ข่าวบันเทิงวันนี้ ซุบซิบดารา ดาราไทย ดาราเกาหลี ดาราต่างประเทศ

เมฆ ควง วันเดอร์เฟรม เผยสาเหตุไม่ได้ไปต่อถึงขั้นแฟน ยันไม่เกี่ยวข่าวควงสาวประเภทสอง


เมฆ ควง วันเดอร์เฟรม เผยสาเหตุไม่ได้ไปต่อถึงขั้นแฟน ยันไม่เกี่ยวข่าวควงสาวประเภทสอง


     เรียกว่าจบด้วยดี และลดสถานะลงมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม สำหรับคู่ของหนุ่มเมฆ จิระกิตติ์ และนักร้องสาววันเดอร์เฟรม ซึ่งงานนี้ทั้งคู่ควงกันออกมาเปิดใจถึงสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจกลับมาใช้สถานะของคำว่าเพื่อน ยืนยันไม่เกี่ยวหลังหนุ่มเมฆมีภาพควงสาวประเภทสองทานข้าว เชื่อยังอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหนแม้ไม่ได้ไปต่อในฐานะแฟน


     วันเดอร์เฟรม : “มาร่วมงานกันก็ตื่นเต้นนะ เขาห่างหายไปนาน ทำงานด้วยกันมันคลิกกันง่าย เรารู้จักกันมานานแล้ว คุยอะไรมันก็เข้าใจกันง่าย เรารู้จักกันมาเป็น 10 ปีแล้ว”
     เมฆ : “มันเป็นครั้งแรกที่เราทำงานร่วมกันจริงๆ ที่ผ่านมาเราจะเฉียดไปเฉียดมา เราโตมากับสายร้องเพลงเราประกวดด้วยกันมาหลายเวที พอได้มามีโอกาสร้องเพลงด้วยกัน ก็ตื่นเต้นครับ คือเรารู้สไตล์การร้องของเราทั้งคู่ว่าเขาจะมาประมาณไหน แล้วเราจะร้องส่งไปยังไง มันเลยทำงานค่อนข้างง่าย”


คนจับตาเรื่องความสัมพันธ์?
     เมฆ : “เป็นเพื่อนกันอย่างนี้แหละครับ ดีอยู่แล้ว คือเราจะเข้าใจ เวลาที่เรามีเพื่อนเราสามารถหยอกเอินได้ทุกอย่าง หยอกยังไงเพื่อนก็ไม่โกรธ พอความสัมพันธ์มันเปลี่ยนบางทีก็พูดหยอกเล่นกัน มันอาจจะกลายเป็นเรื่องซีเรียสก็ได้ ฉะนั้นเราเลยรู้สึกว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนมันโอเคกว่า มันสบายใจกว่า”
     วันเดอร์เฟรม : “ใช่ค่ะ แบบนี้ดีอยู่แล้ว เป็นเพื่อนกัน คือเขาอยู่ในชีวิตเรามานานแล้ว คบกันถ้ามีสักวันที่มันต้องเลิกกัน เราอยากให้เขาอยู่ในชีวิตเราไปนานๆ เราคุยกันนานค่ะ เหมือนเราคุยกันจริงจังมานานแล้ว เรารู้สึกว่ามันนานไปไหม เรามีความเชื่อว่าถ้าคลิกกันไม่ต้องคุยกันนาน เราน่าจะเดินหน้าความสัมพันธ์กันได้มากกว่านี้ ก็เลยเป็นเพื่อนกันดีกว่า เป็นเพื่อนกันจะได้อยู่ด้วยกันไปได้นานๆ”


เสียดายไหมที่มันไปต่อไม่ได้?
     วันเดอร์เฟรม : “เราไม่เสียดายเพราะเรารู้ว่ายังไงเขาก็อยู่ตรงนี้”
     เมฆ : “ผมรู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนกันอย่างนี้มันดี วันนึงถ้ามีปัญหาแล้วเราไม่คุยกันเลย เราจะเสียใจมากกว่า พอกลับมาเป็นเพื่อนกันเราเลยรู้สึกว่าแบบนี้แหละดีกว่า ถ้าวันนึงเราทะเลาะกันแล้วเราไม่คุยกันเลย อันนั้นผมจะเสียใจมากกว่า เรารู้สึกว่าแบบนี้แหละเป็นสิ่งที่ดีกว่า”
     วันเดอร์เฟรม: “เรื่องเคลียร์กันมันก็มีบ้าง”
     เมฆ : “มันก็มีบ้าง มันก็เป็นเรื่องเก่า เราเคลียร์กันหมดแล้ว”



เพราะอะไรถึงไปต่อด้วยกันไม่ได้?
     เมฆ : “มันเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ และอะไรอีกหลายอย่าง ด้วยความที่เราอาจจะเคยเป็นเพื่อนกันมานานด้วยแหละ พอเรามาเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่อย่างเดียว มันเปลี่ยนแปลงหลายอย่างมาก”
     วันเดอร์เฟรม : “ต่างคนต่างมีความเป็นตัวเองสูงมาก ซึ่งมันเปลี่ยนยาก เราพยายามหาตรงกลางแล้ว แต่หาไม่เจอ”
     เมฆ : “ถามว่าก่อนคบเรากังวลเรื่องนี้ไหม มันไม่ได้มี แต่มันทำให้ชัดเจนมากกว่าว่ามันเปลี่ยนกันยากจริงๆ เช่นเรื่องสรรพนาม บางทีก็ยังสับสนกันอยู่เลย บางทีก็เธอ บางทีก็ฉัน บางทีก็แกก็ไม่รู้จะยังไงดี”


ก่อนหน้านี้เขามีข่าวควงสาวประเภทสอง?
     วันเดอร์เฟรม : “ไม่เกี่ยวค่ะ น้องสวยมากเลยนะคะ แอบดูอยู่ ชื่อคล้ายๆ กันด้วย ชื่อเดียวกันเลยดีกว่า(หัวเราะ)”
     เมฆ : “เป็นน้องครับ วันนั้นผมไปซื้อของที่ห้าง แล้วน้องเขาไปถ่ายรูปมีธุระที่นั่นพอดีผมเลยชวนกินข้าวตามปกติ ตอนเห็นรูปก็ตกใจ เพราะถ่ายช้อนมาก ถ่ายใกล้มาก ก็ยังแอบนึกอยู่ว่าเขาถ่ายตอนไหน เรานึกภาพไม่ออกเลยว่าตอนถ่ายเขาถ่ายยังไง ที่บอกว่านัวเนียไม่มีครับ มีเล่นกันนิดหน่อย คือถ้าให้พูดตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะมีรักใหม่”

     วันเดอร์เฟรม : “เขาทักมาค่ะ(หัวเราะ) ว่าเห็นรึยัง เราก็บอกเห็นแล้ว เราไม่ได้อะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นพี่น้องกัน ก็ไม่ได้ซีเรียสไม่ได้ติดใจอะไร”


มีคอมเมนต์ค่อนข้างรุนแรงพอสมควร?
เมฆ : “ต้องดูว่าที่รุนแรงนี่ในแง่ไหน ถ้าไม่เหมาะสมเลยนะนัวเนีย เราก็พูดเคลียร์แล้วว่าไม่ได้นัวเนีย ข้อสองคือถ้าเขาบอกว่าเปลี่ยนแนวเหรอ ไปชอบสาวทรานส์เหรอ อันนี้ผมไม่ค่อยโอเค สำหรับผมว่าเวลาที่เราชอบใคร รักใคร ไม่ต้องมาบอกหรอกว่าเขาเป็นเพศอะไร หรือเขาเป็นสาวทรานส์ เขาเป็นผู้ชาย สำหรับผมการรักการชอบใครสักคน ผมไม่ต้องไปบอกหรอกว่าเขาเป็นเพศนั้นเพศนี้แล้วทำให้เป็นกระแส”



ได้รับผลกระทบอะไรไหม?
     เมฆ : “ผมก็พยายามหาทางพูดคุยกับน้องเขา เราต้องหาทางปกป้องน้องเขาเพราะน้องเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่มันเป็นประเด็นข่าวมันอาจจะเกิด...ไม่รู้เพราะเรื่องไหน เราก็ต้องพยายามปกป้องน้องเขาให้มากที่สุดในมุมที่เราชัดเจนว่าเราคิดยังไง เราทำยังไง ถ้าเป็นเรื่องที่ทำให้น้องเขาวุ่นวายกับการที่จะต้องมาตกเป็นข่าว เราต้องรับผิดชอบ ก็ต้องขอโทษน้องเขา มันบังเอิญว่าช่วงนั้นเราคุยกันเรียบร้อยแล้ว แต่ต่างคนต่างยังทำใจอยู่ ก็ยังไม่ได้บอกใคร เราไม่รู้จะไปบอกสื่อยังไง มันไม่มีอีเว้นท์ ผมก็รอที่จะเป็นคนบอกเองมากกว่าว่าเราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ ตอนนั้นยังไม่มีโอกาสได้พูด เมื่อมีข่าวนี่เข้ามาก็เลยได้เคลียร์ทั้งสองข่าวเลย”


จะมีโอกาสเปิดใจให้คนอื่นไหม ถ้าเกิดว่ามีใครเข้ามา?
     วันเดอร์เฟรม : “เราต่างเป็นผู้ที่มีบาดแผลในหัวใจนะคะ(หัวเราะ) ไม่ได้ปิดหรอกค่ะ ตอบแบบสวยๆ เลยว่าเราโฟกัสงานมากๆ ทั้งสองคน งานก็คือเหตุผลนึงที่ทำให้เราไปกันต่อไม่ได้ เพราะต่างคนต่างยุ่งไม่มีเวลาให้กัน ตอนนี้ก็โฟกัสงาน ถามว่าปิดใจไหมก็ไม่ได้ปิด สถานะตอนนี้โสดมากค่ะ จีบได้ ถามว่าต้องให้เขาช่วยสแกนไหม เปิดไพ่ค่ะ ดูดวง”
     เมฆ : “ปกติเขาจะให้เปิดไพ่ว่าแกฉันจะทำนั้นทำนี้ดีไหม เปิดไพ่ดูหน่อย เพราะผมดูไพ่เป็น”
วันเดอร์เฟรม : “เขาเป็นที่ปรึกษาทางดวงชะตา”



เรามีความตะขิดตะขวงใจบ้างไหมที่เราเคยพัฒนาความสัมพันธ์จนเป็นแฟนกันไปแล้ว?
     วันเดอร์เฟรม : “ยังไม่ได้เป็นแฟนนะคะ ยังไม่เคยเรียกกันว่าแฟน แต่มันก็มากกว่าเพื่อน ถามว่ามันแปลกไหมตอนแรกก็ไม่ค่อยคุ้น วันแรกๆ ก็มีใจหายบ้างนิดๆ หน่อยๆ หลังๆ มารู้สึกตัว มีสติว่าเขาก็ไม่ได้ไปไหน เขาก็ยังอยู่ ไลน์ไปหาได้ตลอด เขาไม่ได้ไปไหน ยังอยู่ในชีวิตของกันและกัน”


จะลองดูไหมว่าถ้าอีก 3-5 ปีแล้วต่างคนต่างยังไม่มีใคร?
     เมฆ : “ส่วนอนาคตคงไม่ครับ”
     วันเดอร์เฟรม : “ไม่นี่คือแกไม่เอาฉันแล้วเหรอ”
     เมฆ : “ไม่ๆ ผมมีพี่หลายคนที่เคยสัญญากันไว้ว่าถ้าอายุ 30 ปี ผ่านไปถ้าเรายังไม่มีใครเรามาแต่งงานกัน พี่ผมอายุ 29 ปีตอนนี้กำลังหนีเพื่อนอยู่ (หัวเราะ) เพื่อนทักมาพยายามไม่ตอบ มันเลยทำให้ผมเห็นว่ามันไม่มีอะไรแน่นอนหรอก เราอาจจะสัญญากับมันตอนนี้ แต่อีก 5 ปีมาเจอกัน เฮ้ย จะแต่งงานกันจริงเหรอ ไม่ได้หรอก แต่ก็ไม่กล้ายืนยัน”



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: