั้งหมด อะไรที่มีคำว่า สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ หอมจะปิดกั้นทุกอย่าง และที่สำคัญหอมค่อนข้างโกรธตัวเองตรงที่ รัศมีแขซื้อเปลมาให้ตั้งนานแล้ว แต่หอมไม่ใช้ เพราะตอนนั้นหอมคิดแค่ว่าให้เขานอนแค่ครึ่งชั่วโมงเอง อีกอย่างทุกครั้งที่เขานอนเปล เขาก็จะร้องไห้ มันก็เลยทำให้หอมใจอ่อน และให้เขานอนข้างนอกแทน เราก็ประมาทค่ะ"

เรียกว่าเป็นความประมาทของเรา ?
"ใช่ค่ะ เราประมาทเอง อย่างที่บอกเรามองแค่ว่าครึ่งชั่วโมงไม่น่าจะเป็นอะไรหรอก แต่สุดท้ายก็ไม่ทันเขา"

ตอนนี้เราจัดการกับเตียงหรือบ้านยังไงบ้าง ?
"ก็รื้อเตียงออกหมดเลยค่ะ ไม่เคยคิดเลยนะคะว่าจะมีวันนี้ เพราะเมื่อก่อนก็ได้ฟังแม่ๆ คนอื่นพูดเหมือนกันว่าจะต้องรื้อเตียงออกเพื่อลูก แต่เราก็คิดว่ามันคงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ซึ่งตอนนี้มันก็ถึงวันนั้นแล้วค่ะ เป็นการรื้อแบบจริงจังเลย เดินตามรอยคุณแม่รุ่นพี่ทุกคน วันนี้หอมเปลี่ยนตัวเองใหม่หมดเลยค่ะ"

ถือว่าเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นกับน้องเลยไหม ?
“ใช่ค่ะ เพราะว่าเขาไม่เคยประสบอุบัติเหตุอะไรเลย แต่พอเกิดแบบนี้ปุ๊บ หลายคนก็บอกว่ามันจะมีอีกนะ ทำใจไว้เลยว่าลูกโตมามันจะต้องหัวร้างข้างแตก เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองก่อน จะมานั่งโทษตัวเองไปตลอดไม่ได้ เพราะมันจะกลายเป็นปิดกั้นการเรียนรู้ของเขา ทุกวันนี้หอมก็เลยพยายามระมัดระวัง แต่ก็ไม่ถึงกับปิดกั้นการเรียนรู้ของเขาไปซะทุกอย่าง”

พอจะบอกได้ไหมว่าน้องมีแผลฟกช้ำตรงไหนบ้าง ?
“เหมือนหัวโนตรงท้ายทอย เดี๋ยวอาทิตย์นี้จะพาไปเอ็กซเรย์สมองอีกครั้งหนึ่งค่ะ”

ทำให้เราจิตตกไม่กล้าห่างน้องไปเลยไหม ?
“จิตตกค่ะ สิ่งที่หอมเป็นมากที่สุดคือการโทษตัวเอง แต่จริงๆ เป็นเพราะเราก็ดีนะ เราจะได้สำนึก ถ้าเป็นเพราะคนอื่นเราจะยังไม่สำนึก เราเป็นคนที่ดูแลลูกมากที่สุด เหตุการณ์นี้เป็นการสร้างบทเรียนให้กับตัวเราเอง เราจะได้จำ”

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: