ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

ปูงดลงพื้นที่ผู้ลี้ภัย ไม่เสียดายงานต่างประเทศ จ่อระดมทุนซื้อเครื่องมือแพทย์


ปูงดลงพื้นที่ผู้ลี้ภัย ไม่เสียดายงานต่างประเทศ จ่อระดมทุนซื้อเครื่องมือแพทย์


     ยืนยันไม่เสียดายงานต่างประเทศหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 แต่ห่วงสุขภาพของทุกคนมากกว่า สำหรับสาวปู ไปรยา ซึ่งงานนี้เจ้าตัวเผยงดคับอีเวนท์ และยังไม่ลงพื้นที่ผู้ลี้ภัยจนถึงช่วงปลายปี พร้อมเตรียมระดมเงินเพื่อหาซื้ออุปกรณ์การแพทย์ช่วยโรงพยาบาลในการช่วยเหลือป้องกันผู้ป่วย นอกจากนี้สาวปูยังเผยอีกว่ามีคนไดเร็กขอความช่วยเหลือเพรยบ และเคยโอนเงินให้แต่อีกฝ่ายกลับหายเงียบไป ทำให้ตนระมัดระวังและเลือกช่วยเหลือคนมากขึ้น


ช่วงนี้ไปแฟชั่นวีคที่ต่างประเทศใช่ไหม?
“เนื่องด้วยสถานการณ์โลกค่ะ เลยไม่ได้ไปค่ะ แต่ปีนี้ถ้าปูเดินทางกลับอเมริกาก็คืออยู่ยาวหลายเดือนเลย แต่แฟชั่นที่อื่นไม่ไปเลย พรมแดงต่างประเทศก็ไม่เดินค่ะ เพราะรู้สึกว่าสถานการณ์โลกตอนนี้ ไม่สำคัญเท่าสุขภาพของคน”


อีเวนท์ที่ยกเลิกไปเราได้รับผลกระทบบ้างไหม?
“ปูเป็นคนไม่ค่อยรับอีเวนท์อยู่แล้ว อันนี้พอดีว่าคนหนึ่ง-สุริยนต์ ชวนมาบอกว่าเป็นงานภายใน ปูก็โอเคเพราะไม่ได้เจอพี่ ๆ สื่อนาน นอกเหนือจากนั้นก็ไม่รับอีเวนท์ค่ะ สำหรับงานแฟชั่นวีคปูไม่เสียดาย เพราะไปมาหลายปีแล้ว และตอนนี้ถ้ากลับไปต่างประเทศ คือ กลับไปอเมริกาแล้วอยู่ยาวเลย แต่ถ้ายังไม่กลับก็คงอยู่ที่เมืองไทยยาว”


ตกใจไหมที่มีคนติดเชื้อที่มิลานแฟชั่นวีค?
“ไม่ตกใจ ไม่แปลกใจ เพราะแฟชั่นวีคเป็นที่ที่คนรวมตัวกันเยอะ และเป็นช่วงแรกที่ข่าวโควิด-19 ออกด้วย คือ เป็นเรื่องที่น่าตื่นตระหนกแต่ก็ต้องระวัง และไม่อยากให้คนกังวล จนไม่รับฟังข่าวที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง แหล่งข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญมาก เราต้องฟังข่าวจากองค์การอนามัยโลก หรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ถ้าเราฟังซี้ซั้วก็จะทำให้เกิดความกังวล เกิดผลกระทบ ต่อธุรกิจต่อคนทั่วไป ปูไม่อยากให้มีผลกระทบแบบนั้น”


ด้วยความที่ทำงานกับUNเป็นห่วงไหมว่าสถานการณ์โลกจะลามไปถึงเด็ก?
“เป็นห่วงมากค่ะ แต่ก็อย่างที่บอกไม่อยากให้คนกังวลไปก่อน และไม่อยากให้คนเหยียดเชื้อชาติอื่น ปูเชื่ออย่างใจจริงว่า ถ้าคนเราจะสามัคคีกัน ก็คือในยุคนี้ เราควรจะดูแลและให้เกียรติซึ่งกันและกัน รวมถึงเป็นห่วงประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศของตัวเองด้วย เพราะทุกคนก็คือมนุษย์ เราควรจะปกป้องตัวเอง ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น”


มีแพลนจะเดินทางไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยไหม?
“ช่วงนี้งดไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยจนถึงเกือบปลายปีค่ะ”


ได้ถามทางUNไหมว่ามีมาตรการดูแลผู้ลี้ภัยยังไง?
“ณ เวลานี้ยังไม่มีผู้ลี้ภัยที่ติดเชื้อโควิดค่ะ แต่เราก็คุยกันว่าปีนี้จะไม่ลงพื้นที่เยี่ยมค่าย จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น”


ช่วงนี้มีคนเข้ามาขอความช่วยเหลือในไอจีอยู่เรื่อย ๆ ?
“ใช่ค่ะ ปูมีคนไดเร็คแมสเสจ และคอมเมนต์ขอความช่วยเหลืออยู่ตลอด ปูมีคนไดเร็คมาหาเป็นหลัก 100 ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ช่วงแรก ๆ ช่วยเยอะมาก บอกว่าบ้านจะโดนยึดรถจะโดนยึด ให้เอาหลักฐานมา ช่วงนั้นเศรษฐกิจดีปูโอนเงินไป 20,000- 30,000 แต่ตอนนี้คงต้องช่วยหลักพันหลักร้อยก่อน บางครั้งรู้สึกว่าช่วยไปแล้ว เขาขอบคุณและหายไปเลย ก็รู้สึกนิดนึง แต่ก็เป็นบทเรียนว่าการทำทาน ต้องทำอย่างมีสติ บางครั้งถ้าทำเหมือนไม่มีสติก็เหมือนเป็นการสร้างบาปมากกว่า ตอนนี้เล็กๆ น้อยๆ อย่างเคสล่าสุดเขาลำบากจริง ๆ ขอให้เราช่วยอุดหนุนสิ่งที่เขาขายได้ไหม วันนี้เรารู้สึกว่าช่วยให้เขาได้ดำรงอาชีพต่อไป บางคนเขาทำของขายอันนี้เราอุดหนุนช่วยเหลือ แต่ถ้าเป็นเคสค่าเช่าไม่มีแล้ว จะโดนเตะออกจากหอ เมื่อก่อนปูจะช่วยทันที รู้สึกว่าเคสแบบนี้ พอเราช่วยเขาก็หายไปในพริบตา แม้แต่ตอนข่าวที่ปูเลิกกับแฟน ก็รู้สึกนิดนึงว่าเขาจะมีมาถามบ้างว่าคุณปูโอเคไหมก็ไม่มี(หัวเราะ) แต่รู้สึกว่านี่คือสัจธรรม ก็เข้าใจ”


เข็ดไปเลยไหม?
“ไม่เข็ดค่ะ อยากช่วย เพราะถ้าให้ทุนการศึกษาเด็กปีนึงปูก็ให้หลายแสนแล้วค่ะ ส่วนที่ไดเร็คมาก็ช่วยไปหลักแสนต้น ๆ ไม่ได้เยอะอะไรมากค่ะ”



กลัวว่าจะเป็นมิจฉาชีพไหม?
“ปูเช็คค่ะ ขอบัตรประชาชน เช็คสถานการณ์ทุกอย่าง บางคนบอกว่าแม่เขาไม่มีที่อยู่ ต้องไปอยู่ข้างทางแล้ว ถ้าบ้านจะโดนยึดเราเห็นก็นอนไม่หลับ คนไทยเหมือนกัน สุดท้ายแล้วปูต้องตั้งสตินิดนึง ว่าปูช่วยทุกคนทุกเคสไม่ได้ เลยเลือกช่วยแบบยั่งยืน ให้ทุนการศึกษา ช่วยเหลือผู้ป่วย กำลังเก็บเงินซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เครื่องช่วยหายใจ ก็พยายามระดมเงินอยู่ จะเอาเงินไปช่วยอะไรที่เป็นแบบนี้มากกว่า และให้กับโรงพยาบาลโดยเฉพาะ ไม่ได้เกี่ยวกับหน่วยงานรัฐค่ะ”


เจาะจงหรือยังว่าจะเป็นที่ไหน?
“ยังค่ะ เก็บเงินซื้อเครื่องก่อนค่ะ เพราะราคาค่อนข้างสูง ก็เก็บตังค่ะใครมีก็ช่วยกันทำบุญ”


แต่ละปีปูจัดสรรเงินเพื่อทำบุญ?
“ปูเชื่อว่าได้มาง่าย ก็ไปง่าย ได้มาแล้วก็แบ่งปันซะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ยิ้มออก ยอมรับเลยว่าหลังจากสัมภาษณ์ไปครั้งที่แล้ว ใจจะขาด รู้สึกจุกมากแทบไม่อยากจะลุกจากเตียงไปไหน แต่ก็คิดแล้วว่าในเมื่อเราเกิดมามีโอกาสเยอะ มีงานเยอะแล้ว แต่ก็ไม่มั่นคง ช่วงที่มีก็แบ่ง ๆ ไปเถอะ ตายไปก็เอาไปไม่ได้อยู่ดีค่ะ”


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: